ถ้าหากว่ากันด้วยเรื่องอาหารฟาสฟู้ด ประเทศไทยเราก็มีร้านอาหารฟาสฟู้ดจานด่วนทั้งหลายอยู่เป็นจำนวนมากนะครับ เนื่องมาจาก ด้วยความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี และการต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ หรือเพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการใช้ชีวิตนะครับ อาหารฟาสฟู้ดรูปแบบต่างๆ จึงถูกนำเข้ามามากขึ้นในชีวิตประจำวันของพวกเรานั่นเอง แต่พวกเราทราบหรือไม่ว่ากิจการอาหารฟ้าสฟู้ดในเมืองไทยนั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการบริหารงานภายใต้การกำกับดูแล และให้คำปรึก่ษา ทั้งในส่วนของทีมผู้บริหารไมเนอร์ฟู้ด รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างองค์กรไมเนอร์ฟู้ด ให้มีความแข็งแกร่ง สามารถยืนหยัดพัฒนาอาณาจักรอาหารฟาสฟู้ดเมืองไทยให้มีความยิ่งใหญ่มาจนทุกวันนี้นะครับ

Minor food group ก่อสร้างขึ้นมาตั้งแต่ในปี 2518 ในประเทศไทย โดยเริ่มมีแฟรนไชส์มิสเตอร์โดนัทขึ้นมาเป็นแห่งแรก จนทำให้ธุรกิจของไมเนอร์ Minor food business กลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วและจนกลายมาเป็นที่มาของธุรกิจร้านพิซซ่าจานด่วนนะครับ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้งานไมเนอร์สามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ ก็เป็นเพราะว่า บริษัทไมเนอร์ฟู้ดนะครับได้วางรากฐานของการทำธุรกิจไว้เป็นสามเสาหลัก คือ

  1. การเติบโตธุรกิจผ่านเครือข่ายแบรนด์ที่บริษัทเป็นเจ้าของเอง และบางส่วนจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก
  2. การเพิ่มมูลค่าและประสิทธิภาพของทรัพย์สินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และ การลงทุนและเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์
    3. การลงทุนและการเช่าซื้อธุรกิจเชิงกลยุทธ์นั่นเอง

นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งพัฒนาความสำเร็จขององค์กรเพื่อรองรับการเจริญเติบโตที่รวดเร็วผ่านการดำเนินงานของธุรกิจ โดยการขับเคลื่อนผ่านองค์กร ได้แก่  มีการพัฒนาศักยภาพภายในองค์กร มีการพัฒนาระบบปฏิบัติงานอันเป็นเลิศ และการใช้ประโยชน์ร่วมกันเพื่อให้เกิดผลลัพธ์สูงสุด รวมถึงมีการเชื่อมโยงการดำเนินงานของธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนนะครับ

ด้วยกลยุทธ์และสามเสาหลัก เช่นนี้ ทำให้บริษัทไมเนอร์ฟู้ดในปัจจุบันนั้น ถือเป็นหนึ่งของการประกอบธุรกิจด้านอาหารจานด่วนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย รายหนึ่งเลยก็ว่าได้ ด้วยการมีร้านอาหารเกือบ 2000 สาขาในประเทศไทย ภูมิภาคเอเชีย และภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงทวีปออสเตรเลียเลยนะครับ

“วิลเลี่ยม อี.ไฮเน็กกี้” หัวเรือใหญ่บริษัทในเครือ ไมเนอร์กรุ๊ป เขาเริ่มต้นสร้างธุรกิจจากถังพลาสติกและไม้ถูพื้นราคาถูกๆ เมื่อราวๆ 30-40 กว่าปีที่ผ่านมา เรื่องราวชีวิตของเขาคล้ายๆ กับการสร้างตัวของเจ้าสัวยุคเสื่อผืนหมอนใบ เพียงแต่ “ไฮเน็กกี้” มาจากอเมริกา โดยข้อมูลจากผู้ร่วมงานรายหนึ่งเล่าว่า ไฮเน็กกี้มีคุณสมบัติ 5 ประการ คือ ทะเยอทะยาน จับประเด็นเก่ง มุ่งมั่น ขยันเรียนรู้ และปราศจากความกลัว เขาเริ่มธุรกิจใหม่ๆ จากความชอบและสิ่งต่างๆ หลายๆ คนจึงเป็น “ครู” และเป็นแบบแผนของเขาโดยที่ไม่มีใครรู้ แม้แต่ธุรกิจเล็กๆ เขาก็ยกให้เป็นครู ธุรกิจใหญ่หรือเล็กไม่สำคัญแต่ความสำคัญอยู่ที่มีจุดขาย เขาบอกว่าทำธุรกิจเหมือนเล่นกีฬา ต้องศึกษาเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีก่อนลงสนาม สอนให้ระมัดระวัง ยิ่งเป็นกีฬาอันตรายยิ่งต้องระมัดระวัง เมื่อไหร่คิดจะทำอะไรต้องทำให้ดีที่สุด เมื่อไหร่หยุดเรียนรู้เท่ากับหยุดเติบโต บทเรียนนี้ถือเป็นเรื่องราวที่เราสามารถนำไปเป็นแบบอย่างได้อย่างดีนะครับ

Hits: 8

Shares
Share This