สำหรับคนเขียนถือว่าททาย เพราะช่วงที่อยู่เชียงใหม่ ก็ใช้มอเตอร์ไซค์เป็นส่วนใหญ่ แม้จะยังเรียนอยู่มัธยมฯต้นเมื่อ สามสิบปี กวก่อน ไม่ได้โตมาในยุค แม่ญิงขี่รถถีบกางจ้อง และสามล้อก็มีชุกชุมแถวคาดหลวง (ตลาดวโรรส) หรือย่าน ประตูทำแพที่ยังเป็นซ่องประตูให้รถวิ่งผ่านไปมาไม่ได้เป็นลาน เอนกประสงค์อย่างทุกวันนี้ การขี่จักรยานชมเมืองเซียงใหม่จึง ไม่เคยเกิดขึ้นเลยในยุคนั้น ซึ่งนำเสียดายมาก เพราะจริงๆ รถราไม่เยอะชวนเวียนหัวเหมือนเดี๋ยวนี้ แต่ยุคนั้นเป็นไอ้หนุ่ม หรืออีสาวมอเตอร์ไซค์มันเท่กว่าขี่รถถีบเยอะ

ทันทีที่มาถึงและเข้าที่พักย่านนิมมานฯ ก็ขอออกไปสำรวจว่าแถวนี้มีร้านจักรยานให้เช่า หรือเปล่า ความรีบร้อนทำให้รีบหยิบเอาเสื้อกันหนาวตัวบางๆออกมาจากกระเป๋าเดินทาง แล้วก็ได้ ยินเสียงขวดแก้วกระทบพื้นแตกกระจายพร้อมกับกลิ่นกุหลาบพวยพุ่งตลบ คนเขียนได้แต่ยืนตาปริบๆ เพราะยังมีโคโลญเหลือกว่าครึ่งขวด ทำอย่างไรได้ หยิบเศษ ขวดแก้วทิ้งถังขยะ แล้วก็ปล่อยให้โคโลญกุหลาบนองพื้นเป็นน้ำหอมในห้องไป และกลิ่นนั้นก็ยังจรุง แม้จะมีการทำความสะอดห้องทุกวันจนวันกลับ สมกับการมาเยือนเมืองกุหลาบเวียงพิงค์จริงๆ ย่านนิมมานฯ หาร้านเช่าจักรยานแทบไม่มี โรงแรมเล็กๆส่วนใหญ่ในย่านนี้มีรถจักรยาน ให้แขกเช่าหรือยืมแต่มีร้านเช่ามอเตอไซค์บนถนนห้วยแก้วไม่ไกลจากแยกที่ตัดกับถนนศิริมังคลา จารย์ แต่คนเชียงใหม่ยุคคนเขียนจะเรียกที่นี่ว่ ฟ้ารานี เพราะแต่ก่อนตรงนี้เป็นที่ตั้งของโรง ภาพยนตร์ที่ทันสมัยและใหญ่โตของเซียงไหม่ที่ชื่อฟ้ธนี ปัจจุบันไม่เหลือร่องรอยนอกจากชื่อเรียก ย่านนี้ที่คนรุ่นหนึ่งจะรู้เท่านั้น เข้าวันต่อมาคนเขียนนั่งถแดง (รถสองแถสีแดง ไปตลาดประตูเชียงใหม่แต่เช้า เพราะ ร้านเช่าจักรยานที่คีย์คำว่ ช่ารถจักรยาน เชียงใหม่ในอากู๋ (กูเกิ้ล) ขึ้นมาให้เลือกไม่ยอะเทำไร และ ร้านนี้ดูน่จะใช้ได้จากภาพทางเฟสบุ๊ค

แทนที่จะรีบก็ขอแวะตลาดประตูเซียงใหม่ที่คึกคักตั้งแต่เช้าตรู่ยันค่ำ เป็นแหล่งอาหาร พื้นเมืองของนักท่องเที่ยว ยิ่งมาวันเสาร์ที่มีนนคนเดินที่ ถนนวัวลาย ตลาดนี้ก็ยิ่งคึกคัก จริงๆ มีหมูทอดแบบเซียงใหม่ที่เป็นจ้อร่อย เป็นหมสามชั้นชิ้นหนาเกิน1 นิ้วหมักแล้วทอด กินกับข้าว เหนียวร้อนๆและน้ำพริกหนุ่ม อร่อยสุดๆ แน่นอนปล่อยให้ร้านเช่าจักรยานรอไปก่อน

ตลาดประตูเชียงใหม่อยู่ริมคู่เมืองตรงประตูเซียงใหม่ ถ้าซื้ออาหารพื้นเมืองที่ตลาดแล้ว นึกจะหาที่นั่งปิกนิกไม่ต้องไปไหนไกล เพราะริมคูเมืองใต้ตันใหมใหญ่ๆฝั่งด้านใน ไม่ใช่ฝั่งที่มีถนน รถวิ่งดักคักจะมีเก้าอี้วางให้นั่งพักผ่อนริมน้ำ ก็ไปใช้บริการได้ อิ่มแล้วก็เดินข้ามถนนมายังถนน วัวลายที่เป็นแหล่งด้ขายเครื่องเงินและมีช่างทำเครื่องเงินที่มีชื่อเสียงของเซียงใหม่มาเนิ่นนาน แต ไม่ได้เดินเข้าถนนวัวลาย เข้าไปถนอีกเส้นที่ตันถนนเชื่อมกับถนวัวลายนั่นก็คือ ถนนสุริยวงศ์

เจอร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวจีนคึกคัก แต่มองหาร้านเช่าจักรยานไม่ เจอ เดินวนหลายรอบ แล้วก็ลองเดินเข้าไปลึกอีกหน่อย ผ่านร้านเบเกอรี่ แล้วก็เห็นร้านนี้อยู่ทาง ขวามือ จริงๆไม่ลึกเลยจากถนใหญ่ แต่ตัวร้านหลบๆ เลยมองไม่เห็น

เจ้าของแนะนำจักรยานปั่นสบายๆ ให้เช่แต่ตากวดไปเห็นจักรยานเก่ายี่ห้อ Crocodile ที่สมัยเด็กๆเคยขี่ ก็เลยขอเช่คันนี้ เจ้าของบอกว่ารถหนักมากต้องออกแรงถีบเยอะ แต่คนเขียน บอกจะเอารูปสวยๆ ยอมเหนื่อย พอตอนปั่นออกจากร้านก็ยอมรับว่าต้องออกแรงถีบมากกว่าปกติ นี่คือข้อแนะนำว่าร้านให้เช่จักรยานส่วนใหญ่จะมีรถหลายแบบให้เลือก ไม่ว่าจะเอาแบบ ปั่นซิล หรือแบบเสือภูเขา หรือเสือหมอบ จะปั่นเอาความเร็วและระยะทางก็มี แต่ขอแนะนำว่าถ้า ไม่ใช่พวกขาแข็ง(แรง) เลือกแบบปั่นซิลสบายๆก็พอ ราคาค่าเช่าก็แตกต่างกันตามแบบรถ แต่ก็ ราวๆวันละ 70 บาทเป็นมาตรฐาน จะเช่าเป็นรายชั่วโมงก็ได้ เช่าได้ราวๆ 09.00 น. ถึง 19.00 น. เขาจะขอบัตรประชาชนของเราเก็บไว้ แต่ไม่ต้องมัดจำ นอกจากรถบางประเภทที่มีราคาสูง

ถ้าตั้งใจจะมาปั่นซิลแบบครอบครัว แนะนำให้ปั่นเฉพาะในเขตกำแพงเมือง (ดูเมือง ด้านในเท่านั้น อย่าออกมาปั่นถนเส้นรอบนอกดูมือง เพระรถขับกันเร็วมาก ยิ่งถนนจากสนาม บินผ่านมาทางแจ่ง (ป้อมหัวมุมกำแพงเมืองเก่) กู่เฮือง ผ่านไปประตูสวนดอกจนถึงแจ่งหัวลิน รถมาเร็วและแรงมากๆ คนเขียนที่มั่นใจว่าเคยปั่นถนนบรมราชชนนีจากย่านสุขุมวิทไปพุทธมณฑล ยังแทบถอดใจ ทั้งรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ และมีหลายเลนวิ่งมากันอย่างเร็วและแรง เชียงใหม่มีเลนจักรยานไหม มี แต่ดูลางเลื่อน และรถมอเตอร์ไซค์มีมากกว่าคนใช้ จักรยานเลยกลายเป็นเลนรถครื่อง (มอเตอร์ไชค์ ไปเลนจักรยานมีรอบๆอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ซึ่งเป็นย่านที่มีอะไรรักน่าสนใจมากมายปั่นรอบๆนี้ แวะ วัดเจดีย์หลวง แล้วก็ปั่นไปจบวัดย่าน พระสิงห์ก็กำลังพอได้เหงื่อ ทั้งสองย่านนี้มีร้านเล็กร้านน้อยเยอะแยะ แต่ที่เยอะมากกว่าวัด ในเชียงใหม่ในยุคนี้ก็คือร้านกาแฟ และไม่ใช่ทำกันเล่นๆ ทำแบบจริงจังเน้นคุณภาพเมล็ดกาแฟ จริงๆ ไม่แปลกใจที่รอบๆย่านนี้จะมีร้านให้เช่าจักรยานมากมาย

ถ้าคุณเป็นพวกขาแข็ง เชียงใหม่ เหมาะกับการปั่นออกไปทางแม่ริมที่นักท่อง เที่ยวจะคุ้นชื่อ ปั่นให้ถึงโรงแรม โฟร์ ซีซันส์ เชียงใหม่เลยก็ได้ ด้านหน้าทางเข้าโรงแรมมีร้าน กาแฟ อาร์ต แกเลอรี และร้านขายของทำมือเก๋ มากๆ ทางไป แม่เหียะ หรือ อุทยานหลวง- ราชพฤกษ์ สถานที่เคยจัดงานพืชสวนโลกก็น่า ไปปั่นบรรยากาศดีมากๆ มี วัดพระธาตุดอยคำ บนเขาเดี๋ยๆ แต่มองเห็นวิวสถานที่จัดงานพืช สวนโลกสวยมากๆ อย่าลืมแวะเที่ยว วัดต้น เกวัน (วัดอินทราวาส) เป็นวัดที่มีการวางผัง และสถาปัตยกรรมของ มณฑปจตุรมุข สวย มากๆ แต่ถ้าขาไม่แข็ง ก็ควรขับรถไปเที่ยว มาถึงเส้นทางที่คนเขียนลองปั่นเที่ยว แบบชิลๆ ไหนก็มาแถวัวลายก็ปั่นแวะชมและ ช็อป ร้านเครื่องเงินแถวถนนวัวลายก่อน แต สารภาพว่าคนเขียนชอบเครื่องประดับเงินเก่า มี ร้านประจำคือ ร้านสิบสองปันนา ที่หัวถนน นิมมานฯ ตรงแยกรินคำ อยู่ติดกับร้านอาหาร ห้องแถ ร้านนี้อหารไทยอร่อย กินมาตั้งแต่ร้าน เปิดจนบัดนี้ แต่ถ้าจะสั่งให้ช่างทำเครื่องประดับ เงิน หรือภาชนะข้าวของใดๆที่ทำจากเงินก็สั่ง ทำได้ ช่างย่านนี้ฝีมือดีเป็นที่ร่ำลือมาแต่โบราณ

มาแล้วก็อย่าลืมแวะ วัดศรีสุพรรณ ชมอุโบสถ ที่ประดับด้วยเงินดุนลายอย่างวิจิตรทั้งหลั่งที่มีที่ เดียวในโลก แม้จะยังอยู่ในระหว่างการสร้างการ ประดับ แต่ก็เสร็จไปมากแล้ว บางคนจะสงสัยว่า ใช้โลหะเงินมากมายมหาศาลมิต้องใช้ทุนทรัพย์ ในการสร้างเยอะไปด้วยหรือ ถามช่างที่ตั้งโรงงาน ขึ้นในบริเวณวัดช่างบอกว่าเป็นอะลูมิเนียมผสม (เป็นโลหะที่แพงแต่ก็ถูกกว่าเงิน) นำมาตีดุนลาย วิจิตร ซึ่งคุณค่อยู่ที่การตีลายนี่แหละ เห็นแล้ว ทึ่ง ใครอยากจะได้บานประตูเงินไปประดับบ้าน แวะสอบถามบนซางตรงประตูวัดได้ เขารับทำ มี ช่างย่านนี้รับทำงานชิ้นใหญ่ๆแบบนี้หลายท่านอยู่ ลูกค้าส่วนใหญ่ก็คือวัดต่างๆ จากย่านตลาดประตูเซียงใหม่ก็ไป ตาม ถนนพระปกเกล้ เจอ วัดเจ็ดลิน (ลิน คือรางน้ำทองคำที่ใช้นพิธีพุทธาภิเษก) ลองแวะ เข้าไปดูเพราะเมื่อก่อนเป็นวัดเล็กๆ ร้างๆ แต่มา บูรณะเมื่อสิบกว่าปีมานี้ ภายในวัดเล็กๆนี้ร่มรื่น มีเจดีย์ที่สวย ขนาดกะทัดรัด แต่มีชุมเจดีย์สวยมีรูปแบบเช่นเดียวกับเจดีย์ที่ วัดเจ็ดยอด มีหนองน้ำใหญ่ในวัดที่ได้รับการพัฒนาจนเป็นแหล่งหย่อนใจเล็กๆ

ผ่านมาตามถนนเส้นเดิมเจอวัดช่างแต้ม ทางซ้ายมือวัดนี้เห็นมาตั้งแต่เด็ก เข้าไปกราบ พระเจ้าฝนแสนห่า พระพุทธรูปคู่เมือง ก่อนจะมาถึงวัดเจดีย์หลวง ต้องบอกว่าใช้จักรยานดีกว่าเดินและนั่งรถแดงเพราะประหยัดทั้งเวลาและค่ารถ และย่าน ตัวเมืองเชียงใหม่จะมีวัดเยอะมาก จนมีคำพูดว่ ไก่บินไม่ตก เพราะไก่บินไม่ได้อย่างนก แค่ตีปีก โผไปได้ใกล้ๆ วัดที่มีมากและติดๆกันจนไก่บินไม่ตกนอกเขตวัดนั่นเอง แต่ละวัดก็มีสิ่งที่น่าสนใจ แตกต่างกัน แต่วัดเจดีย์หลวงนี่ต้องแวะมาปัจจุบันมีการบูรณะองค์เจดีย์และปรับภูมิทัศนโดยรอบ น่ามาเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของ เสาอินทขีล หรือ เสาหลักเมือง ที่ย้ยมาจาก วัด อินทขีล หรือ วัดสะดือเมือง โดยเสาหลักเมืองอยู่ทางด้านซ้ายมือถ้าเราหันหน้าเข้าหาพระวิหาร ใช้เวลาค่อยๆชม วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จากนั้นค่อยมาต่อที่ วัดพันเตา วัดนี้อยู่ตรงสี่ แยกที่ดันหนึ่งเป็น อนุสาวรีย์พระยมังราย ซึ่งเป็นสถูปเล็กๆ ว่ากันว่าที่ตรงนี้คือที่พระองค์ถูก ฟ้าผ่าสิ้นพะชนม์ วัดพันตาได้ชื่อมาเพราะเคยเป็นที่ตั้งเตาหลอมเพื่อหล่อพระพุทธรูปพระอัฏ ฐารส พระพุทธรูปปางประทับยืนองค์ใหญ่ในวิหารวัดเจดีย์หลวงที่อยู่ติดกัน สิ่งที่ควรชมของวัดเล็กๆนี้ก็คือวิหารหลวงที่แต่คิมคือหอคำ ส่วนที่เป็นท้องพระโรงหน้า ของ เจ้าโหตรประเทศ ผู้ครองนครเชียงใหม่ป็นธรมเนียมว่าเมื่อเจ้ผู้ป็นเจ้าของสิ้นพระชนม์ก็จะ รื้อมาถวายวัดนี่เองที่ทำไห้เรได้มีตัวย่างหอคำของจล้นนามาให้ชม้จนทุกวันนี้ โดยเฉพาะรูปไม้ สลักประดับกระจกสีรูปนกยูงที่เป็นสัญลักษณ์ของผู้ครองนครไม้แกะรูปนกยูงนี้ คงบูรณะมาหลาย ครั้ง สมัยเด็กๆเวลาจะไปโรงเรียนต้องขี่รถเครื่องมาติดไฟจราจรที่สี่แยกนี้เสมอ จึงได้ชื่นชมนกยูงนี้ และเห็นว่าทำไมเมื่อก่อนจึงดูวิจิตรสวยงามกว่านี้ก็ไม่ทราบ ตรงข้ามวัดพันเตาคือ คุ้มเจ้บุรีรัตน์ (เจ้ามหาอินทร์ ที่ปัจจุบันเปิดให้คนชมและเป็น ตัวอย่างสถาปัตยกรมล้านนายุคหนึ่ง แต่ถ้าไม่ชอบเรื่องสถปัตย์ก็เลยไปที่ยนอนุสารีย์สามกษัตริย์ พ่อขุนเม็งราย พ่อขุน งำเมือง และ พ่อขุนรามคำแหงฯ ผู้สร้างเมืองเชียงใหม่) เลยก็ได้

ย่านนี้มีห่อศิลปวัฒนธรรม เชียงใหม่ ที่อาคารที่เคยเป็นศาลากลาง ด้านหลังอนุสารีย์นั่นแหละ หอศิลป์นี้มีกิจกรรมบ่อยๆ ทุกวันศุกร์ตอนบ่ายๆจะมีตลาดนัดผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกมีการแสดงดนตรีบรรยากาศน่ารักมากๆ เหมือนกรีนมาร์เก็ตเก๋ๆ มีผลิตภัณฑ์ทำมือดีไซน์ท่ๆขายด้วย ตรงข้ามอนุสาวรีย์ฯที่ซึ่งเคยป็นอาคารศาลแขวงเชียงใหม่ที่เป็นอาคารแบบยุโรปในยุค นั้นโก้มาก ปัจจุบันเป็น พิพิธภัณฑ์ล้นนา น่าเข้าชมมาก และด้านซ้ายมือจะเห็นวิหารหลังเล็กๆ ของ วัดอินทขีล (คนละวัดกับวัดอินทขีล สะคือเมือง ที่ตำบลศรีภูมิ ด้วยโตมาที่นี่ก็ต้องบอกว่า แต่ก่อนเห็นแต่เจดีย์ที่อยู่หลังวิหารนี้เท่นั้น แต่มีองค์ประประธานตั้งอยู่ค้นหน้าเจดีย์อยู่ในเพิงที่ทำกันแดดกันฝนให้ท่าน เพิ่งมาสร้างวิหารหลังเล็กครอบองค์พระเมื่อไม่นานมานี้เอง แต่ทำได้ สัดส่วนสวยงามมากๆ ที่จำได้เพราะยานนี้ดีอย่านของกินอร่อยยามค่ำคืนสมัยนั้น ไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวปลา เย็นตาโฟร้านสอาด (สะกดแบบนี้ หรือร้านหวานละมุน (มีขายแค่ตอนเช้า บ่ายแก่ๆ ก็หมด) ที่ ขายขนมหวานแบบไทยๆ อาหารไทยแบบใส่ถุง ไม่มีนั่งรับประทาน และยังคงเป็นเช่นนี้มาจนเดี๋ยว นี้

ขนมถั่วแปบอร่อยมกโดยเฉพาะถั่วแปบไส้กุ้ง…นมจีนน้ำพริก ก็อร่อย ถ้ามี ยำส้มโอ ต้อง ซื้อ อร่อยทุกอย่างไม่อยากบอกเช่นนี้แต่จริงคนเขียนชอบซื้อทั้งของคาวและของหวานที่นี่ แล้วออก ไปบิกนิกนอกเมือง เตรียมอุปกรณ์ข้อน แก้วน้ำ หรือแวะร้านสะดวกซื้อก็ได้ ควรค่ามากขอบอก ถ้าจะแวะดื่มกาแฟแนะนำร้าน Pacamara ถนนราชดำเนิน เยื้องๆด้านข้างวัดพันเตา เขาใช้เมล็ดกาแฟจกแหล่งผลิตดีๆทั่วโลกมคั่วใครซีเรียสเรื่องกาแฟขอแนะนำ แต่ร้านช่วงที่ไปมี ของและกล่องมาเรียงไว้ด้านหนึ่งของร้านเลยดูรกไปหน่อย แต่นอกร้านน่านั่ง ถ้าไม่มีคนสูบบุหรี่นะ ซึ่งกีว่ไม่ได้ จากตรงนี้จะปั่นตรงไปตามนราชดำเนินไปถึง วัดพระสิงห์ ที่อยู่ไม่ไกลนักเลยก็ได้ หรือจะปั่นย้อนไปทางประตูห่แพก็ได้เป็นถนนสนตรงเลยเพราะแนวถนนจากประตูท่าแพตรง มาก็จะถึงวัดพระสิงห์เป็นแนวตรงเป๊ะ

แต่ก่อนจะถึง วัดพระสิงห์วรวิหาร แวะ ร้านกาแฟอาข่า อาม่า (Aka Ama) ก่อนก็ดี ร้านนี้มาแรง จากคนปลูกกาแฟกลายมาเป็นเจ้าของแบรนคอข่ อาม่า มีร้านแรกที่ซอยหัสดิเสวี 3 ย่านช้างเผือก แต่ตอนนี้มีตรงหน้าวัดพระสิงห์เลยบนถนราชดำเนิน (ถ้าเห็นวัดตรงหน้า ร้าน อยู่ด้านซ้ายมือ เป็นอีกหนึ่งร้านกาแฟคุณภาพของเซียงใหม่ วัดพระสิงห์คือวัดที่คุณไม่ควรพลาดถ้มาเชียงใหม่ ไม่ใช่แค่วิหารหลังใหญ่ที่มีพระพุทธรูป ศักดิ์สิทธิ์แต่ภูมิทัศน์ของวัดนึงงามด้วยการวางผังและวิหารลายคำที่เป็นวิหารหลังเล็กด้านหลังคือ สถานที่ที่พลาดไม่ได้นอกจกพระพุทธสิหิงค์จำลอง (องค์จริงอยู่ที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑ์ 3 พระนคร จิตรกรรมฝาผนังของวิหารลายคำว่กันว่างดงามยิ่งนัก เป็นฝีมือของช่างจีนชื่อ เจ็กเส่ง มีรูปแบบผสมผสานล้านนากับรัตนโกสินทร์ สวยงามจริงๆ สมัยก่อนวิหารลายคำนี้มักจะไม่เปิดให้ คนชม แต่เดี๋ยวนี้กลายเป็นที่ที่นักผ่องที่ยวต้องมาชมให้ได้ จึงเปิดให้ชมทุกวัน

นี่เป็นแค่เส้นทางคร่วๆและคิดว่าถ้จะมาปันแบบครอบครั้วก็นจะประมาณนี้ เพราะช่วง บ่ายๆ แดดร้อน ควรจะหลบร้อนข้าพิพิธภัณฑ์ ใกล้วัดพระสิงห์มีร้านที่เปิดไม่นานแต่ร่มรื่นซื่อ เฟิร์น ฟอเรสต์ คาเพ (Fer Forest Cafe) เลขที่ 22 ถนนสิงหราช ซอย 4 หรือจะแวะจิบน้ำช เครื่องดื่มเย็นๆ กับขนมที่ โรงแรมอนันตรา เชียงใหม่ ก็เก๋ดี เพราะอยู่ริมแม่น้ำปิง ถนเจริญประทศ ที่เคยเป็นที่ตั้งของสถานกงสุลอเมริกามาก่อน บางคน อาจจะงง ก็ที่เคยเป็นโรงแรมเจดีย์ นั่นแหละ ตอนนี้อนันตราเข้ามาบริหาร หรือจะแวะที่ถนนห่แพมี ร้านชาระมิงค์ ใบชาเชียงใหม่ที่มีชื่อเสียงมาช้านาน ปัจจุบัน มีร้านชาระมิงค์ในอาคารไม้สองชั้นสีขาวที่เป็นอาคารไม้ฉลุเก่าแก่คู่นนท่าแพ น่าแวะไป แต่ถ้าคุณเลือกเที่ยวย่านห่แพ แน่นอนว่า กาดหลวง หรือ ตลาดวโรรส คุณต้องไม่ พลาด โดยเดินเข้าทาง ตรอกเหล่าโจ๊ว (ถนนข่วงเมรุ) ร้านรวงสองข้างทางมีการค้าขายคึกคัก ปัจจุบันเน้นมาเป็นของที่ระลึก ผลิตภัณฑ์สิ่งทอพื้นเมือง

คนเขียนชอบมาหากางเกงผ้าใยกัญชง ที่นี่ บางทีก็มีผ้ผ้ายทอมือเนื้อหนานุ่มแบบไม่ค่อยมีทั่วไป แต่ของผู้หญิงที่เป็นชุดเป็นกระโปรง แนว Etic จะมีมากกว่า และสวยๆทั้งนั้น ราคาต่อรองได้ แต่ต่อได้แล้วต้องซื้อนะ คนเขียนมีมุมสงบในตรอกนี้ นั่นก็คือร้าน Thamel Coffee รู้สึกตอนหลังจะมีคำว่าร้าน อาหารต่อท้ายด้วยร้านนี้อยู่บนชั้นสองของร้าน Thame ที่ขายสินค้าจากเนปาล ข้างบนตกแต่งเอง แบบง่ายๆ แต่เหมือนเราหลุดจากเซียงไหมไปนปาลในบัดดล มาที่นี่ก็ต้องสั่งชานมเนปาลดื่ม หลง รักสีสันและการตกแต่งแบบโฟล์คของที่นี่มาก มาเซียงใหม่ที่ไรก็ต้องแวะมาชิล ไหนๆก็มาตรงต้นถนนท่าแพ ตรงแยกวัดอุปคุต ตรงข้ามธนาคารไทยพาณิชย์จะมีร้าน สมุดทำมือชื่อ dipdee.binder เป็นร้านไม่ติดแอร์ฯ แต่บรรยากาศน่านั่งมากๆ แม้จะเป็นมุมเล็กๆ เจ้าของทำมุมเวิร์คช็อปในร้านสอนการทำสมุดเย็บสมุดด้วยด้ายแบบเย็บกีฯลฯ ซึ่งต้องมาเช็คเอง ว่าแต่ละเดือนจะมีการสอนวันไหน และจะมีแค่เดือนละครั้ง แต่มาแล้วควรอุดหนุนสมุดทำมือของร้านนี้ เกไก้ไม่เหมือนใครจริงๆ แต่ถ้าได้กลิ่นอาหารยั่วน้ำย่อยล่ะก็ร้านพิซซ่ข้างกันนั่นไง ดูเป็นร้านบ้านๆ แต่ทำพิซซ่า อร่อยมาก ขอบอกเลย อบมาร้อนๆ น่ากินมาก จริงๆในเชียงใหม่มีร้านพิซซ่าอร่อยๆเยอะแยะ อย่าง หลังประตูท่าแพ (ปลายอีกด้านของถนนกแพ) ตรงถนนมลเมืองจะมี ร้าน By Hand Cafe ทำ พิซซ่าได้สมชื่อทำด้วยมือจริงๆ พราะอร่อยแบบพิซซ่านโปลี่จริงๆ ส่วนร้านอาหารฝรั่งเศสอย่าง Chez Marco ถนนลอยเคราะห์ ขอแนะนำเลย และควร โทรศัพท์ไปจองโต๊ะล่วงหน้าด้วยเพราะแน่นตลอด (โทร. 053-207-032) ความอร่อยและคุณภาพ เกินราคา แต่ถ้ต้องการบรรยากาศดี หรูหร และเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงมายาวนาน ของเชียงใหม่ก็ต้อง Le Coq d’or (www.lecoqdorchiangmai.com) ราคาก็สมความหรู จริงๆร้านอาหารที่กำลังเป็นที่นิยมตอนนี้จะไปกระจุกอยู่ที่ยนนิมมานฯ แต่คนเขียนก็ยัง ชอบ ร้านอาหารจีนแยงซีเกียง นิมมานฯ ซอย 5 ร้านนี้มีซาลาเปาไส้ไหลที่อร่อยไม่แพ้ของเชฟ แมนหรือ ร้านก๋วยเตี๋ยวอัญชันที่เส้นจะผสมน้ำคั้นดอกอัญขันเครื่องดื่มก็เป็นน้ำอัญชัน เขาย้าย จากนิมมานฯ ซอย 9 มาอยู่ที่ศิริมังคลาจารย์ (ถนท้ายซอยนิมมานฯ) ซอย 9 จะอยู่ลึกเข้าไป จากถนนแต่พอจะเดินไหว แต่จอดรถได้ง่ายไม่ยากเหมือนย่านนิมมานฯ สั่งแบบแห้งแล้วสั่งซุป กระดูกหมูมาชดด้วย ขอบอกว่าพลาดไม่ได้จริงๆ ถ้าชอบกยเตี๋ยวต้มยำ ก็ต้องที่ ก๋วยเตี๋ยวหมูดังไข่ออนเซ็น เป็นซอยเชื่อมระหว่าง นิมมานฯซอย 5 กับซอย 7 เยื้องๆโรงแรมเมย์ฟลาวเวอร์ เป็นร้านกึ่งกลางแจ้ง จริงๆมีอีกหลาย ร้านเยอะมาก แต่กลัวจะเยอะไป แต่แน่ๆต้องมาดื่มกาแฟถ้วยแรกของวันที่ ริสเกรตโต (Ristr8to Coffee) ปากซอยนิมมานฯ 3 ร้านกแฟที่ปลุกให้เชียงใหม่กลายเป็นเมืองที่มีร้านกาแฟระดับ พรีเมียมหนาแน่นมากถ้าเทียบกับพื้นที่

ย่าน วัดเกตการาม เซียงใหม่ จริงๆถ้ปั่นรถจักรยานแถวท่าแพ จะปั่นมาทางสะพาน นวรัตน์ข้ามแม่น้ำปิงมาย่านวัดเกตฯได้ง่ายๆ เดินมาก็ยังไหว ถ้าอยู่แถวตลาดตันลำไยหรือตลาด วโรรส สมัยก่อนมีสะพานคนเดินข้าม (สะพานจันทร์สมอนุสรณ์) จากตลาดตันลำไยมาที่หน้าวัด เกตฯเลย แต่สะพานเก่าชำรุดจนต้องทุบทิ้ง เสียดายมาก น่าจะสร้างใหม่ เพราะเป็นสะพานที่เรา ไปยืนชมวิวแม่น้ำปิงได้สวยมากแต่ที่แน่ๆคือให้คนที่อยู่ฝั่งวัดเกตฯเดินข้ามไปมากับตลาดได้สะดวก ถนนริมแม่น้ำปิงที่ผ่านหนวัดเกตชื่อถนนเซียงใหม่-ลำพูน แต่ใครเห็นถนนขนาดสอง เลนนี้อาจจะไม่เชื่อว่าเคยเป็นถนนสายหลักเชื่อมสองเมืองนี้จริงหรือวัดเกตฯมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวม เอาข้าวของกี่ยวกับมืองเซียงไหมโดยคนในชุมชนไว้ได้มากและน่สนใจ เพราะนี่คือชุมชนของคน ค้าขายจึงมีฐานะค่อนข้างดีมาก่อน น๊อกจากนี้อดารโรงเรียนพระปริยัติรมวัดเกตฯซึ่งเป็นแบบล้านนาผสมยุโรปก็มีความสวยงามแปลกตามาก คหบดีชาวจีนยุคนั้นป็นคนออกทุนสร้างถวยวัด ส่วนใครกิดปีจอ พระธาตุเจดีย์ที่รัดเกตฯคือประธาตุประจำปีจอ ว่ากันว่า ทรงพระเจดีย์นี้จำลองมาจากพระรตุฬามบนสวรค์และครที่เห็นยอดเจดีย์ในระยะไกลจะเห็นว่อียงไม่ใช่เพราะแผ่นตื่นไหว แต่เขาสร้างให้ เอียงเพราะไม่ให้ยอดเจดีย์ไปที่พระรฬามณีบนสวรค์ที่วัดเกตมีอะไรนำรักๆอย่างนี้ซ่อนอยู่มากมาย ถนนหนวัดเกดฯ เป็นย่านช็อบังไม่ว่าจะเป็นสบมย แกลอรี ที่บางคนว่สำหรับนักท่องเที่ยวหรือเปล่า แค่ของดีไชน์ก่ๆที่เราไปเห็น ฝรั่งถือฝรั่งไสแล้วชอบนั้นจริงๆก็อาจจะมจกที่นี่ครชอบกระดาษสวยๆที่ดูมันทนศิลปะต้องแวะที Cioe Sourco Paper Galley ตรงข้ามโรงแรม Sala Chiaga เลยมาหน่อยก็มีร้านกาแฟซียงใหม่ที่คนชอบบรรยกาศแบบบ้นๆดิบๆหอยแวะนั่งพักชิลๆริมน้ำบิงได้เขาคั่วเมล็ดกาแฟอง ร้าน กาแฟเชียงใหม่ป็นร้นกาแฟแก่แต่ที่ป็นร้นสาข ข้งในมีของก่แบบเมื่อวันวานขายด้วย หน้าร้านติดป้ายว่าว R อยู่กลาย เป็นแกสต์เฮาส์ด้วย ติดๆกันก็เป็นบนกช่นกันที่ดัดแปลงเป็นร้านคาเฟชื่อ The Mooting Room At Cafช โครติสทำๆหน่อยก็คงอบแต่ติสท์อย่างไรก็มีบรรยากาศ กันแองและยินดีต้อนรับจริงๆแถวนี้มีร้านก่อีกเยอะ อย่าง พ๐๐ Ca ที่คนเชียงใหม่ชอบมา หรือร้านชเวียงจุมออนที่นักท่องเที่ยวอยากแวะ ไปเยือน เอาเป็นว่าให้เขียนเรื่องเชียงใหม่อีกก็คงเขียนได้ไม่ช้แน่ๆ เซียงใหม่เป็นเมืองที่เหมาะกับวิถีชีวิตแบบ Slow

ไม่จำเป็นต้องไปให้ครบทุกย่านที่คนเชียนแนะนำ พราะบอกตรงๆว่าขนาดเป็นคน พื้นที่ ไปเยือนอีกมากมาย ประสบการณ์ ปั่นรถถีบ แอ่วเจียงใหม่คราวนี้จะทำให้คนเขียนต้องหาโอกาสมาปั่นอีก แน่ๆ เพราะรู้แล้วว่าช่วยประหยัดเวลาคว่การเดิน ห้เราซอกแซกไปตามถนนเล็กๆได้ง่ย และไม่เปลืองครถแดงที่เอะอะอะไรก็ชาวบาท (20 บาท) หลายคนอาจะว่ทีรคมาตรนนี่ แต่คนเขียนโดมในเมืองนี้ เมื่อก่อนเคยจ่ยคำรถสองแถแค่ บท ก็เลยทำใจยากอยู่ ถ้าจะมาซิล ในเมืองครั้งหนำคงปั่นรถถีบชิลๆในเชียงใหม่อีกแน่ๆ

ปั่นรถถีบ แอ่วเชียงใหม่ By Drivemate

                  This  Amazing  Trip Sponsor By Drivemate.asia – บริการรถเช่าเชียงใหม่ เช่ารถเชียงใหม่ราคาถูก

 

 

Hits: 7

Shares
Share This