เมื่อข้อเข่าใช้การไม่ได้เหมือนเดิม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าก็เลยเป็นทางเลือกที่น่าดึงดูดเพื่อกลับมาใช้งานเข่าได้ดังเดิม

ข้อเข่านับเป็นอวัยวะสำคัญที่ใช้เพื่อสำหรับในการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง หรือนอน แม้ข้อเข่ามีความผิดปกติ หรือสลายตัวลง อาจก่อให้รู้สึกปวดเวลาเคลื่อนไหว สำหรับในรายที่เป็นมาก บางครั้งเพียงแค่อยู่เฉยๆก็รู้สึกปวดแล้ว

อาการเกี่ยวกับข้อเข่าแตกต่างจากปกติทั้งหลายแม้มิได้รับการดูแลและรักษาอาจก่อให้ผู้เจ็บป่วยไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามเดิม นอกเหนือจากการใช้ยาเพื่อทุเลาอาการอักเสบ ลดอาการเจ็บปวดแล้วแล้ว การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยทำให้คนไข้สามารถกลับมาเคลื่อนไหว ยืน เดิน นั่ง ได้ตามปกติอีกที

ทำความรู้จักข้อเข่า อวัยวะสำคัญของร่างกาย

ข้อเข่าเป็นข้อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย ประกอบไปด้วยส่วนของกระดูกแข็ง 3 ชิ้น เป็นองค์ประกอบหลัก ดังเช่นว่า

* ส่วนปลายของกระดูกต้นขา (Femur)

* ส่วนบนของกระดูกหน้าแข้ง (Tibia)

* กระดูกลูกสะบ้า (Patellar)

ทั้งนี้กระดูกทั้ง 3 ส่วนนี้ ยึดอยู่ด้วยกันโดยมีเส้นเอ็น หมอนรองกระดูก และกล้ามเนื้ออยู่ล้อม ช่วยควบคุมการเคลื่อนไหว รองรับ รวมทั้งกระจายน้ำหนักตอนที่ยืน หรือเดิน รอบๆผิวของกระดูกทั้งยัง 3 ชิ้นจะปกคลุมด้วยกระดูกอ่อน (Articular Cartilage) ซึ่งมีสีขาว ลักษณะมันเรียบ เหมือนผิวมุก ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกกันของกระดูกและช่วยทำให้การเคลื่อนไหวลื่นไหลขึ้น

ต้นเหตุที่ควรจะมีกระดูกอ่อนเพราะเหตุว่าที่ปลายกระดูกแข็งมีเส้นประสาทอยู่มาก ถ้าไม่มีผิวกระดูกอ่อน กระดูกแข็งที่กดทับและก็เสียดสีกันในขณะที่มีการงอเหยียดเข่า ยืน หรือเดินลงน้ำหนัก จะมีผลให้มีอาการเจ็บปวดได้ ด้วยเหตุดังกล่าวถ้าหากกระดูกอ่อนแข็งแรงดี เมื่อมีการงอ เหยียดเข่า รวมทั้งเดินลงน้ำหนัก จะไม่รู้สึกเจ็บ หรือขัดในเข่าเลย

สาเหตุสำคัญที่ต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า

* ข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis of the Knee) เป็นโรคที่เกิดจากการกัดกร่อนของ “ผิวกระดูกอ่อน” ของข้อเข่า มีเหตุมาจากอายุที่มากขึ้นและการใช้งานข้อเข่าหนัก ทำให้มีการขัดสีแล้วก็ถลอกของผิวกระดูกอ่อนที่หุ้มอยู่รอบเข่าจนถึงเนื้อกระดูก ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บปวด บางกรณีข้อเข่าอาจมีการฟื้นฟูตนเอง และก็พอกตัวหนาขึ้น เกิดเป็นกระดูกงอกขรุขระขึ้นภายในข้อทำให้การเคลื่อนไหวติดขัดรวมทั้งมีเสียงดัง ผู้ป่วยที่มีลักษณะมากหมายถึง กระดูกงอกไม่ปกติ หรือมีการสึกกร่อนไปมาก จะมีผลให้ขาโก่งเข้าภายใน หรือเกบิดออกนอก ซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้การรับน้ำหนักของข้อเข่าไม่ปกติได้ โดยมากคนเจ็บโรคข้อเข่าเสื่อมจะเป็นผู้สูงอายุ และผู้หญิงมีโอกาสเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมมากกว่าเพศชาย

* ข้ออักเสบเรื้อรัง โรคที่พบบ่อย คือ ข้ออักเสบรูมาตอยด์ โดยข้ออักเสบเรื้อรังจะก่อให้เยื่อหุ้มข้ออักเสบหนาตัวขึ้น มีการสร้างน้ำหล่อเลี้ยงข้อมากเพิ่มขึ้นทำให้เข่าบวมแดง เมื่อมีการอักเสบนานจะมีผลให้ส่วนกระดูกถูกทำลาย

* ข้ออักเสบจากอุบัติเหตุ อุบัติเหตุเป็นหนึ่งในต้นเหตุที่ทำให้กระดูกอ่อนผิวข้อถูกทำลาย จากแรงชนที่ร้ายแรง หรือจากการแตกร้าวของกระดูกรวมทั้งกระดูกอ่อนได้ผลให้ผิวข้อด้อยไม่เรียบ

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าคืออะไร?

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า เป็นการผ่าตัดเพื่อรักษาคนเจ็บข้อเข่าเสื่อมซึ่งผิวข้อสึกหรอไปมาก รักษาด้วยการใช้วิธีอื่นๆแล้วไม่ประสบผลสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานยา หรือกระบวนการทำกายภาพบำบัด

แพทย์จะผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าโดยการนำผิวกระดูกอ่อนที่หมดสภาพแล้วออก จากนั้นจะนำข้อเข่าเทียมซึ่งทำมาจากโลหะแล้วก็โพลีเอทิลีนมาใส่แทนที่ ยึดด้วยซีเมนต์พิเศษแล้วจัดแกนขาที่ผิดรูปผิดรอยให้กลับมาตรงดังเดิมโดยจะใช้เวลาผ่าตัดราวๆ 1.30 – 2 ชั่วโมง ต่อการผ่าตัด 1 ข้าง ภายหลังจากการผ่าตัดคนเจ็บจะสามารถเคลื่อนไหวข้อเข่าแล้วก็ลงน้ำหนักได้ตามธรรมดา หรือใกล้เคียงปกติรวมทั้งเดินได้ไกลมากขึ้น

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมมีกี่จำพวก

ข้อเข่าเทียมมีหลายแบบขึ้นกับอาการรวมทั้งความร้ายแรงของโรค โดยแบ่งชนิดของข้อเข่าเทียมได้ 2 จำพวกใหญ่ๆดังนี้

ข้อเข่าเทียมแบบเปลี่ยนผิวข้อเฉพาะเล็กน้อย แบ่งได้ 2 รูปแบบ

* ข้อเข่าเทียมแบบซีกเดียว (Unicompartmental Knee Arthroplasty) ใช้แทนผิวข้อที่สึกเพียงแต่ด้านใดด้านหนึ่ง พบได้ทั่วไปในคนไข้ที่มีอาการปวดเข่าภายในเพียงด้านเดียวแล้วก็แกนขาไม่โก่งมากมาย แพทย์จะนำผิวกระดูกที่สลายตัวออกไปแล้วใช้ข้อเข่าเทียมชนิดซีกเดียวเปลี่ยนให้

* ข้อเข่าเทียมแบบสองซีก (Bicompartmental Knee Arthroplasty) เป็นข้อเข่าเทียมที่ใช้เปลี่ยนผิวข้อทางข้างในและก็ลูกสะบ้า เหมาะจะใช้ในผู้ป่วยที่มีผิวข้อเสื่อมทางข้างในแล้วก็ผิวลูกสะบ้าสึกหรอ มีแกนขาโก่งไม่มากมาย และก็ผิวข้อทางข้างนอกปกติ

* ข้อเข่าเทียมแบบเต็มข้อ (Total Knee Arthroplasty) ใช้ในคนเจ็บที่มีลักษณะอาการข้อเสื่อมรุนแรงมากมายๆโดยอาการปวดเข่าทั่วทั้งเข่าแล้วก็แกนขาผิดแบบมากมาย แพทย์จะนำผิวข้อที่เสื่อมแล้วออกทั้งหมด แล้วแทนด้วยข้อเข่าเทียมแบบเต็มข้อ

เมื่อไหร่จะต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า?

ข้อเข่าเทียมที่ใช้กันอยู่ในตอนนี้มีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยประมาณ 20-25 ปีแล้วจะเริ่มย่อยสลาย แพทย์ก็เลยมักพิจารณาผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมให้เฉพาะคนเจ็บที่มีอายุค่อนข้างจะมากมาย เนื่องมาจากการเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมในผู้ป่วยที่อายุน้อยซึ่งยังมีการเคลื่อนไหวรวมทั้งใช้ข้อเข่ามาก จะก่อให้ข้อเข่าเทียมสึกหรอเร็วแล้วก็มีอายุการใช้งานที่สั้นลง โดยการผ่าตัดเปลี่ยนซ้ำอาจได้ผลการดูแลและรักษาไม่ดีราวกับคราวแรกทั้งยังใช้เวลาสำหรับเพื่อการพักรักษาตัวนานกว่า

นอกเหนือจากนี้แพทย์จะเลือกผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมในคนป่วยที่รักษาด้วยวิธีรับประทานยาและก็การดูแลและรักษาทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูมาอย่างเต็มที่แล้วอาการแย่ลง โดยสรุปแล้วคนที่จำต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า คือ

* คนเจ็บเฒ่าที่มีข้อเข่าเสื่อมในระยะในที่สุด

* คนเจ็บที่ต้องกินยาแก้ปวดต่อเนื่องกันทุกวัน

* ผู้ที่มีอาการปวดมากจนกระทั่งก่อกวนการดำรงชีวิตประจำวัน

* คนที่ทดสอบรักษาด้วยวิธีอื่นทั้งหมดแล้วประสบความล้มเหลว

วิธีป้องกันข้อเข่าเสื่อม ป้องกันก่อนต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า

แม้การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าจะถือว่า เป็นแถวทางการรักษาที่มีคุณภาพ แม้กระนั้นการดูแลตนเองเพื่อป้องกันข้อเข่าเสื่อมก็นับว่าเป็นทางเลือกที่ดีมากยิ่งกว่ามากมาย ดังนั้นเมื่อเริ่มมีลักษณะของข้อเข่าเสื่อมในระยะต้นๆคุณสามารถรักษาตนเองควบคู่ไปกับการดูแลรักษาโดยหมอได้โดยการปฏิบัติด้วยวิธีกล้วยๆดังต่อไปนี้

* ควบคุมน้ำหนักให้เข้าขั้นปกติจะช่วยชะลอการเสื่อมของข้อเข่าได้

* หลบหลีกการเคลื่อนไหว หรือท่านั่งบางอย่าง ตัวอย่างเช่น นั่งยอง คุกเข่า พับเพียบ นั่งขัดสมาธิ ซึ่งข้อเข่ามีการงอพับทำให้เข่าต้องรับแรงกดมากจึงทำให้อาการของโรคมากขึ้นได้

* ใช้ไม้เท้าช่วยเดินในเวลาที่มีอาการปวดมากและก็จะต้องเดินไกลๆไม้เท้าจะช่วยแบ่งน้ำหนักที่มาลงรอบๆข้อเข่า

* ถ้าหากมีลักษณะอาการปวด สามารถรับประทานยาแก้ปวด หรือยาที่หมอจ่ายให้เป็นครั้งคราวเพื่อทุเลาอาการได้ แต่ว่าไม่ควรรับประทานตลอดช้านาน 1-2 สัปดาห์ ด้วยเหตุว่าอาจมีผลกระทบอะไรบางอย่างได้

* หมั่นออกกำลังบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า และกล้ามเนื้อต้นขา

https://www.honestdocs.co/knee-replacement

Tags : ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า

อ่านบทความแนะนำ :

Hits: 4

Shares
Share This