ฝากครรภ์ คุณแม่ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

            เมื่อคุณมี อาการคนท้อง เกิดขึ้น แต่ยังไม่แน่ใจว่าท้องหรือไม่ ให้ลองนับวันที่เป็นประจำเดือนวันแรก ไปจนถึงในช่วงวันไข่ตก คือช่วง 12-16 วันของรอบเดือนว่า ได้มีเพศสัมพันธ์กับแฟนหรือเปล่า ถ้ามี ให้คุณนั้นสังเกตอาการตนเอง เช่น ประจำเดือนขาด อยากทานอาหารแปลก ๆ คลื่นไส้อาเจียน เป็นลม ฯลฯ ซึ่งแต่ละคนก็มีอาการที่แตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นอย่างนี้ อย่างไรก็ตาม หากคุณตรวจพบว่าคุณนั้นตั้งครรภ์ให้คุณทำการ ฝากครรภ์ กับสถานพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อดูแลการตั้งครรภ์ตั้งแต่เริ่มแรก ทำให้คุณได้เรียนรู้วิธีการดูแลตัวเองตั้งแต่แรกจนกระทั่งคลอดเลย

            การ ฝากครรภ์ นั้นใช้เอกสารคือ บัตรประจำตัวประชาชน ประวัติการเจ็บป่วยต่างๆ เช่น โรคประจำตัว การแพ้ยา รวมถึงข้อมูลการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย จะเห็นได้ว่าการเตรียมเอกสารนั้นง่ายมากๆ ไม่ยุ่งยากด้วย โดยการตรวจเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ หมอจะซักประวัติคุณแม่ เช่น ประจำเดือนมาครั้งสุดท้ายเมื่อไร ก่อนที่จะตั้งครรภ์คุมกำเนิดอย่างไรบ้าง มีการใช้ยาอะไรบ้าง และมีโรคทางกรรมพันธุ์อะไรที่จะส่งผลต่อเด็กในครรภ์บ้าง นอกจากนี้ยังมีการตรวจร่างกายของคุณแม่ด้วย ไม่ว่าคุณจะเพิ่งมี อาการคนท้อง 1 สัปดาห์ หรือ ท้องมา 3-4 เดือนแล้ว เขาก็ต้องซักถามรายละเอียดให้ดีเช่นกัน

            การตรวจร่างกาย เริ่มตั้งแต่การวัดน้ำหนักส่วนสูงเลย ถ้าคุณแม่ไม่ค่อยสูง หรือสูงแค่ 145 อุ้งเชิงกรานอาจเล็กเกินไป ทำให้คลอดลูกยาก ต้องผ่าคลอด ตรวจปัสสาวะเพื่อดูว่าปกติไหม มีค่าน้ำตาลมากไปหรือเปล่า ถ้ามีมาก เป็นอาการของคนเป็นเบาหวาน หรือถ้าคุณแม่มีความดันโลหิตสูงมาก อาจเป็นจุดเริ่มแรกของครรภ์เป็นพิษได้ การตรวจต่อมไทรอยด์ หญิงตั้งครรภ์อาจมีภาวะต่อมไทรอยด์โตเล็กน้อย หากโตมากอาจเป็นต่อมไทรอยด์เป็นพิษได้ และนอกจากยังมีการฟังเสียงหัวใจและปอดด้วย และดูว่าขนาดมดลูกนั้นสัมพันธ์กับการตั้งครรภ์หรือไม่ และตรวจหาเชื้อโรคต่างๆ เช่น เอดส์ ซิฟิลิส เป็นต้น

            เมื่อตรวจแล้ว ถ้าไม่พบความผิดปกติอะไร คุณหมอก็จะสั่งให้ทานยาบำรุงหรือแนะนำอาหารการกินที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและลูกน้อยในครรภ์ได้ เป็นต้น และคุณมอจะมีสมุกฝากครรภ์ให้ไว้กับคุณแม่ ซึ่งจะบันทึกผลการตรวจทุกครั้งที่มาหาหมอ และต่อไปให้คุณแม่นั้นมาตามนัดด้วย เพื่อดูสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์

            และก่อนที่คุณแม่จะไปให้หมอตรวจ คุณแม่สามารถจดคำถามหรือข้อสงสัยต่างๆ ที่อยากรู้ไปถามได้เลย เพื่อจะได้ปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง สร้างความปลอดภัยให้กับคุณและลูกน้อยมากขึ้น ส่วนการนัดตรวจครรภ์ครั้งต่อไปนั้น จะนัดเร็วหรือช้าหลังจากวันตรวจก็ขึ้นอยู่กับระยะครรภ์ โรค และความผิดปกติที่ตรวจพบ โดยปกติแล้วในช่วง 7 เดือนแรก จะนัดให้มาตรวจเดือนละครั้ง แต่พอเข้าสู่เดือนที่ 8 คุณหมอก็จะนัดมาตรวจครรภ์ถี่มากขึ้น ในทุกๆ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์และเพิ่มเป็นทุก ๆ 1 สัปดาห์ ในช่วง 9 หรือช่วง 1 เดือนก่อนคลอด เป็นต้น

            ทั้งหมดนี้คือ การเตรียมการฝากครรภ์ของคุณแม่มือใหม่ทั้งหลาย  ซึ่งจะทำให้คุณแม่เข้าใจถึงการดูแลตัวเองตั้งแต่เริ่มท้องจนถึงคลอดเลย ช่วยให้การตั้งครรภ์ราบรื่นยิ่งขึ้น และทำความเข้าใจได้ ไม่เครียดหรือกังวลมากจนเกินไป และที่สำคัญคนรอบข้าง โดยเฉพาะสามีต้องช่วยกันดูแล และให้กำลังใจมากที่สุด เนื่องจากคนที่ตั้งครรภ์มักมีความกังวล ความเครียดหรือมีอารมณ์ที่แปรปรวนมากๆ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของทารกนั่นเอง ในช่วงนี้จึงต้องการการดูแลมากเป็นพิเศษ

            อย่างไรก็ตาม หากคุณมีอาการของคนท้อง แต่ไม่แน่ใจอย่าลืมนับวันที่ขาดประจำเดือนและสังเกตอาการต่างๆที่ผิดปกติด้วย ซึ่งหากคุณนั้นมีประจำเดือนมาตรงมาก ถ้าหากไม่มาให้ลองตรวจการตั้งครรภ์ดู อาจจะเจอภายใน 2-3 วัน หรือไม่ก็ภายใน 1 สัปดาห์ ถึงแม้จะตรวจแล้วขึ้นสองขีดจางๆก็เถอะ นั่นแสดงว่า คุณท้องอยู่ เพียงแต่ว่า ฮอร์โมนของคุณมันยังไม่เพียงพอนั่นเอง ให้คุณลองไปตรวจเลือดกับหมอดู เมื่อพบว่าตั้งครรภ์ ให้รีบฝากครรภ์ เพื่อดูแลตัวเองและลูกน้อยให้ดีที่สุด เพราะฉะนั้นการสังเกตอาการผิดปกติ และการดูแลตัวเองคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของคนท้อง

Hits: 2

Shares
Share This