0 0 ให้คะแนนโหวต
Article Rating

พรบรถยนต์ราคาเท่าไหร่ คิดอัตราอย่างไรบ้าง?

อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่เจ้าของรถยนต์ทุกคันต้องรู้ก็คือ เรื่ององพรบ รถยนต์ ที่จะต้องเตรียมเอาไว้ทุก ๆ 1 ปี เนื่องจากเป็นข้อกำหนดกฎหมายที่บังคับให้เจ้าของยานพาหนะทุก ๆ รูปแบบจะต้องรับผิดชอบปฏิบัติตาม เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินบนท้องถนน เงินที่ชำระไว้ใน พรบ จะถูกนำมาใช้ชดเชยในกรณีที่บาดเจ็บและเสียชีวิตได้ จนอาจกล่าวได้ว่า พรบ ก็คือ การต่อ ประกัน รถยนต์ ภาคบังคับนั่นเอง ซึ่งเป็นประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจที่เจ้าของรถสามารถเลือกได้ตามความต้องการ ซึ่งแม้ว่า ราคา พรบ รถยนต์ จะเป็นราคาที่ถูกกำหนดตามกฎหมาย แต่ก็มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับราคา พรบ ดังต่อไปนี้

  1. การต่อ พรบ เกินระยะเวลาที่กำหนด เนื่องจากตามที่กฎหมายกำหนดเอาไว้นั้น เจ้าของรถจะต้องชำระอย่างต่อเนื่องทุก ๆ 1 ปี ดังนั้นหากเจ้าของรถมัวแต่ลังเลไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะทำ ประกันรถยนต์ที่ไหนดี จนเกินกว่าระยะเวลาที่ทางกฎหมายกำหนด อาจไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มตามกำหนด แต่ก็จะทำให้เจ้าของรถไม่สามารถชำระภาษีได้ กลายเป็นค่าปรับจากการต่อภาษีในอัตรา 1% ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุก ๆ เดือน อีกทั้งหากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพบว่าเอกสารดังกล่าวหมดอายุ ก็จะทำให้เจ้าของรถต้องเสียค่าปรับไม่น้อยกว่า 1,000 บาทได้
  2. สถานที่จำหน่าย พรบ เจ้าของรถที่ยังลังเลว่าจะเลือก ประกันรถยนต์ที่ไหนดี เพราะเกรงว่าจะมี ราคา ต่อพรบรถยนต์ ที่แตกต่างกันหรือไม่ ก็ขอแนะนำว่าการให้บริการของสถานที่จำหน่าย พรบ ของเอกชนนั้นจะไม่มีอัตราแตกต่างกับการไปทำ พรบ ที่กรมขนส่งเลยแม้แต่น้อย เพราะสถานที่เหล่านี้มักดำเนินการต่อ พรบ ไปพร้อม ๆ กับการทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจด้วย เจ้าของรถจึงไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเพื่อดำเนินการต่อ พรบ ถึงกรมขนส่งที่อาจจะอยู่ไกลบ้านให้เสียเวลา
  3. ประเภทของยานพาหนะ เนื่องจากการทำ พรบ เป็นสิ่งที่กฎหมายบังคับกับยานพาหนะทุก ๆ ประเภท ราคาของ พรบ ของยานพาหนะแต่ละประเภทจึงมีความแตกต่างกันไป โดยกรณีของรถเก๋งจะมีราคา พรบ 21 บาท รถกระบะราคา พรบ 967.28 บาทและรถตู้ที่มีที่นั่งไม่เกิน 15 ที่นั่ง มีราคา พรบ 1,182.35 บาท

 

จากข้อมูลทั้งหมดข้างต้น จะเห็นได้ว่าเจ้าของรถคงทราบแล้วการทำ พรบ รถยนต์ ถือเป็นข้อบังคับตามกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งจะช่วยให้เจ้าของรถหรือผู้สัญจรบนท้องถนนทุก ๆ คนได้รับความคุ้มครองในกรณีที่ประสบอุบัติเหตุได้ นอกเหนือจากการพิจารณาเลือก ประกันชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง หรือประกันภัยชั้น 2 คุ้มครองอะไรบ้าง แล้ว เมื่อประสบเหตุและต้องการความคุ้มครอง เจ้าของรถจะต้องใช้เอกสารสำเนาทะเบียนรถและสำเนาบัตรประชาชนในการดำเนินการ นอกจากนั้นควรดำเนินการล่วงหน้าอย่างน้อย 90 วัน เพื่อให้ความคุ้มครองมีการต่อเนื่อง ลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเอกสารหลักฐานไม่เพียงพอหรือล่าช้านั่นเอง

อ่านบทความแนะนำ :

    None Found

Hits: 14

Total 0 Votes
0%
0
คุณสามารถแสดงความคิดเห็น หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ x
()
x
Shares
Share This