0 0 ให้คะแนนโหวต
Article Rating

โรคไบโพลาร์ หรือไบโพล่า (Bipolar Disorder) เป็น โรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้วที่ทำให้มีอารมณ์ซึมเศร้าในช่วงหนึ่ง และมีร่าเริงผิดปกติในอีกตอนหนึ่งสลับกันไป โรคนี้นับว่าเป็นความผิดปกติทางอารมณ์ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง

ไบโพลาร์

ผู้ป่วยที่เป็นโรคไบโพลาร์จะมีลักษณะอารมณ์เปลี่ยนไปมาอย่างเห็นได้ชัด ระหว่างอารมณ์ซึมเศร้า (Major depressive episode) สลับกับช่วงร่าเริงมากเกินธรรมดา (Mania หรือ Hypomania) โดยอาการในแต่ละช่วงอาจเป็นอยู่นานนับเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือยาวนานหลายเดือนก็ได้ ลักษณะของโรคจะมีผลเสียต่อผู้ป่วยรวมถึงในด้านงานการ การประกอบอาชีพ ความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ แล้วก็การดูแลตนเองอย่างยิ่ง ทำให้ไม่อาจจะดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ

 

จำพวกของโรคไบโพลาร์

โรคไบโพลาร์มีหลายแบบ แบ่งแยกตามอาการรวมทั้งความรุนแรงได้เป็นจำพวกสำคัญๆดังต่อไปนี้

  • Bipolar I เป็นโรคไบโพลาร์แบบที่รุนแรงที่สุด

ผู้ป่วยจะมีอาการแบบอารมณ์ดีไม่เหมือนปกติอย่างน้อย 1 ครั้ง แล้วก็ลักษณะโรคซึมเศร้าอย่างต่ำ 1 ครั้ง โดยมีลักษณะทุกวันขั้นต่ำ 1 สัปดาห์ โดยอาการแบบร่าเริงไม่ปกติ (มาเนีย) ของผู้ป่วย Bipolar I จะร้ายแรงกว่าอาการของผู้ป่วย Bipolar II มาก

  • โรคไบโพลาร์แบบ Bipolar II

โรคไบโพลาร์แบบนี้มักตรวจพบภายหลังผู้ป่วยมีลักษณะอาการของโรคซึมเศร้าแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง ร่วมกับอาการมาเนียอย่างอ่อน (Hypomania) อย่างต่ำ 1 ครั้งเหมือนกัน โดยมีตอนที่มีอารมณ์ปกติกั้นอยู่ระหว่างอาการซึมเศร้าและก็อาการร่าเริงไม่ปกติ ภาวะอารมณ์ดีในโรคไบโพลาร์แบบ Bipolar II จะมีไม่เยอะเท่า Bipolar I ก็เลยมักได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า เพราะอาการมาเนียอย่างอ่อนของผู้ป่วยมักถูกมองข้ามไป

  • โรคไบโพลาร์แบบ Cyclothymia

เป็นโรคไบโพลาร์แบบอ่อน เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Cyclothymic disorder ผู้ป่วยโรคนี้จะมีอาการมาเนียแล้วก็ซึมเศร้าที่รุนแรงน้อยกว่าอีก 2 ชนิดข้างต้น

ไบโพลาร์ชนิดอ่อน (Cyclothymia) เป็นอย่างไร

โรคไบโพลาร์ชนิดอ่อน (Cyclothymic disorder หรือ Cyclothymia) มีลักษณะอาการเสมือนโรคไบโพลาร์ทั่วๆไป เป็น ผู้ป่วยจะมีอารมณ์แปรปรวนขึ้นลงสลับกันระหว่างภาวการณ์ที่มีอารมณ์ดีเกินปกติ กับภาวะอารมณ์ซึมเศร้า โดยมีขณะสั้นๆที่มีอารมณ์ปกติบ้าง

Cyclothymia กับไบโพลาร์ แตกต่างกันที่ความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้น

ผู้ป่วยโรคไบโพลาร์จะมีลักษณะอาการที่ร้ายแรงกว่า โดยในช่วงอาการแบบมาเนียนั้นจะเริ่มด้วยความรู้สึกที่ปลาบปลื้ม เป็นสุขมากมาย ว่องไว มีความคิดว่าเป็นที่สุดของโลกนี้ ซึ่งจะนำมาซึ่งการก่อให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆอาทิเช่น ขับขี่รถเร็ว เสพสารเสพติด หรือดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ป่วยไบโพลาร์ที่มีลักษณะมาเนียอาจไม่นอนติดต่อกันได้ถึง 2 วัน พูดเร็วขึ้น และเปลี่ยนแปลงหัวข้อในการสนทนาไปอย่างรวดเร็วและไม่เกี่ยวข้องกัน

ขณะที่ผู้ป่วย Cyclothymia จะมีภาวการณ์ซึมเศร้ารวมทั้งอาการมาเนียที่อ่อนกว่าไบโพลาร์ มีลักษณะอาการน้อยกว่า รวมทั้งเกิดขึ้นในระยะที่สั้นกว่า อาการดูราวกับว่าเวลาปกติที่คุณผ่านวันที่ดีแล้วก็วันที่แย่สลับกันไป อาทิเช่น นอนน้อยลง คุยมากเพิ่มขึ้น รู้สึกกระปรี้กระเปร่าเยอะขึ้นเรื่อยๆ เพียงแต่ว่าจะมีอารมณ์แปรปรวนขึ้นๆลงๆไปตลอด เกือบจะไม่มีช่วงเวลาที่อารมณ์ปกติเลย

ลักษณะโรคไบโพลาร์ชนิด Cyclothymia

นอกเหนือจากอารมณ์แปรปรวนแล้ว ผู้ป่วยโรคไบโพลาร์ชนิดอ่อนยังอาจมีอาการอื่นๆในลักษณะต่อไปนี้

  • มีอารมณ์แปรปรวนขึ้นลงมานานอย่างน้อย 2 ปี
  • อาการทำให้เกิดผลเสียต่อการทำงานหรือความสัมพันธ์กับคนรอบข้างอย่างต่ำ 1 ครั้งในช่วง 2 ปี
  • ตอนที่คุณไม่มีอาการหรือมีอารมณ์ปกตินั้นเกิดขึ้นน้อยกว่า 3 เดือนต่อเนื่องกัน
  • อาการไม่ร้ายแรงถึงกับขนาดเข้าเกณฑ์โรคไบโพลาร์

 

การรักษาโรคไบโพลาร์จำพวก Cyclothymia

ผู้ป่วย Cyclothymia หลายท่านสามารถมีชีวิตได้อย่างปกติโดยไม่ต้องรักษา แต่ว่าคนรอบข้างก็ควรคอยสังเกตดูอาการของผู้ป่วยด้วย เพราะ 1 ใน 3 ถึง 1 ใน 2 ของผู้ป่วย Cyclothymia สามารถมีลักษณะร้ายแรงขึ้นจนกระทั่งเปลี่ยนเป็นโรคไบโพลาร์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีคนภายในครอบครัวเคยเป็นโรคไบโพลาร์ ซึ่งจะมีการเสี่ยงเป็นโรคไบโพลาร์มากกว่าคนทั่วไป ซึ่งการป้องกันการพัฒนาจากโรค Cyclothymia ไปเป็นโรคไบโพลาร์นั้นทำได้ยาก แม้กระนั้นผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการเริ่มรักษา Cyclothymia ให้เร็วที่สุดสามารถป้องกันไม่ให้โรคนี้แปลงเป็นโรคไบโพลาร์ได้

อย่างไรก็ดี ณ ปัจจุบันนี้ไม่มีการรักษาที่แน่ชัดสำหรับโรค Cyclothymia แม้แต่ยาที่ใช้รักษาโรคไบโพลาร์ อย่างเช่น กลุ่มยาคุมสติ ก็ไม่สามารถที่จะช่วยให้อาการดียิ่งขึ้นได้เสมอ

การรักษาที่นิยมใช้เป็นการพูดคุยบำบัดรักษากับนักจิตวิทยา (Talk therapy) โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยทำให้ตัวผู้ป่วยทำความเข้าใจการจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง และก็เข้าใจในเรื่องต้นสายปลายเหตุที่บางทีอาจเป็นตัวกระตุ้นให้อาการเกิดขึ้นอีก ตัวอย่างเช่น อารมณ์ที่แปรปรวนนั้นเกิดขึ้นได้จากการนอนไม่พอ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการเดินทางข้ามโซนเวลาต่างๆยิ่งไปกว่านี้ การบำบัดด้วยแสง (Light therapy) ก็เป็นอีกลู่ทางหนึ่งที่ใช้รักษาโรค Cyclothymia ได้

 

Tags : ยารักษาโรค, เพศสัมพันธ์

อ่านบทความแนะนำ :

Hits: 22

Total 0 Votes
0%
0
คุณสามารถแสดงความคิดเห็น หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ x
()
x
Shares
Share This