0 0 ให้คะแนนโหวต
Article Rating

ตัวช่วยเรื่องการจับจ่ายใช้สอยนอกเหนือจากการพกพาเงินสดติดตัว ก็คือการใช้บัตรเดบิตท์ (Debit) รูดชำระเงินค่าสินค้าและบริการ แต่ในขณะเดียวกันหากเรามีจำเป็นหรือมีความต้องการ จะซื้อสินค้าและบริการที่เกินกว่าวงเงินในบัตรเดบิตท์ (Debit) ที่เรามีอยู่นั้น หากเรามีเงินเดือนที่สูงและมั่นคงพอก็อาจจะใช้บัตรเครดิต ช่วยชำระเงินไปก่อนก็เป็นได้ แต่ในทางกลับกันหากเรายังไม่ได้มีรรายได้ประจำหรือเงินเดือนที่สูงนักเราอาจเลือกวิธีการชำระสินค้าและบริการด้วย “บัตรกดเงินสด ktc proud”

ทำความเข้าใจบัตรกดเงินสด

บัตรกดเงินสดคือ สินเชื่อส่วนบุคคลประเภทหนึ่ง ที่จะออกเป็นบัตรให้สามารถกดเงินที่ตู้ ATM ได้ แต่ จะต่างจากบัตรเครดิตตรงที่เราไม่สามารถนำไปรูดซื้อสินค้า หรือรูดจ่ายค่าบริการ รูดซื้อสินค้าออนไลน์ได้ อีกทั้งอัตราดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดนั้น จะเป็นลักษณะแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) หรือที่เรียกว่าคิดตามดอกเบี้ยรายวันนั่นเอง หรือพูดง่ายๆก็คือ ถ้าเรากดเงินออกมาเท่าไร แล้วเราใช้หนี้ตามจำนวนที่กดออกมา เราก็สามารถกดเงินสดออกมาได้อีกนั่นเอง ซึ่งสินเชื่อบัตรกดเงินสดยังแตกต่างจากสินเชื่อส่วนบุคคล ตรงที่ สินเชื่อส่วนบุคคลจะให้เงินก้อนใหญ่และใช้ระยะเวลาผ่อนยาวนาน อัตราดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อ ส่วนสินเชื่อบัตรกดเงินสดจะให้เป็นเงินสดด่วน ผ่อนชำระได้คืนเร็วและมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณ 28 % ต่อปี ดังนั้นหากใครที่พึ่งเริ่มต้นทำงาน หรือทำงานแล้วแต่เงินเดือนหรือรายได้ประจำยังไม่สูงมากพอที่จะทำบัตรเครดิต เราขอแนะนำ บัตรกดเงินสด KTC PROUD จาก ธนาคารกรุงไทย ที่จะช่วยตอบสนองต่อทุกความต้องการใช้เงิน

โดยบัตรกดเงินสด KTC PROUD มีจุดเด่นดังนี้

1. สมัครได้ง่าย เพียงคุณมีเงินเดือนหรือได้ประจำ 12,000 บาท ขึ้นไป ก็สามารถสมัครสินเชื่อ KTC PROUD ได้ง่าย โดยสามารถยื่นสมัครผ่านทางเว็บไซต์ของทางธนาคาร เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจะได้เงินสดภายใน 1 วันทำการหลังอนุมัติ ส่วนบัตรสินเชื่อ KTC PROUD ภายในพื้นที่กรุงเทพฯ จะได้ภายใน 7 วันทำการ ส่วนต่างจังหวัดจะได้ภายใน 15 วันทำการ

2. ให้วงเงินสูง โดยอนุมัติวงเงิน 5 เท่าของรายได้ประจำหรือเงินเดือนผู้สมัคร (ขั้นต่ำ 10,000 บาท สูงสุด 3,000,000 บาท) ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อสมัครใช้บริการแล้วยังสามารถเพิ่มวงเงินชั่วคราวหรือถาวรได้อีก เพื่อเพิ่มสภาพคล่องหรือมาช่วยสนับสนุนการใช้จ่าย

3. ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า, ค่าธรรมเนียมรายปี และไม่มีค่าธรรมเนียมในการเบิกถอนเงินสด ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายกับตัวผู้ใช้บริการ

4. อัตราดอกเบี้บแบบลดต้นลดดอกและชำระขั้นต่ำเพียง 3% ของยอดที่เรียกเก็บ แต่ไม่ต่ำกว่า 300 บาท

นี่จึงเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่เริ่มต้นทำงานหรือทำงานแล้วแต่มีรายได้ไม่เพียงพอที่จะสมัครบัตรเครดิต ให้ได้มีตัวช่วยการชำระเงินซื้อสินค้าและบริการได้เพิ่มมากขึ้น โดยที่ไม่กระทบต่อรายจ่ายในชีวิตประจำวันและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

อ่านบทความแนะนำ :

Hits: 23

Total 0 Votes
0%
0
คุณสามารถแสดงความคิดเห็น หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ x
()
x
Shares
Share This