สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มใช้งาน Google Analytics (หรือเรียกสั้น ๆ ว่า GA)

การที่ได้เห็นหน้าตาของ GA ในครั้งแรกนั้น อาจจะทำให้บางคนรู้สึกว่า “เอ่อ… หนูขอกลับไปนั่งไถฟีดดู Facebook ดีกว่า(ค่ะ)!”

คือมันมีรายงานเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด ไม่รู้ว่าจะคลิกตรงไหนอะไรยังไง!

บางคนแอบกลัวว่า เกิดคลิกอะไรมั่วซั่วไป ข้อมูลมันจะถูกแก้ไข หรือว่าทำให้ผิดเพี้ยนไปหรือเปล่า(วะ?)

เลยเป็นที่มาของโพสนี้ครับ โดยที่ผมหวังว่าจะพอช่วยจุดประกายให้คุณที่กำลังเริ่มใช้งาน GA อยู่ สามารถที่จะนำข้อมูล (Data) ต่าง ๆ ที่มีอยู่เยอะแยะมากมายนั้น…

ให้นำมาใช้ใน “การวิเคราะห์” เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึก (Insights) และนำไปใช้ในการตัดสินใจ แก้ปัญหา ปรับปรุง และพัฒนาธุรกิจของคุณให้ดีขึ้นต่อไป

โดยเฉพาะการนำ GA มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวกับ “กลุ่มเป้าหมาย” ที่เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณ

ซึ่ง GA เป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้คุณสามารถเข้าใจพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายของคุณได้

และช่วยให้คุณสามารถนำข้อมูลเชิงลึกจากการวิเคราะห์ นำไปพัฒนาแคมเปญการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ของคุณให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นได้ต่อไป

ถ้าพร้อมแล้วก็มาลุยไปพร้อมกันเลยครับ

(ขอแถมให้อีกนิดนึงครับว่า จากบทความของ LinkedIn ได้ยกเอาทักษะในเรื่องของการวิเคราะห์ เป็นหนึ่งในทักษะของคนหางานที่บริษัทต่าง ๆ ต้องการตัวมากที่สุดในปี 2020 นี้ด้วยครับ)

Big Data? พวกเราอยู่ในยุคของข้อมูลที่คำว่า Big มันเล็กเกินไปซะแล้ว!
ปัญหาของโลกเราในยุคนี้ ไม่ใช่เรื่องของการหาข้อมูลอะไรไม่ได้ละครับ แต่เป็นเรื่องของข้อมูลที่มันมีเยอะจนล้นโลกเกินไปแล้วต่างหาก 

ยิ่งเป็นยุคที่ธุรกิจต่าง ๆ ก็หันมาทำออนไลน์กันหมดแล้ว “การวิเคราะห์” ในส่วนของเว็บไซต์ ซึ่งถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญมาก ๆ ของธุรกิจ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากครับ

จาก Data (ข้อมูลดิบ) นำไปสู่ปัญญา (Wisdom) เพื่อสร้างผลกระทบ (ในทางที่ดี) ภาพประกอบโดย gapingvoid

จากรูปด้านบนผมขอสรุปง่าย ๆ แบบนี้ครับว่า…

ข้อมูลต่าง ๆ จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ถ้าไม่มีการวิเคราะห์แล้วนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อปรับปรุงสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้น

หรือบางคนยอมเสียเวลาทำการวิเคราะห์แล้ว แต่กลับไม่นำเอาข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากการวิเคราะห์นั้น เอาไปใช้ปรับปรุงให้ดีขึ้น แบบนี้ก็น่าเสียดาย (เวลา) เหมือนกันครับ

ซึ่งเครื่องมือที่คุณสามารถนำมาใช้ช่วยใน “การวิเคราะห์เว็บไซต์” ของคุณได้นั้น ก็หนีไม่พ้น Google Analytics ที่ทาง Google สร้างมาเพื่อให้พวกเราได้ใช้งานกันแบบฟรี ๆ นี่แหละครับ (แต่ถ้าหากว่าใครไม่สบายใจใช้ของฟรี ทาง Google เค้าก็มี Analytics 360 มาให้คุณเสียตังค์เพื่อความสบายใจด้วยนะครับ ฮาๆๆ)

Google Analytics คืออะไร?

Google Analytics คือเครื่องมือที่ให้ใช้ฟรีจาก Google สำหรับใช้ใน “การวิเคราะห์เว็บไซต์” โดยเฉพาะข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายที่เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณ

อย่าลืมนะครับว่า ธุรกิจไหนที่เข้าใจลูกค้าได้ดีกว่า ย่อมได้เปรียบ! ซึ่ง GA สามารถช่วยคุณในเรื่องที่ว่านี้ได้เป็นอย่างดีเลยครับ

โดยที่ใน GA จะมีรายงานต่าง ๆ ที่(ซ่อน)อยู่ในเมนูหลัก ๆ 5 กลุ่ม คือ

1.Realtime
2.Audience
3.Acquisition
4.Behavior
5.Conversions

(เนื่องจากว่าโพสนี้เป็นโพส Google Analytics คืออะไร …ที่เขียนขึ้นมาสำหรับมือใหม่ ผมขอไม่ลงรายละเอียดเยอะมากเกินไป จนทำให้น้อง ๆ กลัวและไม่อยากเข้าไปใช้งานซะก่อนนะครับ)

1. Realtime

หน้ารายงานผลแบบ Realtime ของ GA

ในส่วนนี้คุณจะได้เห็นข้อมูลต่าง ๆ ของกลุ่มเป้าหมายที่อยู่บนเว็บไซต์ของคุณในตอนนี้แบบ Realtime เลยครับ

คุณจะรู้ได้ว่าตอนนี้มีคนอยู่บนเว็บไซต์ของคุณกี่คน? เข้าเว็บคุณมาจากช่องทางไหนบ้าง? หรือกำลังอ่านเนื้อหาหน้าไหนบนเว็บไซต์ของคุณอยู่ในตอนนี้? เป็นต้น

2. Audience

รายงานต่าง ๆ ที่อยู่ใน Audience ก็จะเป็นรายงานที่เกี่ยวกับ “กลุ่มเป้าหมาย” ที่เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณ

จะมีรายงานที่เกี่ยวกับ “คุณลักษณะ” ของกลุ่มเป้าหมาย เช่น

อายุเท่าไหร่ เพศอะไร
อาศัยอยู่ที่ไหน
มีความสนใจเรื่องอะไร
เพิ่งเข้าเว็บครั้งแรก (New Users) หรือ เคยเข้าเว็บมาแล้ว (Returning Users)
ฯลฯ

จำง่าย ๆ ก็คือ “พวกเค้าเป็นใคร?” ที่เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณ

3. Acquisition

ในส่วนของรายงานต่าง ๆ ที่อยู่ในส่วนของ Acquisition ก็จะเป็นรายงานที่สามารถบอกคุณได้ว่า กลุ่มเป้าหมายที่เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณนั้น…

พวกเค้าอาจจะเข้ามาที่เว็บไซต์ของคุณจากการค้นหาที่ Google
หรือคุณอาจจะโพสลิงค์เอาไว้ที่เพจของคุณบน Facebook แล้วพวกเค้าคลิกเข้ามา
หรือคุณไปทำข่าว Advertorial ที่เว็บดัง ๆ เช่น Marketing Oops, ลงทุนแมน เป็นต้น
หรือบางคนอาจจะเคยเข้าเว็บของคุณมาก่อน แล้ว Bookmark เก็บเอาไว้ เพื่อคราวหน้าจะได้คลิกเข้ามาอีกง่าย ๆ
รวมไปถึงการทำโฆษณาผ่านทางแพลตฟอร์มทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Google, Facebook, LINE Ads หรือล่าสุด TikTok ก็ตาม
ฯลฯ

จำง่าย ๆ ก็คือ “พวกเค้าเข้าเว็บไซต์ของคุณมาจากช่องทางไหน?“

4. Behavior

ในส่วนของ Behavior คุณจะรู้ได้ว่า “พฤติกรรม” ของกลุ่มเป้าหมายที่เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณนั้นเป็นยังไง?

ใช้เวลาอยู่บนเว็บไซต์ของคุณนานแค่ไหน
พวกเค้าเข้าไปอ่านเนื้อหาหน้าไหนบ้าง
เข้ามาอ่านเนื้อหาหน้านี้ แล้วคลิกไปอ่านเนื้อหาหน้าไหนต่อ
ใช้เวลาในการรอโหลดหน้าเว็บนานมั๊ย
ฯลฯ

จำง่าย ๆ ก็คือ “พวกเค้าทำอะไร?” บนเว็บไซต์ของคุณ

5. Conversions

ในส่วนสุดท้าย จะเป็นเรื่องของ Conversions หรือสิ่งที่คุณอยากให้พวกเค้าทำบนเว็บไซต์ของคุณ

คุณสามารถที่จะรู้ได้ว่า กลุ่มเป้าหมายที่เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณนั้น…

กลายมาเป็นลูกค้ามุ่งหวัง (Leads) ที่รอให้ทีมขายของคุณติดต่อกลับกี่คน
กลายมาเป็นลูกค้า (Customers) ที่ซื้อของออนไลน์จากคุณกี่คน
วันนี้มียอดขายเท่าไหร่
วันนี้สินค้าตัวไหนขายดี
ฯลฯ

จำง่าย ๆ ก็คือ “พวกเค้าได้ทำในสิ่งที่คุณต้องการมั๊ย?“
หมายเหตุ: การวัดผล Conversions ได้นั้น จะต้องมีการเข้าไปตั้งค่าในส่วนที่เรียกว่า Goals ใน GA เพิ่มเติมครับ ซึ่งใครที่ไม่ได้เข้าไปตั้งค่า Goals เอาไว้ ก็จะไม่สามารถเห็นรายงานที่อยู่ในส่วนของ Conversions ได้ รวมไปถึงเว็บ Ecommerce ที่ต้องมีการตั้งค่าต่าง ๆ รวมไปถึงแก้ไข Tracking Code เพิ่มเติมที่เว็บไซต์ด้วยครับ

อ่านบทความแนะนำ :

Hits: 1

Total 0 Votes
0%
Shares
Share This