แน่นอนว่าในยุคปัจจุบันหรือในยุคที่ผ่านมานั้นเราทุกคนต่างก็ต้องการที่จะให้ตัวเองและครอบครัวนั้นมีความมั่นคงทางการเงินให้มากขึ้น ทั้งนี้ก็ด้วยเหตุผลที่เรารู้กันอยู่แล้วว่าเงินนั้นเป็นสิ่งใช้ในการแลกเปลี่ยนสินค้าหรือชำระหนี้ได้ตามกฎหมายนั่นเอง ซึ่งการที่เราจะมีความมั่นคงทางการเงินนั้นก็ต้องรู้จักเก็บออมเงิน ออมทรัพย์ สินต่างๆ ไว้ด้วยไม่ใช่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย นอกจากนี้อาจจะหาที่เก็บเงินที่สามารถเพิ่มรายได้ให้กับเราไปด้วย อย่างเช่น การฝากเงินออมของเราไว้กับธนาคาร เพราะเราจะได้ ดอกเบี้ยเงินฝาก นั่นเอง ฉะนั้นในวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับดอกเบี้ยนี้กัน
ดอกเบี้ย นั้นก็คือ เงินที่ได้รับเพิ่มขึ้นจากการลงทุนโดยการรคำนวณเป็นอัตราร้อยละต่อปี ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์นั้นดอกเบี้ยคือว่าเป็นเครื่องควบคุมอัตราเงินเฟ้ออีกด้วย เพราะเมื่อใดที่เกิดอัตราเงินเฟ้อขึ้นนั้นแสดงว่า มีปริมาณเงินในตลาด (หมายถึงเงินในมือประชาชน) จำนวนมาก และสินค้าจะราคาก็จะแพงขึ้น ดังนั้นการขึ้น ดอกเบี้ยเงินฝาก และเงินกู้นั้นจะทำให้เงินได้ออกจากตลาดไปทำให้ปริมาณเงินจะลดลงและเงินเฟ้อก็จะลดลงด้วยนั่นเอง ฉะนั้นดอกเบี้ยเงินฝากก็คือ ผลตอบแทนที่เราจะได้รับจากการนำเงินไปฝากไว้กับสถาบันการเงินนั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการออมเงินหรือ ออมทรัพย์ ที่ง่ายที่สุดด้วย
ส่วน อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก นั้นเป็นหลักเกณฑ์การคำนวณเงินที่ทางสถาบันการเงินจะจ่ายให้กับเรา ซึ่งผลตอบแทนที่เราจะได้รับจากการนำเงินไปฝากสถาบันการเงินนั้นจะคำนวณมาจากต้นเงินที่เราไปฝากและอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่สถาบันการเงินกำหนดให้เรา และมักจะอยู่ในลักษณะเป็นร้อยละต่อปีนั่นเอง ซึ่งอัตราดอกเบี้ยเงินฝากนี้อาจจะแตกต่างกันไปตามแระเภทของบัญชี อย่างเช่น บัญชีออมทรัพย์จะได้อัตราร้อยน้อยกว่าบัญชีแบบฝากประจำ แต่ทว่าบัญชีแบบฝากประจำนั้นก็จะไม่สามารถถอนเงิน หรือ โอนเงิน ไปไหนได้ตามใจชอบ เพราะนั่นอาจจะหมายถึงการฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ของห้ามของบัญชีประเภทนี้ ซึ่งถ้าเป็นบัญชีแบบออมทรัพย์นั้นอาจจะได้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากน้อยกว่า แต่สามารถ โอนเงิน หรือถอนเงินได้ตามใจชอบ เป็นต้น
และในส่วนของดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest Rate) นั้น ก็หมายถึง ดอกเบี้ยของดอกเบี้ยนั่นเอง อย่างเช่น ถ้าหากว่าเรานำเงิน 10,000 บาท ไปฝากไว้ธนาคารและ อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารนั้นเท่ากับ 5% ต่อปีในทุกๆ ปีนั้น เมื่อครบกำหนดระยะเวลา 1 ปี ที่เรานำเงินไปฝากนั้น จำนวนเงินของเราก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 10,500 บาท (ซึ่งก็คือ เงินต้น 10,000 บาท บวกกับดอกเบี้ย 500 บาทนั่นเอง) และในเงินต้น 10,500 บาทนี้ก็จะกลายเป็นเงินต้นของปีที่ 2 ฉะนั้นแล้วเมื่อครบ 2 ปี จำนวนเงินของเรานั้นก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 11,025 บาท (ซึ่งก็คือเงินต้น 10,500 บาท บวกกับดอกเบี้ยเงินฝากอีก 525 บาท) ซึ่งในปีถัดๆ ไปนั้นดอกเบี้ยของปีนั้นๆ ก็จะถูกทบเข้ากับเงินต้น และก็จะกลายเป็นเงินต้นของปีถัดไป โดยมันก็จะเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ นั่นเอง

Hits: 15

Shares
Share This