0 0 ให้คะแนนโหวต
Article Rating

โรคเอดส์ เป็นโรคที่เกิดขึ้นมาจากการได้รับเชื้อไวรัส ที่เรียกว่า HIV ซึ่งไวรัสชนิดนี้จะทำให้ระบบภูมิต้านทานของผู้ติดเชื้อดำเนินงานไม่ปกติ ในปัจจุบันยังไม่มีทางรักษาให้กลับมาเป็นปกติ ทำได้เพียง ควบคุมอาการและก็รักษาแบบประคับประคอง ก็เลยทำให้โรคเอดส์ เป็นโรคที่ใครๆต่างกลัว เพราะว่ามีความคิดว่าเป็นแล้วจะต้องเสียชีวิต แต่ว่าในความเป็นจริงแล้วมีหนทางประคับประคองให้ผู้ติดเชื้อสามารถมีชีวิตยืนยาวได้นานนับสิบปี วันนี้เราก็เลยนำความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องโรคเอดส์มาฝาก เพื่อที่พวกเราจะได้ทำความรู้จักโรคเอดส์อย่างลึกซึ้ง แล้วก็วางแผนป้องกันโรคเอดส์ได้อย่างถูกต้อง

โรคเอดส์ การติดต่อ และการป้องกันที่ทุกคนควรรู้

โรคเอดส์ คืออะไร?

 

โรคเอดส์เป็น อาการโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (AIDS : Acquired Immune Deficiency Syndrome) โดยเกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า ฮิวแมนอิมมิวโนเดฟีเชียนซีเชื้อไวรัส (Human Immunodeficiency Virus : HIV) หรือเรียกง่ายๆว่า เชื้อเอชไอวี (HIV) เมื่อเชื้อเอชไอวีไปสู่ร่างกาย จะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งปฏิบัติภารกิจกำจัดสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคที่ไปสู่ร่างกาย เมื่อเซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำลายมากเพิ่มขึ้น จึงทำให้ผู้ป่วยมีภูมิต้านทานลดน้อยลง จนท้ายที่สุดร่างกายไม่มีสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆที่เข้าสู่ร่างกายได้ จึงทำให้คนป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีนั้นสามารถติดโรคได้ง่ายมากยิ่งขึ้นนำมาซึ่งการทำให้เป็นโรคติดเชื้ออื่นๆตามมา ยกตัวอย่างเช่น วัณโรค ปอดอักเสบ เชื้อรา เป็นต้น โดยส่วนใหญ่คนเจ็บโรคเอดส์มักเสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อนต่างๆ

 

โรคเอดส์มีกี่สายพันธุ์

  • เชื้อไวรัสเอชไอวีมีหลายสายพันธุ์โดยปัจจุบันค้นพบมากกว่า 10 สายพันธุ์ กระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งโลก แต่สายพันธุ์ดั้งเดิมเป็น เอชไอวี 1 (HIV-1) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดอยู่ในยุโรป แอฟริกากลาง แล้วก็อเมริกา ส่วนเอชไอวี 2 (HIV-2) แพร่ระบาดในแถบแอฟริกาตะวันตก
  • เชื้อไวรัสเอชไอวีถูกค้นพบครั้งแรกที่แอฟริกา โดยศึกษาและทำการค้นพบมานานกว่า 70 ปีแล้ว และปัจจุบันนี้ยังเป็นแหล่งที่เจอเชื้อไวรัสเอชไอวีหลายสายพันธุ์ที่สุดด้วย
  • สายพันธุ์เอชไอวีที่พบมากที่สุดในโลกเป็น สายพันธุ์ซี โดยมีมากถึง 40% สำหรับพื้นที่ที่พบเป็น ทวีปแอฟริกา ประเทศอินเดีย จีนและก็พม่า ส่วนในประเทศไทยนั้นเจอเชื้อเอชไอวี 2 สายพันธุ์ เป็น สายพันธุ์ เออี (A/E) หรือ (E) พบได้บ่อยถึง95% โดยแพร่ระบาดจากการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับหญิง และสายพันธุ์บี (B) มักมีการแพร่ระบาดในกลุ่ม LGBT หรือคนที่ใช้เข็มฉีดยาด้วยกัน (ในกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติด)
  • สำหรับสายพันธุ์ที่ไม่เคยเจอในประเทศไทยเป็น สายพันธุ์ซี แต่ว่ามีการเจอสายพันธุ์ระหว่าง อี-ซี ที่เป็นลูกผสมระหว่างสายพันธุ์อีในประเทศไทยกับสายพันธุ์ซี ซึ่งมีบ้านเกิดเมืองนอนในทวีปแอฟริกา แล้วก็เมื่อเร็วๆนี้ ได้ค้นพบเชื้อเอชไอวีสายพันธุ์ใหม่ ที่ไม่เคยตรวจเจอที่ใดในโลกมาก่อน เป็นการผสมระหว่าง 3 สายพันธุ์ เป็น เอ อี และก็จี เรียกว่า เอ อี จี(AE/G)

 

การติดต่อของโรคเอดส์มี 3 ทางดังต่อไปนี้

  1. การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี

การร่วมเพศกับผู้ติดโรคเอชไอวีเป็นสาเหตุหลักของการรับเชื้อไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์กับเพศใดก็ตาม ทั้งนี้จากข้อมูลของทางกองระบาดวิทยาบอกว่า 83% ของผู้ติดเชื้อเอชไอวีนั้น ได้รับเชื้อมาจากการมีเพศสัมพันธ์ทั้งสิ้น

  1. การได้รับเชื้อทางเลือด

การได้รับเชื้อโรคเอดส์เจอได้ใน 2 กรณี เป็น

  • 2.1 ใช้เข็มฉีดยาด้วยกัน หรือแม้แต่การใช้กระบอกฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อโรคเอชไอวี ซึ่งพบได้มากในกลุ่มผู้เสพสารเสพติด หรือฉีดยาเข้าเส้น
  • 2.2 รับเลือดมาจากการผ่าตัด หรือเพื่อรักษาโรคเลือดบางประเภท ในสมัยก่อนมีการติดเชื้อโรคเอชไอวีจากวิธีนี้ค่อนข้างมาก เพราะว่ายังไม่มีการตรวจเลือดที่ละเอียดนัก แต่ปัจจุบันได้มีการนำเลือดที่รับบริจาคไปหาตรวจหาเชื้อก่อนทุกหน ทำให้อัตราการรับเชื้อจากการรับเลือดลดลงเป็นอย่างมาก

 

  1. การติดต่อผ่านแม่สู่ลูก

มีสาเหตุจากแม่ที่มีเชื้อเอชไอวีอยู่แล้วตั้งครรภ์ โดยเชื้อเอชไอวีจะถ่ายทอดสู่ลูกขณะคลอด แต่ว่าปัจจุบันนี้ได้ศึกษาค้นพบวิธีการป้องกันการแพร่ระบาดจากแม่สู่ลูกได้สำเร็จโดยขั้นตอนการรับประทานยาต้านไวรัสในตอนตั้งครรภ์ จะช่วยลดการเสี่ยงจากการได้รับเชื้อของเด็กแรกคลอดลงได้

 

นอกจากนี้ เชื้อเอชไอวียังสามารถติดต่อได้อีกหลายวิธี แต่ก็มีโอกาสน้อยมาก เช่นการเจาะหูโดยการใช้เข็มร่วมกับผู้ติดเชื้อโรค หรือแม้แต่การสัก ไม่ว่าจะเป็นการสักผิวหนังสักคิ้ว นอกจากเลือดแล้ว เชื้อเอสไอวียังสามารถติดต่อกันผ่านทางน้ำเหลืองได้ด้วย โดยบางทีอาจติดโรคจากการที่รอยแผลของพวกเราสัมผัสกับรอยแผลของผู้มีเชื้อโรค แต่ก็ถือว่ามีโอกาสต่ำมาก โดยจะติดโรคได้ก็ต่อเมื่อเป็นแผลเปิด แผลสด และมีเลือดหรือน้ำเหลืองที่มีเชื้อไหลเข้าไปเป็นจำนวนมากแค่นั้น

 

สาเหตุที่ทำให้ติดเชื้อโรคเอดส์

 

ปัจจัยที่ทำให้ติดโรคเอชไอวีมีหลายประการ เป็น

  • จำนวนเชื้อเอชไอวี ถ้าได้รับเชื้อเอชไอวีในจำนวนมากก็จะทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อสูงตามไปด้วย โดยเชื้อเอชไอวีพบได้มากที่สุดในเลือด รองลงมาคือ น้ำอสุจิและก็น้ำในช่องคลอด
  • มีบาดแผล ถ้าเกิดมีบาดแผลรอบๆผิวหนังหรือช่องปาก ย่อมทำให้มีโอกาสติดเชื้อสูงมากขึ้น (จากการมีเพศสัมพันธ์ทางโพรงปาก) เพราะเชื้อเอชไอวีสามารถไปสู่บาดแผลได้
  • ความบ่อยสำหรับการสัมผัสเชื้อ ถ้ามีการสัมผัสเชื้อไวรัสบ่อยโอกาสเสี่ยงที่จะติดเชื้อโรคก็มีสูงขึ้น ยกตัวอย่างเช่น นักวิจัยที่ต้องทำการทดลอง ศึกษาเกี่ยวกับเชื้อไวรัสเอชไอวี ฯลฯ
  • การติดเชื้อแบบอื่นๆเช่น แผลเริม ซึ่งแผลประเภทนี้จะมีเม็ดเลือดขาวอยู่ที่บริเวณแผลจำนวนมากทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย

 

การป้องกันโรคเอดส์

โรคเอดส์เป็นโรคซึ่งสามารถป้องกันได้เพียงแต่ทำความเข้าใจให้ถูก และก็ทำตามหลักดังนี้

  • ใช้ถุงยางทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
  • มีคู่นอนเพียงผู้เดียว
  • ก่อนแต่งงาน หรือมีบุตร ควรมีรับการตรวจร่างกาย และตรวจเลือด
  • งดเว้นใช้สิ่งเสพติดทุกชนิด โดยยิ่งไปกว่านั้นการใช้เข็ดขยาดฉีดยาร่วมกับผู้อื่น

ขอบคุณบทความจาก https://www.honestdocs.co/aids-hiv-infection-and-prevention

Tags : ติดเชื้อเอชไอวี

อ่านบทความแนะนำ :

Hits: 9

Total 0 Votes
0%
0
คุณสามารถแสดงความคิดเห็น หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ x
()
x
Shares
Share This