ไขข้อข้องใจ 1 วันกับบัตร safari world ราคาถูกทำอะไรได้บ้าง ?

ไขข้อข้องใจ 1 วันกับบัตร safari world ราคาถูกทำอะไรได้บ้าง ?

ซาฟารีเวิลด์ถือว่าเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวขวัญใจบรรดาพ่อแม่ที่ชอบพาลูกออกไปสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดพร้อมชมวิถีชีวิตสัตว์ป่าหลากหลายสายพันธุ์ในช่วงวันหยุด ว่าแต่นอกจากการเข้าชมสัตว์แล้วที่ซาฟารีเวิลด์ยังมีกิจกรรมหรือโชว์พิเศษอื่นๆ ที่ทุกคนในครอบครัวสามารถมาสนุกร่วมกันได้ไหมนะ? วันนี้เราขอบอกต่อกิจกรรมทั้งหมดที่สามารถทำได้ภายใน 1 วันที่ซาฟารีเวิลด์ และอัพเดตข้อมูลเกี่ยวกับบัตร safari world ว่าราคาเท่าไรกัน หากทุกคนพร้อมแล้วเตรียมตัวไปเปิดตาเปิดใจแล้วรับความสนุกกันให้เต็มที่ที่ซาฟารีเวิลด์กันเลย

กิจกรรมแรกที่บัตร safari world ราคาย่อมเยาสามารถมอบให้ทุกคนได้คือการขับรถท่องโซนซาฟารีปาร์คอย่างที่หลายคนรู้กันดีว่าซาฟารีเวิลด์เป็นสวนสัตว์เปิดแห่งแรกของเมืองไทย ซึ่งจุดที่ทำให้สวนสัตว์เปิดแตกต่างจากสวนสัตว์ปกติอยู่ที่การเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมสามารถขับรถเข้าไปในส่วนแสดงเพื่อชมวิถีชีวิตของสัตว์นานาพันธุ์ที่กำลังทำกิจวัตรของพวกเขากันได้อย่างใกล้ชิดภายใต้บรรยากาศที่จำลองมาจากทุ่งหญ้าซาฟารีในทวีปแอฟริกาในระยะทางยาวกว่า 5 กิโลเมตร  ซึ่งสัตว์ที่อยู่ในโซนนี้มีทั้ง ฝูงยีราฟ กวาง ม้าลาย ละม่อม แรด ฯลฯ นอกจากสัตว์กินพืชแล้ว อีกโซนที่นับว่าน่าตื้นเต้นไม่แพ้กันคือโซนสัตว์กินเนื้ออันเป็นที่อยู่ของเสือโคร่งเบงกอลขนาดใหญ่ เมื่อเป็นสัตว์อันตรายแบบนี้คุณพ่อคุณแม่ควรขับรถกันอย่างระมัดระวังและอย่าเผลอเปิดประตูหรือกระจกกันล่ะ

ขอบคุณรูปจาก memagazine.co.th

นอกจากโซนซาฟารีแล้วบัตร safari world ราคาถูกยังสามารถพาทุกท่านไปสัมผัสกับโซนมารีนปาร์ค อันเป็นแหล่งรวมสัตว์น้ำสุดแสนจะน่ารักแสนรู้นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นปลาโลมา สิงโตทะเล และไฮไลต์เด่นกับครั้งแรกในประเทศไทยที่ทุกท่านจะได้สัมผัสกับ Manatee หรือ วัวทะเล จากคองโก

ขอบคุณรูปจาก memagazine.co.th

นอกจากจะพาทุกคนในครอบครัวไปสัมผัสวิถีชีวิตของบรรดาสัตว์น้อยแล้ว บัตร safari world ราคาถูกยังจะพาทุกท่านไปพอกับโชว์อันแสนเร้าใจไม่ว่าจะเป็นการป้อนอาหารเสือเบงกอลในโซนซาฟารีปาร์ค โดยเจ้าหน้าที่จะอยู่ในกรงแล้วจะมีบรรดาเสือน้อยใหญ่มาล้อมรอบเพื่อรอรับเนื้ออันโอชะไปรับประทาน หรือจะเป็นการแสดงของสิงโตทะเลและโลมาอันแสนรู้ในมารีนปาร์คที่ยกขบวนกันมาโชว์ความสามารถทั้งเล่นลูกบอล เต้นรำ หรือแม้กระทั่งร้องเพลง! นอกจากโชว์ต่างๆ มากมายแล้ว ซาฟารีเวิลด์ยังมีพื้นที่ให้ทำกิจกรรมเช่น ป้อนอาหารนกแก้วซันคอนัวร์กว่า 300 ตัว ป้อนอาหารเจ้ายีราฟ และหากบวกเงินเพิ่มอีกเล็กน้อยยังมีกิจกรรมอย่าง ริเวอร์ ซาฟารี ซึ่งเป็นการล่องเรือในสถานที่ที่จำลองมาจากลุ่มน้ำอะเมซอนอันกว้างใหญ่พร้อมชมโชว์พิเศษแสงสีเสียงอลังการ

สุดท้ายนี้ขอจากกันไปด้วยการตอบคำถามของพ่อแม่ว่าบัตร safari world ราคาเท่าไร ? สำหรับเด็กที่มีความสูงไม่ถึง 100 ซม. เข้าชมฟรี หากความสูงอยู่ระหว่าง 100-140 ซม. ราคาจะอยู่ที่ 580 บาท และเด็กที่สูงเกิน 140 ซม. กบผู้ใหญ่ตัวบัตร safari world จะอยู่ที่ราคา 680 บาท  

Hits: 102

Total 0 Votes
0%
เที่ยวเวียงจันทน์ประเทศลาว 6 จุดที่น่าสนใจ

เที่ยวเวียงจันทน์ประเทศลาว 6 จุดที่น่าสนใจ

 ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หากคุณกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ กับงบค่าใช้จ่ายที่ไม่แพงล่ะก็ ลองแวะมาเที่ยวเวียงจันทน์ประเทศลาวที่มีจุดน่าสนใจ ให้คุณเข้าไปสัมผัสวัฒนธรรม วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวลาวริมฝั่งโขง พร้อมกับเรื่องราวประวัติศาสตร์ตามสถานที่ต่างๆ ที่จะให้คุณเข้าไปค้นหา และศึกษากันอย่างเพลิดเพลิน ที่สำคัญเดินทางได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็น รถทัวร์ เครื่องบิน และรถไฟ โดยขึ้นอยู่กับงบประมาณที่ตั้งเอาไว้

วันนี้เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ในเมืองเวียงจันทน์ประเทศลาวที่มีจุดน่าสนใจ ที่ไม่ควรพลาดว่ามีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

ประตูชัย หรือประตูไซ

หากมาถึงเวียงจันทน์ ต้องไม่พลาดมาจุดแลนด์มาร์คที่ประตูชัยแห่งนี้ ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เพราะเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงประชาชน ผู้เสียสละชีวิตต่อสู้ในสงครามก่อนการปฏิวัติพรรคคอมมิวนิสต์ โดยประตูชัยมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามสไตล์ยุโรป ที่ได้รับอิทธิพลมาจากประตูชัยในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส สามารถเยี่ยมชมได้ทุกวันตั้งแต่ 8.00 – 17.00 .

 

วัดศรีสะเกษ
เป็นวัดที่เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์สะสม พระพุทธรูปทุกรูปแบบ ทุกปาง มากกว่า 16,000 องค์เลยทีเดียว เรียกได้ว่าหากคุณชอบถ่ายรูป หรือศึกษาประวัติทางศาสนาคงถูกใจอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังเป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้นวัดแรกในเวียงจันทน์อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นวัดที่มีความเก่าแก่เป็นอย่างมาก และเป็นวัดในเวียงจันทน์ประเทศลาวที่เป็นจุดน่าสนใจ สามารถเยี่ยมชมได้ทุกวันตั้งแต่ 8.00 – 12.00 . และ 13.00 – 16.00 .

 

หอพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ
หอพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราว ในการปฏิวัติในช่วงยุค 1970 ที่นำเสนอประวัติศาสตร์ของประเทศลาว ถึงการต่อสู้เพื่อเอกราชของชาวลาว จากพวกล่าอาณานิคม และกองกำลังจักรวรรดินิยม เป็นอีกหนึ่งสถานที่ในเวียงจันทน์ประเทศลาวที่เป็นจุดน่าสนใจ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของประเทศลาวอย่างละเอียด สามารถเยี่ยมชมได้ทุกวันตั้งแต่ 8.00 – 16.00 .

 

รัฐสภาของลาว
สถานที่สำคัญราชการของประเทศลาว ที่ถูกออกแบบตึกให้มีความสวยงาม เหมาะกับการแวะมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก แต่ไม่สามารถเข้าไปภายในได้ สามารถถ่ายรูปแค่บริเวณภายนอกเท่านั้น

 

พระธาตุหลวง

เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ศูนย์รวมจิตใจของชาวลาว และมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะในประวัติศาสตร์ได้กล่าวไว้ว่า พระธาตุหลวงถูกสร้างขึ้นมาพร้อมกับเมืองเวียงจันทน์แห่งนี้อีกด้วย หากมีโอกาสได้มาเที่ยวที่เมืองนี้ ต้องเข้ามากราบไหว้สักการะขอพรเป็นสิริมงคลต่อชีวิต ไม่งั้นถือว่ามาไม่ถึง สามารถเข้าชมได้ทุกวันตั้งแต่ 8.00 – 12.00 . และ 13.00 – 16.00 .

 

หอพระแก้ว
อีกหนึ่งสถานที่อันเก่าแก่ ที่เคยเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต ในอดีต ซึ่งปัจจุบันพระแก้วมรกต ได้มาประดิษฐานวัดพระแก้วประเทศไทยของเรานั่นเอง ที่สำคัญยังเคยเป็นวัดหลวงประจำราชวงศ์ของลาวอีกด้วย แต่ในปัจจุบันได้มีการบูรณะใหม่ขึ้นมาเกือบทั้งหมด เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเยี่ยมชม และศึกษาความเป็นมา สามารถเยี่ยมชมได้ทุกวันตั้งแต่ 8.00 – 12.00 . และ 13.00 – 16.00 .

 

6 สถานที่ท่องเที่ยวในเวียงจันทน์ประเทศลาวที่เป็นจุดน่าสนใจ ที่คุณไม่ควรพลาดเด็ดขาด หากได้ไปเที่ยวที่เวียงจันทน์

Hits: 58

Total 0 Votes
0%
รวมที่เที่ยวสุดฮิตประจำเมืองโอซาก้าที่คุณห้ามพลาด

รวมที่เที่ยวสุดฮิตประจำเมืองโอซาก้าที่คุณห้ามพลาด

ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวใกล้ๆ เดินทางง่ายๆ ใกล้ประเทศไทย และมีแหล่งถ่ายรูปสวยๆ ต้องมาเยือนเมืองโอซาก้าให้ได้ ยิ่งถ้าใครอยากได้ตั๋วเครื่องบินราคาไม่แพงแถมบินตรงไม่ต้องต่อเครื่อง แอร์เอเชียก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะเขามีเที่ยวบินตรงลงสนามบินคันไซ สนามบินลอยน้ำบนเกาะที่มนุษย์สร้างเองทั้งหมดแห่งแรกของโลกอีกด้วย วันนี้เราจะพาทุกคนไปเยือนที่เที่ยวสุดฮิตประจำเมืองโอซาก้า พร้อมนั่งแอร์เอเชียไปเที่ยวกันเพลินๆ กันเลย

ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)

ประเดิมที่แรกด้วยปราสาทโอซาก้า หนึ่งในสามปราสาทชื่อดังของญี่ปุ่น สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1583 เคยถูกเผาและโจมตีหลายครั้ง แต่ก็ได้รับการบูรณะอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเป็นที่เก็บวัตถุโบราณและเอกสารสำคัญต่างๆ ถ้ามีโอกาสแวะมาเยือนปราสาทโอซาก้า ต้องห้ามพลาดจุดชมวิวบนหอคอยปราสาทแห่งนี้กันล่ะ ซึ่งชั้นนี้สามารถมองเห็นวิวเมืองได้รอบทิศเลยล่ะ ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ประจำเมืองเก่า พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ประจำเมืองโอซาก้า ชิงช้าสวรรค์ HEP FIVE เป็นต้น

 

ถนนโดทงโบริ (Dotonbori)

ขอบคุณรูปจาก https://osaka-info.jp/

สายช้อปปิ้งต้องห้ามพลาดที่นี่โดยเด็ดขาด ที่นี่ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าต่างๆ ร้านอาหาร โรงละคร ป้ายไฟโฆษณาต่างๆ และแหล่งผับบาร์ ที่พลาดไม่ได้คือป้ายโฆษณากูลิโกะที่เป็นรูปคนวิ่งชูมือ ป้ายปูขยับได้ นอกจากนี้ร้านอาหารต่างๆ ยังรอให้คุณมาลิ้มลองอย่างทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ คุชิคัทสึ อร่อยอย่าบอกใครเลยล่ะ

 

ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ เจแปน (Universal Studios Japan)

ธีมปาร์คสัญชาติอเมริกาแห่งแรกในเอเชียที่มาพร้อมกับสวนสนุกระดับโลกที่มีโซนเครื่องเล่นหลากหลายชนิดไม่แพ้ที่อื่นๆ แบ่งออกเป็น 4 โซนด้วยกันคือโซนแฮร์รี่พอตเตอร์ ขวัญใจเหล่าผู้วิเศษ โซนวันเดอร์แลนด์ที่มาพร้อมกับสนูปปี้ คิตตี้ หรือจะเป็นโซน Ride Attractions สำหรับเครื่องเล่นที่ให้เรานั่งผจญภัยทั้งสไปเดอร์แมน จูราสสิคปาร์ค จอร์สฉลามยักษ์ ไปจนถึงตะลุยโลกของเหล่ามินเนียน โซน Show Attractions ที่ให้เรานั่งชม ไม่ว่าจะเป็นโซนสำหรับเด็ก เทอร์มิเนเตอร์ และจุดที่ห้ามพลาดคือบริเวณโชว์ทั้งบนเวทีและตามขบวนพาเหรดต่างๆ อีกด้วย

 

เรียกได้ว่ามาเที่ยวโอซาก้าทั้งที ก็ได้ทั้งเรื่องความสวยงามของบรรยากาศ สายช้อปปิ้งแวะเดินช้อป รวมไปถึงได้เล่นเครื่องเล่นสนุกๆ อีกมากมายด้วย ยิ่งถ้าใครเซฟเงินสำหรับค่าเดินทาง ก็อย่าลืมมองหาแอร์เอเชีย สายการบินที่จะพาทุกคนบินตรงมาลงโอซาก้ากันอย่างชิลๆ เลยล่ะ รีบแพ็กกระเป๋ามาเที่ยวกันเลย

 

Hits: 5

Total 0 Votes
0%
การพักผ่อนถือเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพ

การพักผ่อนถือเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพ

การพักผ่อนถือเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพ เพราะฉะนั้นเราควรนอนให้ได้วันละ 6-8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายของคุณได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ แต่สำหรับคนที่มีอาการนอนไม่หลับ หรือนอนหลับยาก คงเป็นเรื่องที่ทรมานเลยทีเดียว แม้ว่าคุณจะมีห้องนอนที่สวยหรู มาพร้อมกับเตียงราคาแพง ก็คงไม่ช่วยทำให้ดีขึ้นหากคุณนอนไม่หลับ

คุณรู้ไหมว่าอาการนอนไม่หลับหรือหลับยาก หากคุณมีอาการที่มากขึ้นควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีแก้ไข และยังมีวิธีเบื้องต้นอีกมากมายในการช่วยทำให้นอนหลับได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น การดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆ, นั่งสมาธิ, ออกกำลังกายเบาๆก่อนนอน รวมไปถึงการตกแต่งห้องนอน ซึ่งมีส่วนช่วยให้คุณหลับได้ง่ายขึ้นอีกด้วย วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการตกแต่งห้องนอนอย่างไร ให้หลับสบายอย่างเต็มอิ่ม

ขอบคุณภาพจาก sbdesignsquare.com

การจัดวางเตียง

ตำแหน่งการวางเตียงนั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คุณควรตั้งเตียงให้อยู่ในพื้นที่โปร่ง มีอากาศถ่ายเทได้ดี และบริเวณหัวเตียงควรเป็นผนังทึบ หลีกเลี่ยงการตั้งเตียงไว้ใต้คาน ติดกับห้องน้ำ และประตู เพราะสิ่งเหล่านี้อาจจะมีเสียงรบกวนคุณได้ในขณะนอน นอกจากนี้เครื่องปรับอากาศควรติดตั้งในบริเวณปลายเท้า เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณอีกด้วย

สีของห้องนอน

ในการเลือกใช้สีตกแต่งห้องนอน คุณควรเลือกใช้สีโทนอ่อน สบายตา รู้สึกอบอุ่น อย่างเช่นสีฟ้า สีเหลือง สีเขียว และสีเทา ซึ่งสีเหล่านี้มีผลต่อการนอนหลับของคุณ

เรื่องของแสงสว่างในห้อง

คุณควรเลือกใช้ผ้าม่านที่มีสีทึบ เพื่อไม่ให้แสงข้างนอกจากถนนเล็ดลอดเข้ามารบกวน รวมไปถึงช่องระหว่างประตู ที่คุณสามารถนำผ้าไปปิดบริเวณดังกล่าว หากไม่มีแสงมารบกวนจะช่วยให้คุณนอนหลับได้สบายขึ้น แต่สำหรับใครที่ไม่ชอบความมืด ให้เลือกใช้โคมไฟที่มีสีสลัวๆ ไม่สว่างจนเกินไปเปิดไว้ได้

สร้างบรรยากาศด้วยกลิ่นหอมในห้องนอน

กลิ่นหอมมีผลต่อการพักผ่อนของคุณ ดังนั้นคุณควรหาซื้อน้ำมันหอม หรือก้านไม้ที่มีกลิ่นหอมที่คุณชอบ มาวางไว้บริเวณข้างเตียง เพื่อให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย และหลับได้อย่างสบาย

ปรับอุณหภูมิห้องนอนให้เหมาะสม

อุณหภูมิในห้องนอนควรอยู่ที่ 24 – 28 องศาเซลเซียส เพราะเป็นอุณหภูมิที่ไม่รู้สึกร้อน หรือหนาวจนเกินไป ทำให้คุณหลับได้ยาวๆ ไม่ตื่นขึ้นมาในกลางดึก

จัดห้องนอนให้เป็นระเบียบ

ในการตกแต่งห้องนอนนั้น คุณไม่จำเป็นต้องเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มากชิ้น มาไว้ในห้องนอนของคุณให้ดูรก และต้องหมั่นเก็บห้องนอนของคุณให้เป็นระเบียบอยู่เสมอ เพราะห้องนอนที่เป็นระเบียบเรียบร้อย จะสร้างความรู้สึกน่าอยู่ขึ้นมาได้มากเลยทีเดียว ซึ่งช่วยให้คุณหลับได้ง่ายอีกด้วย

6 วิธีการตกแต่งห้องนอน ที่เราได้แนะนำไปนั้นหวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับใครหลายคน ที่มีปัญหานอนไม่หลับ และหากคุณนำ 6 วิธีที่ดังกล่าวไปตกแต่งห้องนอนคุณล่ะก็ จะช่วยให้คุณนอนหลับเต็มอิ่ม พักผ่อนเต็มที่ได้เป็นอย่างดี

Hits: 14

Total 0 Votes
0%
สาเหตุและแนวทางการรักษาออฟฟิศซินโดรมที่มนุษย์ออฟฟิศควรรู้

สาเหตุและแนวทางการรักษาออฟฟิศซินโดรมที่มนุษย์ออฟฟิศควรรู้

ชาวออฟฟิศหลายคนคงคุ้นเคยกับออฟฟิศซินโดรมกันเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นภัยใกล้ตัวที่มักเกิดขึ้นบ่อยกับพนักงานประจำที่ต้องนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือทำงานในท่าทางซ้ำๆ เป็นเวลานาน โดยไม่ได้มีการเปลี่ยนอริยบท สัญญาณแรกๆ ของโรคดังกล่าวได้แก่ อาการปวดเมื่อยตามอวัยวะต่างๆ เช่น หลัง ไหล่ ต้นคอ แขน ข้อมือ นิ้วมือ ที่อาจลุกลามจากการปวดเป็นครั้งคราวกลายมาเป็นอาการปวดเรื้อรังได้ หากไม่รู้สาเหตุและแนวทางการรักษาออฟฟิศซินโดรมที่ถูกต้อง ว่าแต่สาเหตุและแนวทางที่ว่านี้มีอะไรกันบ้าง ? เดียวเราจะไปไขข้อข้องใจกัน

ก่อนที่จะเริ่มพูดถึงการรักษาออฟฟิศซินโดรม ขอเริ่มต้นด้วยสาเหตุเพื่อช่วยให้มนุษย์ออฟฟิศเห็นภาพว่าจริงๆ แล้วอาการของออฟฟิศซินโดรมนั้นไม่ได้มีแค่การปวดเมื่อยตามร่างกายจากการอยู่ในท่าทางเดิมซ้ำๆ อย่างต่อเนื่องเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการใช้สายตาเพ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ อย่าง อาการปวดตา นอกจากนี้ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการออฟฟิศซินโดรมขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นอากาศภายในห้องทำงานมีแต่ฝุ่นไม่ถ่ายเท โต๊ะและเก้าอี้ที่ใช้ทำงานไม่เหมาะกับสรีระ และการพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นต้น

หลายๆ คนที่มีอาการออฟฟิศซินโดรมอาจมีความกังวลใจว่าเมื่อเป็นแล้วควรจะรักษาอาการยังไง โดยหลักๆ แล้วการรักษาออฟฟิศซินโดรมสามารถแบ่งออกเป็น 2 วิธี ได้แก่

รักษาที่ต้นเหตุผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

แน่นอนว่าวิธีการรักษาออฟฟิศซินโดรมที่ดีที่สุดคือการมองกลับไปดูที่สาเหตุแล้วปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการออกไปเดินหรือสูดอากาศข้างนอกหลังจากการนั่งทำงานเป็นเวลานานเพื่อให้กล้ามเนื้อและสมองได้ผ่อนคลาย ปรับเปลี่ยนอริยบทการนั่งทำงานให้เหมาะสม เปลี่ยนโต๊ะหรือเก้าอี้ที่ไม่รองรับกับสรีระ และท้ายที่สุดให้ลองหาเวลาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ลดความเครียดจากการทำงาน และเสริมสร้างสมรรถภาพโดยเฉพาะส่วนกล้ามเนื้อให้พร้อมรองรับกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

รักษาอาการด้วยวิธีทางการแพทย์

สำหรับใครที่มีอาการปวดรุนแรง อีกหนึ่งวิธีการรักษาออฟฟิศซินโดรมที่จำเป็นคือการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาหรือผ่านศาสตร์ทางเลือกอื่นๆ เช่น ฝังเข็มและนวดแผนไทย แต่ไม่ว่าจะเป็นวิธีไหนผู้รับบริการควรศึกษาข้อมูลให้ดีพร้อมปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเป็นการสร้างความอุ่นใจให้กับตัวเองว่าจะไม่มีผลกระทบอื่นๆ ที่อาจจะตามมา นอกจากวิธีทางการแพทย์ที่ได้พูดถึงไปแล้ว อีกหนึ่งวิธีที่นับได้ว่าเป็นทางเลือกดีๆ ได้แก่ การทำกายภาพบำบัด ซึ่งนอกเหนือไปจากการทำกายภาพแล้ว ยังมีการประเมินโครงสร้างและปรับร่างกายให้สมดุล พร้อมแนะนำความรู้ในการจัดวางท่าทางให้ถูกต้อง บอกต่อวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพื่อป้องกันอาการปวดที่อาจจะกลับมาได้

และทั้งหมดก็คือสาเหตุและแนวทางการรักษาออฟฟิศซินโดรม ที่พนักงานออฟฟิศควรรู้ จริงๆ แล้วการเจ็บไข้ได้ป่วยนั้นเป็นเรื่องปกติที่มักเกิดขึ้นเป็นประจำในชีวิตมนุษย์ที่ไม่ว่าจะเป็นเพศหรือวัยไหนก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่หากเรารู้ถึงสาเหตุและวิธีการป้องกันที่ถูกต้องก็นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้

Hits: 6

Total 0 Votes
0%