รักษาหน้าให้ใสเรียบเนียนอย่างล้ำลึกและดูแลผิวหน้าอย่างยั่งยืน

รักษาหน้าให้ใสเรียบเนียนอย่างล้ำลึกและดูแลผิวหน้าอย่างยั่งยืน

ไม่ว่าจะวัยไหน ปัญหาผิวที่กวนใจทั้งชายและหญิงนั้นก็คงไม่พ้น ปัญหาสิว ซึ่งต่อให้เราระมัดระวังการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารอันตรายและการรักษาความสะอาดในการเช็ดล้างเครื่องสำอางหรือครีมกันแดด ที่อาจตกค้างและทำให้เป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิว ยิ่งไปกว่านั้น หากสิวที่เกิดขึ้นลุกลามและอักเสบ อาจสร้างความเสียหายต่อบริเวณผิวหน้า ทิ้งรอยสิว หลุมสิวลึก ซึ่งจะต้องทำการรักษาหลุมสิวเท่านั้น

เพราะฉะนั้นแล้ว เราควรเริ่มดูแลรักษาผิวหน้าตัวเราอย่างรู้เท่าทัน เราจะต้องทราบสาเหตุที่ชัดเจนว่าทำไมเราถึงเกิดสิว การทราบต้นสายปลายเหตุ จะทำให้เรารักษาและป้องกันได้อย่างล้ำลึก ยิ่งไปกว่านั้น หากผิวของเราได้รับการบำรุงอย่างดี ผิวของเราก็จะแข็งแรงเปรียบได้กับเมื่อร่างกายเราแข็งแรง โรคภัยไข้เจ็บก็จะไม่ค่อยเกิดขึ้น การเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงให้ผิวแข็งแรงนั้น เว็บไซต์ The Standard ได้แชร์ไว้ว่า โดยการรับมือกับผิวแพ้ง่าย ด้วยความเข้าใจและรักษาถูกวิธี จากบทความสุขภาพของเว็บไซต์พบแพทย์ระบุว่า วิธีการรับมือกับผิวแพ้ง่ายนั้นทำได้หลายวิธี อาทิ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า รวมถึงสกินแคร์และเครื่องสำอางที่มีความอ่อนโยนต่อผิวเป็นหลัก และต้องปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาผิวแพ้ง่าย ซึ่งทำได้ดังนี้ ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ และส่วนผสมที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เช่น เรตินอยด์ กรดอัลฟาไฮดรอกซี (Alpha-Hydroxy Acids: AHA) ทัลคัม (Talc) ไมกา (Mica) สารเคมีระงับกลิ่นกาย รวมถึงสารเคมีที่มีคุณสมบัติทำลายหรือยับยั้งแบคทีเรีย ไม่ผลัดเซลล์ผิวบ่อยๆ หากต้องการผลัดเซลล์ผิว ควรทำภายใต้การดูแลของแพทย์ หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางแบบกันน้ำ หรือเครื่องสำอางที่มีสารกันเสียเป็นส่วนประกอบ ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์หมดอายุ หลีกเลี่ยงแสงแดด หมั่นทำความสะอาดที่นอน ปลอกหมอน ผ้าปูที่นอนเสมอ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและอ่อนโยนต่อผิว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและเหมาะสมกับผิวแพ้ง่ายอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยปกป้องผิวและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับผิว และให้เช็กดูว่าผลิตภัณฑ์นั้นต้องผ่าน อย. ควรใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ และต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบและได้รับการยืนยันว่าไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ อย่าลืมทาครีมกันแดดที่มีค่าป้องกันแสงแดด หรือ SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไปเป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนออกแดด ควรเลือกครีมกันแดดสูตร Non-Chemical การเช็กให้ชัวร์นั้นทำได้หลายวิธี แต่ต้องไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะสามารถเช็กการแพ้ได้หลายวิธี เช่น ใช้ Patch Test ที่เป็นวิธียอดนิยมในการทดสอบภูมิแพ้ผิวหนัง แพทย์จะปิดแผ่นแปะผิวหนังที่ป้ายสารก่ออาการแพ้ 20-30 ชนิดเพื่อทำการทดสอบ และทิ้งไว้นาน 48 ชั่วโมง (ระหว่างนี้ห้ามโดนน้ำและห้ามโดนเหงื่อ) หากครบกำหนดแล้วพบว่าผิวหนังเกิดผื่นแดงแสดงว่าผู้รับการทดสอบแพ้สารชนิดนั้นๆ อีกวิธีคือการสะกิด ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ตรวจสารก่อภูมิแพ้ได้มากถึง 40 ชนิดในครั้งเดียว วิธีการคือแพทย์จะหยดสารทดสอบที่คาดว่าจะก่อให้เกิดอาการแพ้ไว้ตามท้องแขนหรือแผ่นหลัง จากนั้นจะใช้เข็มสะกิดผิวแล้วทิ้งไว้ 15 นาที หากตำแหน่งที่แพ้จะปรากฏเป็นผื่นแดงหรือตุ่มคล้ายยุงกัด และอีกวิธีคือการตัดชิ้นเนื้อจากผิวหนังส่งตรวจ โดยการส่องกล้องจุลทรรศน์เพื่อหาสาเหตุของอาการผิดปกติ

 

ความสวยหุ่นดีอย่างยั่งยืนเริ่มที่อาหารและทัศนคติรักตัวเอง

ความสวยหุ่นดีอย่างยั่งยืนเริ่มที่อาหารและทัศนคติรักตัวเอง

หากเรามีปัญหาในเรื่องหุ่น สิ่งแรกที่เราคิดและวางแผนจะปฏิบัติจัดการในเรื่องนี้คืออะไร หากสิ่งแรกที่เราคิดถึงคือ ยาลดความอ้วน หรือยาลดน้ำหนัก สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ทางออกที่ดีต่อสุขภาพของเราอย่างมาก ส่งผลตรงกันข้ามทั้งทางตรงและทางอ้อม ยิ่งจะทำให้ระบบในร่างกายของเราแปรปรวน บางคนที่กินยาลดความอ้วนแล้วน้ำหนักลดลง เห็นผลนั้น อาจจะแค่เพียงระยะเวลาสั้นเท่านั้น ซึ่งอาจจะเพิ่มความอยากอาหารมากขึ้นและทำให้เกิดอาการ Yoyo effect ตามมาได้ ยาลดความอ้วนที่เคยทานเห็นผลก็อาจจะดื้อยาได้

การดูแลหุ่นที่ยั่งยืนนั้น ควรเริ่มจากอาหารและโภชนาการที่สำคัญสำหรับร่างกายของแต่ละคน ยิ่งไปกว่านั้นจะต้องมีทัศนคติที่ดีด้วย นั่นก็คือ การรักตัวเอง เพราะถ้าเราไม่รักตัวเอง เราก็จะรู้สึกต่อต้านต่อร่างกายของเรา ณ ขณะนั้น ยิ่งทำให้ร่างกายตอบสนองในทางลบอีกด้วย เพราะฉะนั้นแล้วการดูแลสุขภาพที่ดีควรใส่ใจทั้งภายนอกและภายในอย่างมีความสมดุลกัน แต่ถ้าเราปรับอาหารการกินแล้ว ยังไม่ได้ผลตามที่ต้องการ ทางเลือกที่ปลอดภัยอย่างหนึ่งก็คือ การดูดไขมันหน้าท้อง เพราะเห็นผลในเวลาอันสั้น แต่จะต้องดูแลโดยศัลยแพทย์และสถานเสริมความงามที่ได้มาตรฐานเท่านั้น อย่างไรก็ตามหากเราต้องการลดน้ำหนักโดยใช้หลักโภชนการ เว็บไซต์ bangkokhospital ได้แชร์ไว้ว่า การลดน้ำหนักดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ไม่ยาก แต่ความจริงแล้วการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะการมีวินัยในการกินต้องฝึกจนเป็นนิสัย เพื่อผลลัพธ์ที่ดีในการลดน้ำหนักและสามารถรักษาน้ำหนักให้เป็นไปตามเกณฑ์ได้ในระยะยาว ดังนั้นการมีหลักการลดน้ำหนักและเลือกกินอาหารอย่างถูกต้องคือสิ่งที่ต้องตระหนักอยู่เสมอ หลักการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง ลดไขมันในร่างกาย ไม่ใช่ลดแต่เพียงกล้ามเนื้อ อย่าหยุดกินอาหาร เลือกกินสารอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่จากผักและผลไม้ ลดปริมาณอาหารหรือเปลี่ยนเป็นอาหารที่มีพลังงานต่ำ หลีกเลี่ยงอาหารทอด ผัด และอาหารที่มีไขมัน อัตราการลดน้ำหนักที่เหมาะสมในระยะสั้น คือ ใน 1 สัปดาห์ ควรลดน้ำหนักให้ได้ 0.5 – 1 กิโลกรัม และใน 6 เดือน ควรลดให้ได้ 5 – 10% ของน้ำหนักตัวปัจจุบัน รักษาน้ำหนักตัวที่ลดลงให้คงที่ไปมากกว่า 1 ปีเพื่อการลดน้ำหนักที่ยั่งยืน ลดน้ำหนักให้ดีกับร่างกาย หากสามารถลดน้ำหนักได้ถูกต้องตามหลักการย่อมช่วยให้ ลดน้ำหนักได้ตามเป้าหมาย สุขภาพดีขึ้น แข็งแรงขึ้น ไร้ส่วนเกินจากไขมันในร่างกายที่มีมากเกินความจำเป็น ความดันโลหิต ไขมัน และน้ำตาลในเลือดดีขึ้น ห่างไกลจากโรคต่าง ๆ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ เป็นต้น สูตรลับอาหารลดน้ำหนัก หากสามารถจำกัดพลังงานจากอาหารได้ไม่เกิน 800 แคลอรี่ต่อวันจะช่วยลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็วประมาณ 10 – 15% ของน้ำหนักตัวเดิมภายใน 3 เดือน แต่การลดน้ำหนักวิธีนี้อาจทำให้เกิดการขาดสารอาหารได้ จึงจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ทางด้านโภชนาการเกี่ยวกับการรับประทานวิตามินและเกลือแร่เสริม และหลังจากหยุดรับประทานอาหารจำกัดพลังงาน จะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นกลับมาอย่างรวดเร็วได้มากกว่าการค่อย ๆ ลดน้ำหนัก ดังนั้นอาจเลือกวิธีลดพลังงานจากอาหารที่เคยกินปกติวันละ 500 – 750 แคลอรี่ต่อสัปดาห์ หรือมื้อละ 200 – 250 แคลอรี่ต่อวัน ซึ่งการลดน้ำหนักวิธีนี้จะช่วยให้ลดน้ำหนักได้สัปดาห์ละ 0.5 – 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์

 

เพิ่มลูกเล่นและความน่าสนใจเมื่อเข้าชมเว็บไซต์

เพิ่มลูกเล่นและความน่าสนใจเมื่อเข้าชมเว็บไซต์

ในยุคสมัยที่เราสามารถมีเว็บไซต์และปแพล็ตฟอร์มเป็นของตัวเองได้ ไม่ว่าจะทำธุรกิจประเภทใด หรือจะเป็นเพียงแค่เว็บไซต์ที่บอกเล่าเรื่องราว ไดอารี่ การดำเนินชีวิตประจำวัน ไลฟสไตล์ แฟชั่น การเดินทางท่องเที่ยว การไปเที่ยวคาเฟ่หรือแม้กระทั่งชิมอาหารต่างๆ แน่นอนว่า สิ่งเหล่านี้ต่อยอดได้โดยการเข้าชมเว็บไซต์ จำนวนผู้เข้ามาชมที่เราบันทึกไว้ในแต่ละวัน รวมไปถึงสามารถลิงค์ไปที่อินสตาแกรมหรือไอจีและเพจเฟสบุคเพื่อสร้างยอด engagement ตามมาได้

เราไม่จำเป็นต้องเป็นคนดัง หรือคนมีชื่อเสียงระดับซุปตาร์หรือเซเลบ แต่เราสามารถสร้างสตอรี่ต่างๆ ที่น่าสนใจให้คนมาติดตามมาเป็นfollower และสร้างตัวตน นำเสนอเนื้อหาที่เป็นประโยชน์แก่สังคม แน่นอนว่า เว็บไซต์ที่แสดงถึงตัวตนของเราจะต้องถูกออกแบบมาให้เป็นเอกลักษณ์ในแบบของเรามากที่สุด เริ่มจากออกแบบแบนเนอร์ และฟังก์ชั่นภายในหลังบ้านของเว็บไซต์ที่สามารถเก็บข้อมูลและอัพโหลดข้อมูลได้อย่างรวดเร็วเมื่อเปิดหน้าเว็บไซต์ผ่านมือถือและผ่านเดสท็อป ยิ่งไปกว่านั้นเราต้องพัฒนาตนเองและติดตามข่าวสารรอบโลกอยู่เสมอ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับเทรนด์แฟชั่นและเทคโนโลยี ซึ่งเว็บไซต์ nst3 ได้แชร์บทความที่น่าสนใจไว้ว่า เครือข่ายมือถือ 5G/6G (Mobile Network 5G/6G) ระบบ 4G ที่ใช้กันในปัจจุบันก็สามารถทำความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดเพิ่มขึ้นจาก 3G อีกราว 50 เท่า และสำหรับ 5G จะมีการรับส่งข้อมูลสูงสุดเพิ่มขึ้นไปอีก 20 เท่าจาก 4G แต่ที่พิเศษคือ สามารถใช้การได้แม้แต่ขณะที่เคลื่อนที่เร็วถึง 500 กิโลเมตร/ชั่วโมง สามารถส่งข้อมูลต่อพื้นที่เพิ่มขึ้นอีก 100 เท่า ดังนั้น 5G จะเป็นแพลตฟอร์ม (Platform) ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีอื่นๆ เข้าไว้ด้วยกัน เช่น AI Big Data Cloud และ IoT เป็นต้น ทำให้สามารถรองรับระบบรถยนต์ไร้คนขับ เกิดบริการรูปแบบใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนได้มากมาย เช่น การขายโดยใช้ AR/VR ช่วยการเชื่อมต่อยานพาหนะเข้ากับระบบควบคุมการจราจรได้ นอกจากนี้ยังรวมถึงการให้บริการปรึกษาทางการแพทย์ทางไกล หรือแม้แต่ผ่าตัดทางไกลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต การคำนวณและวิศวกรรมควอนตัม (Quantum Computing & Engineering) เทคโนโลยีควอนตัมจะเข้ามามีบทบาททำให้ภาพที่เราจินตนาการไว้เกิดขึ้นได้จริง เช่น คอมพิวเตอร์สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้นหลายพันเท่า สามารถถอดรหัสดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตที่ยาวมากเป็นพันๆ ล้านหน่วย สามารถสร้างแบบจำลองเพื่อค้นหายาใหม่ๆ ที่ใช้ได้อย่างแม่นยำกับผู้ป่วย ใช้ตรวจวินิจฉัยโรคในการแพทย์ได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องรอผลแล็บหลายวัน รวมถึงยังมีการสร้างอุปกรณ์ไฮเทคอื่นๆ เช่น ชิปสำหรับนาฬิกาอะตอม (Atomic Clock) ใช้เทียบค่าเวลาสากลที่มีความแม่นยำมาก ถึงระดับนาโนวินาที (nano-second) รองรับการซื้อขายในระบบธนาคาร หรือคำสั่งซื้อในตลาดหลักทรัพย์ที่มีปริมาณถึง 100 ล้านคำสั่งต่อวินาทีได้

 

เพราะธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมักมีผู้ปรึกษาที่ดีอยู่เบื้องหลังเสมอ

เพราะธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมักมีผู้ปรึกษาที่ดีอยู่เบื้องหลังเสมอ

เวลาที่เราเห็นธุรกิจและนักธุรกิจแต่ละท่านประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจและการค้าขาย ได้กำไรหลักหลายร้อยล้าน พันล้าน เราต่างก็คิดว่า พวกเขาเหล่านั้นช่างโชคดีเหลือเกิน คิดแค่เพียงเท่านี้ ไม่ได้มองลึกถึง Journey ความสำเร็จของการดำเนินธุรกิจ ที่จะต้องทุ่มเทและความพยายาม หยาดเหงื่อแรงกายของบุคลากรที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก ทุกคนต่างก็มีส่วนร่วมในความสำเร็จนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนเบื้องหน้าและคนเบื้องหลัง และในเรื่องกฎหมายต่างๆที่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายโดยเฉพาะ เพราะการดำเนินธุรกิจที่รอบครอบจะต้องปฏิบัติตามข้อกฎหมายทุกอย่างอย่างรัดกุม

ยิ่งไปกว่านั้น หากเราสังเกต นักธุรกิจที่ยอดเยี่ยมทั่วโลก เขาจะติดตามข่าวสารแทบทุกประเภท และติดตามข่าวสารรอบโลกที่มีผลโดยตรงและผลทางอ้อมต่อธุรกิจ โดยเฉพาะข่าวสารที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่มีการอัพเดตเปลี่ยนแปลงแทบจะทุกวินาที ซึ่งเว็บไซต์ nst3 ได้แชร์บทความที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีไว้ว่า เอไอแห่งอนาคต (Future AI) ระบบปัญญาประดิษฐ์แห่งอนาคตหรือ Future Artificial Intelligence จะมีส่วนที่เป็นหัวใจหรือสมองของระบบได้แก่ เทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่อง หรือ Machine Learning ด้วยเครือข่ายประสาทเทียม ที่เรียกว่า Deep Neural Network ซึ่งสร้างโดยเลียนแบบเครือข่ายเซลล์ประสาทในสมองของมนุษย์ ความสามารถของ AI ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ระบบไซเบอร์-ฟิสิคัล (Cyber-Physical System) ที่ส่งผ่านข้อมูลระหว่างโลกอินเทอร์เน็ตกับโลกจริงทางกายภาพมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติไร้คนขับ AI ประมวลผลและสั่งการควบคุมการขับรถได้ในเวลาเสี้ยววินาทีด้วยประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่มากขึ้น แต่อาจจะทำให้คนขับรถจำนวนมากต้องตกงาน มีการคาดการณ์ว่าในปี ค.ศ.2030 AI จะทำให้ตำแหน่งงานหายไป 400-800 ล้านตำแหน่ง แม้จะทำให้เกิดงานใหม่ๆ ขึ้นมาพอๆ กัน แต่จะเป็นทักษะที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง การเดินทางแบบไร้รอยต่อ (Mobility-as-a-Service, Maas) Mobility-as-a-Service หรือ แมส (Maas) มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดของเทคโนโลยีนี้ในปัจจุบัน ตัวอย่างผู้ให้บริการแมสรายใหญ่ 2 รายคือ อูเบอร์ (Uber) ของสหรัฐฯ กับ ตี๊ตี๊ (DiDi) ของจีน ข้อมูลปี พ.ศ.2560 ระบุว่ามูลค่าของบริษัทตี๊ตี๊อยู่ที่ราว 56,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่อูเบอร์มากกว่าคือ 62,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่น่าสนใจคือ ตี๊ตี๊ เป็นบริษัทที่โตอย่างก้าวกระโดดจากการเทคโอเวอร์บริษัทอูเบอร์ในจีน เมื่อปี พ.ศ.2559 ปัจจุบัน นอกจากการนำผู้โดยสารไปยังที่หมายแล้วยังบริการส่งของต่างๆ อย่างบริการ GrabFood และ Line Man ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทยอยู่ในขณะนี้ ทั้งนี้สถาบันวิจัย BIS Research ประเมินว่าอนาคตอันใกล้ ตลาดของแมสกำลังเติบโตด้วยความเร่ง โดยปัจจัยสำคัญคือ ความสามารถในการสร้างแพลตฟอร์มการให้บริการยานพาหนะ และความสามารถในการให้บริการแบบ On Demand รวมถึงการสนับสนุนอย่างเหมาะสมโดยภาครัฐ

 

จะฝ้าแดด ฝ้าลม หรือฝ้าประเภทใดก็ไร้กังวลเพราะมีครีมทาฝ้าที่ดูแลหน้า

จะฝ้าแดด ฝ้าลม หรือฝ้าประเภทใดก็ไร้กังวลเพราะมีครีมทาฝ้าที่ดูแลหน้า

ปัญหาผิวหน้า ไม่ว่าจะอายุเท่าใด ปัญหานี้เกิดขึ้นได้เสมอ แต่จะเกิดในวัยที่มีอายุมากขึ้น เนื่องจากคอลลาเจนและอิลาสตินความยืดหยุ่นในชั้นผิวนั้นเริ่มลดน้อยลง แต่ก็ไม่ใช่ว่าวัยที่อายุยังน้อยจะไม่เกิดปัญหาผิว เพราะในช่วงวัยที่ฮอร์โมนทำงานอย่างหนัก ทำให้ระบบต่างๆในร่างกายอาจจะติดขัด และส่งผลต่อสภาพผิวได้ ไม่ว่าจะเป็นผิวหน้าและผิวกาย จึงไม่แปลกใจว่า วัยรุ่นจึงมีผิวที่มีทั้งสิวและรอยสิวเป็นจำนวนมาก บวกกับสภาพมลภาวะในอากาศที่แย่ ก็ยิ่งทำให้สิ่งสกปรกตกค้างในผิวอย่างมากมาย

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดูแลผิวหน้า เราจะต้องดูส่วนผสมหลักไว้ก่อน เพราะถ้าส่วนผสมหลักนั้นเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ เราก็จะไม่เกิดอาการแพ้ อีกทั้งสารเคมีที่ตกค้างในผิวก็จะน้อยลงอีกด้วย แต่ถ้าเรามีปัญหาผิวที่หนักขึ้นอย่างการเกิดฝ้าแดด และฝ้าลม ซึ่งจะต้องใช้ครีมลดฝ้าที่มีประสิทธิภาพในการลดเลือนฝ้าให้จางลง เราอาจจะสงสัยว่า ฝ้านั้นมีกี่ชนิดและจะรักษาฝ้าและป้องกันฝ้าได้เบื้องต้นอย่างไรบ้าง ซึ่งเว็บไซต์HD ได้แชร์ไว้ว่า ชนิดของฝ้า ฝ้าที่ขึ้นบริเวณใบหน้าแบ่งเป็น 4 ชนิดหลักๆ คือ ฝ้าตื้น เกิดจากความผิดปกติบริเวณชั้นหนังกำพร้า (ผิวชั้นนอก) มีลักษณะเป็นผื่นสีน้ำตาลเข้ม ขอบชัด มีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่าย แต่ก็รักษาได้ง่ายเช่นกัน และใช้เวลารักษาไม่นานนัก ฝ้าลึก เกิดบริเวณชั้นหนังแท้ ผื่นสีน้ำตาลผสมสีเทาเข้ม ขอบไม่ชัดเจน เนื่องจากอยู่ในระดับที่ลึกมาก การรักษาจึงค่อนข้างยาก ฝ้าผสม คือมีทั้งฝ้าตื้นและฝ้าลึกเกิดขึ้นที่ผิวหน้า เป็นชนิดที่พบมากที่สุดในผู้ที่ประสบปัญหาฝ้า ฝ้าที่ไม่สามารถแยกได้ชัดเจนว่าเป็นฝ้าชนิดใด มักพบในผู้ที่สีผิวเข้มมาก เช่น ชาวแอฟริกัน วิธีการป้องกันฝ้า หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดด รังสียูวีจากแสงแดดเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดฝ้า การหลีกเลี่ยงแสงแดดจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันฝ้า แต่หากหลีกเลี่ยงได้ยากก็ไม่ควรสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง ควรสวมหมวก กางร่ม หรือสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดมิดชิดก่อนออกแดด จะช่วยลดความรุนแรงได้ระดับหนึ่ง ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าจะไม่ได้สัมผัสกับแสงแดดเป็นประจำ แต่หากสัมผัสกับหลอดไฟ แสงสีฟ้าจากคอมพิวเตอร์ หรือหน้าจอสมาร์ทโฟนอย่างสม่ำเสมอ ก็มีโอกาสเกิดฝ้าได้เช่นกัน ดังนั้นจึงควรทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวด้วย ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และต้องเป็นชนิด PA+++ โดยทาอย่างน้อย 30 นาทีก่อนออกแดด และทาวันละ 2 ครั้ง คือ เช้า และเที่ยง (ก่อนทารอบที่ 2 ควรล้างหน้าด้วย) หลีกเลี่ยงการใช้ยา หรือฮอร์โมนเพศโดยไม่จำเป็น เนื่องจากยา หรือฮอร์โมนเพศบางชนิด มีผลข้างเคียงทำให้เป็นฝ้าได้ เช่น ยากันชักกลุ่มฟีไนโทอีน และกลุ่มยาที่มีปฏิกิริยาไวต่อแสง แต่หากจำเป็นต้องใช้ ควรสอบถามแพทย์ หรือเภสัชกรถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อประกอบการตัดสินใจ เพราะอาจมียาชนิดอื่นที่ทดแทนกันได้โดยไม่มีผลข้างเคียง