หากอยากทานอะโวคาโด้ให้อร่อย จำเป็นต้องมีวิธีในการเลือกซื้ออะโวคาโดอย่างถูกวิธี อะโวคาโดหรือบ้านเรามักจะเรียกว่า ลูกเนย เพราะเป็นผลไม้ที่มีเนื้อมันอ่อนนุ่ม และมีรสชาติคล้ายเนย ลักษณะของผิวด้านนอกขรุขระและมีเปลือกหนาสีเขียว จึงจำเป็นต้องอาศัยการสังเกตุจากภายนอก วันนี้เรามีวิธีการเลือกซื้ออะโวคาโดแบบง่าย ๆ เพื่อให้ได้เนื้อที่สุกกำลังดีและน่ารับประทานมาฝากคนรักสุขภาพที่ชอบรับประทานอะโวคาเป็นประจำ

เลือกซื้ออะโวคาโดอย่างไรให้อร่อยน่ารับประทาน

1.สีเปลือกยังมีสีเขียวสดทั้งลูก หรือสีเขียวเข้ม ขั้วเริ่มเปลี่ยนสีเป็นเขียวเข้มเล็กน้อยแน่นอนว่ายังดิบอยู่และยังทานไม่ได้ เพราะในเนื้ออะโวคาโดจะมีสารที่เรียกว่า แทนนิน และมีรสขม หากทานเข้าไปอาจจะทำให้ปวดศีรษะ ปวดท้องและอาเจียนได้ หากได้รับปริมาณมากอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

2.สีเปลือกและขั้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แปลว่าผลอะโวคาโดสุกพร้อมทานแล้ว แต่ยังมีเนื้อแน่นไม่นิ่มหรือเละจนเกินไป เหมาะกับการรับประทานที่สามารถหั่นเป็นชิ้น ๆ ได้ การซื้ออะโวคาโดช่วงที่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแล้วจึง เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากรอและพร้อมรับประทานได้ทันที

3.สีเปลือกเข้มจนเป็นสีน้ำตาลอมม่วง และขั้วกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม เมื่อเจอลักษณะนี้แปลว่าเนื้อสุก นิ่ม เหมาะกับอาหารที่ต้องการนำอะโวคาโดไปบดรับประทาน

ข้อควรระวัง คือไม่ควรเก็บผลอะโวคาโดที่ดิบอยู่เข้าตู้เย็น เพราะจะทำให้เนื้ออะโวคาโดไม่สุกและยังเน่าเสียไปอีกด้วย ควรเก็บไว้ในถุงกระดาษหรือลังและเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 3 วัน อะโวคาโดก็จะสุกพร้อมประทานพอดี

วิธีการเลือกซื้ออะโวคาโดข้างต้นเป็นวิธีที่เราสามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า ไม่ว่าเราจะไปเลือกซื้อผลไม้เองหรือว่าสั่งอะโวคาโดออนไลน์ ก็สามารถนำวิธีนี้ไปใช้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการเลือกซื้ออะโวคาโด

                    อะโวคาโดในบ้านเราสามารถหาซื้อได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ต ตลาดนัด หรือตอนนี้เราสามารถสั่งซื้ออะโวคาโดออนไลน์ได้เช่นกัน มีทั้งสายพันธุ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ และสายพันธุ์ที่ปลูกได้เองในไทย ซึ่งอะโวคาโดราคาของแต่ละสายพันธุ์จึงไม่เท่ากัน

อ่านบทความแนะนำ :

    None Found

Hits: 2

Total 0 Votes
0%
Shares
Share This