ในวันหรือช่วงที่เวลาที่เหมือนฝันร้ายของผิวพรรณ ทำให้เราไม่อยากจะออกไปไหนเลย เพราะผิวหน้าที่เคยเรียบเนียนแต่กลับมีสิวมากมายที่ขึ้นเต็มใบหน้า แม้ว่าเราจะพยายามดูแลและรักษาความสะอาดของผิวหน้ามากมายเพียงใด ใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆกับอาจไม่ช่วยอะไรได้มากขึ้น ซึ่งสร้างปัญหาและอาจจะทำให้สิวบนใบหน้าเกิดขึ้นมากยิ่งขึ้นไปอีก ยิ่งไปกว่านั้น บางคนไม่ได้มีแค่สิวบนใบหน้า แต่ยังมีในบริเวณร่างกายส่วนอื่นๆอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น สิวที่หลัง ซึ่งสร้างร่องรอยแผลเป็นไว้ รวมไปถึงทำให้เราหมดความมั่นใจในการแต่งตัว

ไม่ใช่แค่สิวทั่วไปเท่านั้น แต่ยังมีสิวประเภทอื่นๆอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นสิวฮอร์โมนและสิวในช่วงประจำเดือนซึ่งสร้างความหงุดหงิดรำคาญใจให้แก่สาวๆเป็นอย่างมาก เพราะประจำเดือนนั้นเกิดขึ้นทุกเดือน นั่นหมายความว่าสาวๆจะต้องพบเจอกับปัญหาที่จะตามมามากมายเกี่ยวกับสิวฮอร์โมน การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่องสิวอย่างครีมลดสิวซึ่งช่วยในการลดของการเกิดสิว อย่างไรก็ตามเราควรทำความรู้จักเกี่ยวประเภทของสิว ซึ่งเว็บไซต์อันเนสคลีนิคได้แชร์บทความเกี่ยวกับประเภทของสิวไว้ว่า สิวอุดตัน (Comedones) แบ่งเป็น 2 ประเภท สิวหัวดำ (Blackheads) หรือสิวอุดตันหัวเปิด มีลักษณะเป็นตุ่มสีดำเล็กๆ พบได้ทุกที่ทั้งใบหน้า หน้าอก และหลัง เกิดจากการอุดตันของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว แบคทีเรีย และน้ำมันในรูขุมขน ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ จึงทำให้หัวสิวกลายเป็นสีดำ สิวหัวขาว (Whiteheads) หรือสิวอุดตันหัวปิด มีลักษณะเป็นตุ่มสีขาวใต้ผิวหนัง สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เครื่องสำอางตกค้างในรูขุมขน และการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบ วิธีการรักษาสิวอุดตัน ไม่ควรแคะ แกะ เกา หรือบีบออกเอง เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อช้ำ และติดเชื้อแบคทีเรียได้ หมอแนะนำให้ทายาที่มีส่วนผสมของเบนซิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) กรดซาลิไซลิค (Salicylic Acid) กรดอะซีลาอิค (Azelaic Acid) กรดไกลโคลิค (Glycolic Acid) หรือยากลุ่มอนุพันธ์ของวิตามินเอ โดยทาบางๆ ให้ทั่วบริเวณที่เป็นสิว เพื่อช่วยลดการอุดตัน พร้อมเปิดรูขุมขนให้สิวอุดตันหลุดออกง่ายขึ้น สิวอักเสบ (Inflammatory Acne) สาเหตุเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวมาต่อสู้กับแบคทีเรีย Cutibacterium Acnes ทำให้เกิดการอักเสบ และบวมแดงขึ้นมา ซึ่งสิวอักเสบสามารถแบ่งได้ 4 ประเภท คือ สิวตุ่มแดง (Papules) มีลักษณะเป็นตุ่มแดงขนาดเล็ก มีอาการเจ็บเมื่อสัมผัส สิวตุ่มหนอง (Pustules) มีลักษณะคล้ายกับสิวตุ่มแดง แต่จะมีหัวหนองอยู่บริเวณกลางตุ่ม สิวหัวช้าง (Nodules) มีลักษณะเป็นสิวอักเสบสีแดง แข็ง มีขนาดตั้งแต่ 5 มิลลิเมตร ขึ้นไป สิวซีตส์ (Cysts) เป็นสิวอักเสบประเภทที่รุนแรง และเป็นอันตรายมากที่สุดเลย ซีสต์จะเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนัง เต็มไปด้วยหนองปนเลือด และอาจมีขนาดใหญ่หลายเซนติเมตร จะมีอาการบวมแดง และเจ็บปวดมาก

 

อ่านบทความแนะนำ :

Hits: 2

Total 0 Votes
0%
Shares
Share This