ไม่ว่าจะวัยไหน ปัญหาผิวที่กวนใจทั้งชายและหญิงนั้นก็คงไม่พ้น ปัญหาสิว ซึ่งต่อให้เราระมัดระวังการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารอันตรายและการรักษาความสะอาดในการเช็ดล้างเครื่องสำอางหรือครีมกันแดด ที่อาจตกค้างและทำให้เป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิว ยิ่งไปกว่านั้น หากสิวที่เกิดขึ้นลุกลามและอักเสบ อาจสร้างความเสียหายต่อบริเวณผิวหน้า ทิ้งรอยสิว หลุมสิวลึก ซึ่งจะต้องทำการรักษาหลุมสิวเท่านั้น

เพราะฉะนั้นแล้ว เราควรเริ่มดูแลรักษาผิวหน้าตัวเราอย่างรู้เท่าทัน เราจะต้องทราบสาเหตุที่ชัดเจนว่าทำไมเราถึงเกิดสิว การทราบต้นสายปลายเหตุ จะทำให้เรารักษาและป้องกันได้อย่างล้ำลึก ยิ่งไปกว่านั้น หากผิวของเราได้รับการบำรุงอย่างดี ผิวของเราก็จะแข็งแรงเปรียบได้กับเมื่อร่างกายเราแข็งแรง โรคภัยไข้เจ็บก็จะไม่ค่อยเกิดขึ้น การเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงให้ผิวแข็งแรงนั้น เว็บไซต์ The Standard ได้แชร์ไว้ว่า โดยการรับมือกับผิวแพ้ง่าย ด้วยความเข้าใจและรักษาถูกวิธี จากบทความสุขภาพของเว็บไซต์พบแพทย์ระบุว่า วิธีการรับมือกับผิวแพ้ง่ายนั้นทำได้หลายวิธี อาทิ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า รวมถึงสกินแคร์และเครื่องสำอางที่มีความอ่อนโยนต่อผิวเป็นหลัก และต้องปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาผิวแพ้ง่าย ซึ่งทำได้ดังนี้ ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ และส่วนผสมที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เช่น เรตินอยด์ กรดอัลฟาไฮดรอกซี (Alpha-Hydroxy Acids: AHA) ทัลคัม (Talc) ไมกา (Mica) สารเคมีระงับกลิ่นกาย รวมถึงสารเคมีที่มีคุณสมบัติทำลายหรือยับยั้งแบคทีเรีย ไม่ผลัดเซลล์ผิวบ่อยๆ หากต้องการผลัดเซลล์ผิว ควรทำภายใต้การดูแลของแพทย์ หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางแบบกันน้ำ หรือเครื่องสำอางที่มีสารกันเสียเป็นส่วนประกอบ ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์หมดอายุ หลีกเลี่ยงแสงแดด หมั่นทำความสะอาดที่นอน ปลอกหมอน ผ้าปูที่นอนเสมอ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและอ่อนโยนต่อผิว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและเหมาะสมกับผิวแพ้ง่ายอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยปกป้องผิวและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับผิว และให้เช็กดูว่าผลิตภัณฑ์นั้นต้องผ่าน อย. ควรใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ และต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบและได้รับการยืนยันว่าไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ อย่าลืมทาครีมกันแดดที่มีค่าป้องกันแสงแดด หรือ SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไปเป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนออกแดด ควรเลือกครีมกันแดดสูตร Non-Chemical การเช็กให้ชัวร์นั้นทำได้หลายวิธี แต่ต้องไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะสามารถเช็กการแพ้ได้หลายวิธี เช่น ใช้ Patch Test ที่เป็นวิธียอดนิยมในการทดสอบภูมิแพ้ผิวหนัง แพทย์จะปิดแผ่นแปะผิวหนังที่ป้ายสารก่ออาการแพ้ 20-30 ชนิดเพื่อทำการทดสอบ และทิ้งไว้นาน 48 ชั่วโมง (ระหว่างนี้ห้ามโดนน้ำและห้ามโดนเหงื่อ) หากครบกำหนดแล้วพบว่าผิวหนังเกิดผื่นแดงแสดงว่าผู้รับการทดสอบแพ้สารชนิดนั้นๆ อีกวิธีคือการสะกิด ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ตรวจสารก่อภูมิแพ้ได้มากถึง 40 ชนิดในครั้งเดียว วิธีการคือแพทย์จะหยดสารทดสอบที่คาดว่าจะก่อให้เกิดอาการแพ้ไว้ตามท้องแขนหรือแผ่นหลัง จากนั้นจะใช้เข็มสะกิดผิวแล้วทิ้งไว้ 15 นาที หากตำแหน่งที่แพ้จะปรากฏเป็นผื่นแดงหรือตุ่มคล้ายยุงกัด และอีกวิธีคือการตัดชิ้นเนื้อจากผิวหนังส่งตรวจ โดยการส่องกล้องจุลทรรศน์เพื่อหาสาเหตุของอาการผิดปกติ

 

อ่านบทความแนะนำ :

Shares
Share This