สิ่งที่หลายคนกังวลคือ ทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้เราต้องป่วย และมีร่างกายอ่อนแอ เพราะเมื่อตราบใดก็ตามที่ร่างกายเราอ่อนแอแล้วล่ะก็ เชื้อโรคและอาการป่วยต่างๆก็จะตามมาอีกด้วย เวลาที่เราป่วยกาย สภาพจิตใจก็จะเศร้าหมองตามไปด้วย เพราะเราจะรู้สึกหดหู่และไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรต่อไป เพราะฉะนั้นแล้ว เราจึงต้องดูแลตัวเองควบคู่ไปกับทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆต่อการดูแลสุขภาพ

การระมัดระวังตัวเพื่อป้องกันตัวเองเบื้องต้นที่เราทุกคนสามารถปฏิบัติได้ อย่างการสวมหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ซึ่งจะเป็นเกราะป้องกันอย่างดีไม่ให้เชื้อโรค ไวรัสต่างๆเข้าสู่ร่างกาย เพราะเราไม่สามารถห้ามตัวเองไม่ให้ออกนอกบ้าน ใช้รถสาธารณะได้ เนื่องจากเรายังต้องทำงานและหารายได้ในการประกอบอาชีพ จึงไม่แปลกใจว่า หน้ากากอนามัยได้กลายมาเป็นปัจจัยที่ 5 ในการดำรงชีวิตประจำวันของเราแล้ว และยังถือเป็นการสร้างมาตรฐานทั่วโลกอีกด้วย จากการป้องกันตัวเองก่อน โดยการสวมหน้ากากอนามัย เพราะเราไม่สามารถเชื่อใจใครได้ว่าใครบ้างที่ป่วยและติดเชื้อ รวมไปถึงบุคคลที่ไม่มีอาการแต่สามารถเป็นพาหะในการแพร่เชื้อได้ นอกจากนี้การรับประทานอาหารที่มีปรพโยชน์ก็จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่เรามากขึ้น เมื่อพูดถึงอาหารที่มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สิ่งแรกที่ทุกท่านนึกถึงก็น่าจะมีสารอาหารตัวหนึ่งผุดขึ้นมาในความคิด คือ วิตามินซี ซึ่งจริง ๆ แล้วในแง่มุมทางด้านโภชนาการ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโรค สารพิษและสิ่งแปลกปลอมที่เป็นอันตรายต่อร่างกายนั้น คือการที่มีภาวะโภชนาการที่ดี ได้รับพลังงาน สารอาหารหลักทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และสารอาหารรองทั้งวิตามิน A C E D B6 B9 (โฟเลต) B12 และแร่ธาตุสังกะสี ซีลีเนียม เหล็ก ทองแดง แมกนีเซียม และแมงกานีส รวมทั้งดื่มน้ำสะอาด ที่เพียงพอและสมดุลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการรับประทานอาหารให้ได้รับทั้งสารอาหารหลัก วิตามิน แร่ธาตุ ดังกล่าวที่เพียงพอนั้น เราสามารถได้รับจากแหล่งอาหารจากธรรมชาติ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรับประทานในรูปแบบอาหารเสริมแต่อย่างใด เพราะยังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันว่าวิตามินหรือแร่ธาตุตัวไหนจะป้องกันการติดเชื้อโคโรนาไวรัสได้ แต่เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นภาพและเป็นแนวทางในการเลือกแหล่งอาหารที่ดี มีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ขอหยิบยกสารอาหารตัวเด่น ๆ ที่บทบาทต่อภูมิต้านทาน วิตามินซี ช่วยการทำงานของเม็ดเลือดขาวและช่วยกระบวนการทำลายเชื้อโรค โดยความต้องการต่อวันตามข้อกำหนดปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563 ในเด็กอายุ 1-8 ปี ควรได้รับ 25-40 มิลลิกรัมต่อวัน ในเด็กและวัยรุ่นช่วงอายุ 9-18 ปี ควรได้รับ 60-100 มิลลิกรัมต่อวัน และวัยผู้ใหญ่ อายุตั้งแต่ 19 ปีขึ้นไป ควรได้รับ 85-100 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งแหล่งวิตามินซีในอาหารจะอยู่ในผักและผลไม้เป็นส่วนใหญ่ ปริมาณการรับประทานต่อวันเพื่อให้ได้รับวิตามินซีที่เพียงพอ

 

อ่านบทความแนะนำ :

    None Found

Hits: 1

Total 0 Votes
0%
Shares
Share This