WebsiteGang Blog
เขียนบทความฟรี ประชาสัมพันธ์ฟรี ข่าวสารโปรโมชั่นฟรี เพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหา หรือทำ SEO
คำแนะนำ : การทำเพจของคุณให้น่าติดตามน่าสนใจ ควรใส่ภาพประกอบ
ไม่รู้ว่าเป็นทรัพย์ของผู้อื่น, ขาดเจตนาคําพิพากษาศาลฎีกาที่ 4423/2564การกระทำอันจะถือเป็นตัวการร่วมกันกระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 83 ได้นั้น บุคคลผู้ร่วมกระทำความผิดจะต้องรู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิด และมีการกระทำโดยเจตนาที่จะร่วมกันกระทำความผิดนั้น จึงจะเป็นตัวการตามบทบัญญัติดังกล่าว แต่ถ้าผู้กระทำมิได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิดจะถือว่าผู้กระทำประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นมิได้ ตาม ป.อ. มาตรา 59 วรรคสาม เมื่อพวกของจำเลยที่ขับรถแบ็กโฮเข้าขุดดินในที่ดินของผู้เสียหาย มิได้รู้เท็จจริงว่าดินที่ขุดออกไปเป็นของผู้เสียหายโดยเข้าใจว่าเป็นการขุดดินของจำเลย ก็ย่อมจะถือไม่ได้ว่าจำเลยกับพวกร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้อง แต่ต้องถือว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความเองโดยอ้อมโดยใช้พวกของจำเลยเป็นตัวแทนโดยบริสุทธิ์ (Innocent Agent) เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดของจำเลยเอง เมื่อพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบยังไม่ได้ความกระจ่างชัดว่าพวกของจำเลยรู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิดและมีเจตนาร่วมกันกระทำความผิดกับจำเลยอันจะถือเป็นการลักทรัพย์โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป กรณีจึงต้องฟังข้อเท็จจริงเป็นคุณแก่จำเลยว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปโดยใช้ยานพาหนะ#ทนายโทนี่ #ทนายสุทธิชัย ปัญญโรจน์
ไม่รู้ว่าเป็นทรัพย์ของผู้อื่น, ขาดเจตนา คําพิพากษาศาลฎีกาที่ 4423/2564...
Why Retirement Homes in Hua Hin Offer Unmatched Comfort and Value
Why Retirement Homes in Hua Hin Offer Unmatched Comfort and Value For many retirees, choosing the right place to spend...
ไม่มีเจตนาทุจริตลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 24/2500คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ยกฟ้องโจทก์ โดยฟังว่าจำเลยไม่มีเจตนาทุจริตลักทรัพย์จึงเป็นคดีที่ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ดังนั้น โจทก์จะฎีกาว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตลักทรัพย์ซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้#ทนายโทนี่ #ทนายสุทธิชัย ปัญญโรจน์
ไม่มีเจตนาทุจริตลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงคำพิพากษาศาลฎีกาที่...
รักษาอาการหูแว่วอย่างไร ให้ปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ด้วยศาสตร์แผนไทย
แนวทางการรักษาแพทย์แผนไทยสำหรับโรคที่รักษาไม่หาย...
Retire Smart: Why Hua Hin Offers Exceptional Value for a Comfortable Lifestyle
Retire Smart: Why Hua Hin Offers Exceptional Value for a Comfortable Lifestyle Planning for retirement involves more...
บริหารพื้นที่ส่วนกลางอย่างไรให้โปร่งใส? บทบาทของบริษัทบริหารคอนโดในยุคใหม่
เลือก บริษัทบริหารคอนโด อย่างไรให้คุ้มค่า ดูแลงานนิติบุคคลได้ครบวงจร การเลือก บริษัทบริหารคอนโด ให้กับโครงการของคุณ...
More Than a Residence: A Smart Investment in Well-Being at Retirement Homes in Hua Hin
More Than a Residence: A Smart Investment in Well-Being at Retirement Homes in Hua Hin Retirement marks a chapter of...
ขอแสดงความยินดีกับอาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยพิษณุโลก ได้แก่ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ ในโอกาสที่ผลงานวิจัยได้รับการตีพิมพ์ใน วารสารคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม TCI Tier 1 (วารสารวิชาการคุณภาพระดับประเทศ) มหาวิทยาลัยพิษณุโลกรู้สึกภาคภูมิใจในความสำเร็จ และขอเป็นกำลังใจให้สร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าทางวิชาการและสังคมอย่างต่อเนื่อง
ขอแสดงความยินดีกับอาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยพิษณุโลก ได้แก่ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์...
The Perfect Retirement Awaits: Experience a Fulfilling Life in Hua Hin
The Perfect Retirement Awaits: Experience a Fulfilling Life in Hua Hin As you enter retirement, comfort, peace of...
ถูกทำร้ายร่างกายแค่ไหนเรียกว่า “สาหัส” (ความผิดต่อร่างกาย)ผู้ใดทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 295 แห่งประมวลกฎหมายอาญา)ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสองแสนบาท อันตรายสาหัสนั้น คือ (๑) ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด หรือเสียฆานประสาท (๒) เสียอวัยวะสืบพันธุ์ หรือความสามารถสืบพันธุ์ (๓) เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้วหรืออวัยวะอื่นใด (๔) หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว (๕) แท้งลูก (๖) จิตพิการอย่างติดตัว (๗) ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บเรื้อรังซึ่งอาจถึงตลอดชีวิต (๘) ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวัน หรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวันจะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000-200,000 บาท (มาตรา 297 แห่งประมวลกฎหมายอาญา)#ทนายโทนี่ #ทนายสุทธิชัย ปัญญโรจน์
ถูกทำร้ายร่างกายแค่ไหนเรียกว่า “สาหัส” (ความผิดต่อร่างกาย) ผู้ใดทำร้ายผู้อื่น...
จดโดเมนเนม .com เพียง 380 บาท ฟรี! ระบบบริหารจัดการโดเมนด้วยตัวคุณเอง









