ตั้งชื่อลูก ให้อ่านได้ง่าย ๆ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

ตั้งชื่อลูก ให้อ่านได้ง่าย ๆ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

แต่ต้องยอมรับว่าเด็กรุ่นใหม่มีโอกาสติดต่อสื่อสารกับชาวต่างชาติมากขึ้น โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่วางแผนส่งลูกไปเรียนต่อต่างประเทศ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลายคนเตรียมการแก้ปัญหาเรื่องชื่อไว้ล่วงหน้า โดยการ ตั้งชื่อลูก ให้อ่านได้ง่าย ๆ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

หลักง่ายของการ ตั้งชื่อลูก สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของภาษา คือ พยายามใช้ชื่อที่ความคลาสสิก เพราะเป็นชื่อที่ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติออกเสียงเรียกและเขียนได้ง่ายกว่าการตั้งชื่อแปลก ๆ หรือผสมอักษรทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษขึ้นมาเอง โดยเฉพาะความพยายาม ตั้งชื่อตามวันเกิด ให้ตรงตามหลักโหราศาสตร์ อาจทำให้ได้ชื่อที่อ่านยากมากขึ้น ตัวอย่างชื่อคลาสสิกที่นิยมนำมาใช้ ได้แก่ อลิสา (Alisa) อลัน (Alan) ดาวิน (Davin) เจนนินทร์ (Jenine หรือ Jennine) ศรันต์ (Sarah) และไลลา (Laila) ในขณะที่การตั้งชื่อเล่นควรตั้งชื่อด้วยคำทับศัพท์ เช่น เมย์ (May) แอน (Ann) เคน (Ken) เจน (Jane) หรือ อาร์ท (Art) ซึ่งเป็นคำที่ชาวต่างชาติออกเสียงง่ายและคุ้นเคยเป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตามในการตั้งชื่อแบบอินเตอร์ ควรหลีกเลี่ยงการใช้คำไทยที่ออกเสียงตรงกับคำที่มีความหมายไม่ดีในภาษาอังกฤษ เช่น คำว่า ‘พร’ ในภาษาไทยนั้นเป็นคำหมายที่ดีและนิยมนำไปใช้ในการ ตั้งชื่อมงคล หรือ ตั้งชื่อตามวันเกิด เพื่อให้ชื่อของลูกมีความหมายที่ดีขึ้น เช่น พรกมล (Pornkamol) ที่แปลว่าผู้นำสุขใจมาให้ หรือ ภรณ์ทิพย์ (Porntip หรือ Pornthip) ที่แปลว่าเครื่องประดับของเทวดา เป็นต้น แต่สำหรับคำว่า Porn ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า สื่อลามก การเขียนเรื่องลามก หรือหนังสือลามก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากเห็นว่าชาวต่างชาติบางคนอาจแสดงอาการขบขันทุกครั้งเมื่อได้ยิน และนอกจากคำว่า พร (Porn) แล้วยังมีคำว่า ชิด (Shit) ฟัก (Fuck) บอม (Bomb) หรือ บูม (Boom) ที่ควรหลีกเลี่ยง ถึงแม้ว่าจะมาจากการ ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด ที่ช่วยส่งเสริมดวงชะตาของลูกก็ตาม เพื่อที่ลูกจะได้ไม่กลายเป็นตัวตลกของชาวต่างชาติ

นอกจากนี้ ไม่ควรตั้งชื่อให้มีความยาวมากเกินไปหรือใช้ตัวอักษรทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่ซับซ้อน เช่น ภูริทัต (Puritat) ที่ถึงจะเขียนได้ง่ายแต่ก็ออกเสียงได้ยาก ซึ่งชาวต่างชาติอาจออกเสียงเป็น Puritant ได้ สร้างความลำบากในการสื่อสาร ทำให้อาจต้องตัดชื่อออกให้เหลือเพียงแค่ ทัช (THUT หรือ TRUST) หรือไม่ก็เปลี่ยนเป็น แทน (Tan) เพื่อช่วยให้ชาวต่างออกเสียงได้ง่ายและมีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น

ก่อน ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด ควรรู้อะไรบ้าง

ก่อน ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด ควรรู้อะไรบ้าง

เพราะ ‘ชื่อ’ คือสิ่งสำคัญที่จะอยู่กับลูกไปตลอดชีวิต ทำให้กว่าจะคิดชื่อที่ถูกใจได้คุณพ่อคุณแม่หลายคู่ก็ต้องนั่งนอนคิดอยู่นานและถกเถียงกันเรื่องนี้เป็นประจำ เพราะนอกจากต้องคำนึงถึงความไพเราะและมีความหมายที่ดีแล้ว ชื่อที่เตรียมไว้ต้องเป็นสิริมงคลกับลูกน้อยด้วย แม้หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องงมงาย แต่ปฏิเสธไม่ได้การ ตั้งชื่อมงคล ให้ลูกยังสร้างความสบายใจให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในครอบครัวด้วย ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะใช้การ ตั้งชื่อตามวันเกิด เป็นหลัก ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยเสริมมงคลชีวิตให้ลูกรักในอนาคต แต่อย่างไรก็ตามการ ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด นั้นมีข้อควรคำนึงหลายอย่าง แต่จะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย

ประการแรกคือ การ ตั้งชื่อตามวันเกิด นั้น ส่วนใหญ่จะใช้หลักการจากตำรามหาทักษาหรือทักษาพยากรณ์เป็นตำราแรก ซึ่งเป็นตำราที่โหราจารย์ส่วนใหญ่ยึดเป็นหลักในการ ตั้งชื่อมงคล จากนั้นจึงมีการนำศาสตร์อื่น ๆ มาใช้ประกอบการพิจารณาในการ ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด เช่น ตำราเลขศาสตร์ ที่เป็นการถอดรหัสตัวอักษรในชื่อและนำมาวิเคราะห์ตัวเลขเพื่อวิเคราะห์ดวงชะตา

ประการที่สองคือ การนับเวลาเกิดตามหลักโหราศาสตร์ไทยจะเริ่มต้นนับเวลาตั้งแต่ 06:00 นาฬิกา จนถึงเวลา 05:59 นาฬิกาของอีกวันเป็นวันเดียวกัน เช่น เกิดวันอาทิตย์เวลา 06:00 โมงเช้าจนถึงเวลาตี 5:59 นาที ให้นับเป็นคนเกิดวันอาทิตย์ แต่หากคนเกิดในวันพุธจะมีการคิดวันแบบพิเศษ โดยแบ่งเป็น คนเกิดวันพุธเช้าและคนเกิดวันพุธกลางคืน โดยหากเกิดวันพุธเวลา 06:00 โมงเช้าจนถึงเย็นวันพุธเวลา 17:59 นาที ให้นับเป็นคนเกิดวันพุธกลางวัน แต่หากเกิดตอนเย็นวันพุธเวลา 6 โมงเย็น หรือตั้งแต่ 18:00 น. จนถึงเช้าวันพฤหัสบดีเวลา 05:59 นาฬิกา ให้นับเป็นคนเกิดวันพุธกลางคืน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การนับตามหลักโหราศาสตร์ไทยมีการนับเป็น 8 วัน

ประการที่สามคือ หลักมหาทักษานั้นประกอบด้วย บริวาร อายุ เดช ศรี มูละ อุตสาหะ มนตรี และกาลกิณี โดยคนที่เกิดแต่ละวันจะมีตัวอักษรที่ช่วยส่งเสริมดวงชะตาและตัวอักษรกาลกินีที่แตกต่างกัน เช่น ถ้าเกิดวันอาทิตย์ หากต้องการให้ชีวิตของลูกมีความโดดเด่นในหน้าที่การงาน มีอำนาจวาสนาในอนาคต ต้องใช้วรรคเดชนำหน้า ตัวอักษรที่ต้องนำมาใช้คือ จ ฉ ช ซ ฌ ญ ในการ ตั้งชื่อลูก แต่หากเกิดวันอังคารต้องใช้ตัวอักษร ด ต ถ ท ธ น เท่านั้นถึงจะส่งเสริมในเรื่องที่ต้องการ

อย่างไรก็ตามในการ ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด ไม่จำเป็นต้องมีครบทุกวรรค เพราะจะทำให้การ ตั้งชื่อลูก เป็นเรื่องที่ยากเกินไปและไม่ได้ความหมายตามที่ต้องการ แต่สิ่งที่สำคัญคือ ในชื่อของลูกต้องไม่มีตัวอักษรกาลกินี เพราะตามความเชื่อจะทำให้ชีวิตของลูกมีอุปสรรคได้ในอนาคต