by Y | Jun 23, 2025 | ข่าวสารเว็บไซต์, ข่าวโปรโมชั่น, ทั่วไป อื่นๆ, สุขภาพ, ออนไลน์น่ารู้, แนะนำสินค้าและบริการ
การฟังเพลงในระดับเสียงสูงอาจทำให้เกิดอาการ
หูแว่วได้
การฟังเพลงในระดับเสียงสูงอาจทำให้เกิดอาการหูแว่วได้ ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากการสัมผัสเสียงที่มีความดังหรือมีความถี่สูงเกินไป โดยเฉพาะหากการฟังเพลงนั้นใช้เวลาเป็นระยะเวลานานหรือในสภาพแวดล้อมที่เสียงดังมากเกินไป สิ่งเหล่านี้สามารถทำให้เกิดผลกระทบต่อหูและการรับรู้เสียงได้ดังนี้

1. การสัมผัสเสียงที่ดังเกินไป
หูของมนุษย์สามารถรับฟังเสียงในช่วงความถี่ประมาณ 20 Hz ถึง 20,000 Hz แต่เมื่อเสียงดังเกินไป หรือลำโพงที่ใช้ในการฟังเพลงมีระดับเสียงสูงเกินไป จะทำให้หูภายในได้รับแรงกระแทกจากคลื่นเสียงที่มีความเข้มข้นสูง ซึ่งอาจทำให้เซลล์ประสาทหูได้รับความเสียหายและเกิดอาการหูแว่วได้
2. ผลกระทบต่อการได้ยิน
การฟังเพลงที่มีระดับเสียงสูงในระยะยาวอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บในหูชั้นใน โดยเฉพาะที่บริเวณของอวัยวะที่เรียกว่า “คอเคลีย” (Cochlea) ซึ่งมีหน้าที่ในการแปลงคลื่นเสียงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าเพื่อส่งต่อไปยังสมอง เมื่อได้รับเสียงที่ดังเกินไป อาจทำให้คอเคลียได้รับความเสียหายจนเกิดอาการหูแว่ว หรือแม้แต่สูญเสียการได้ยินบางส่วน
3. อาการหูแว่ว (Tinnitus)
หูแว่ว คืออาการที่ได้ยินเสียงในหูที่ไม่ได้มาจากแหล่งภายนอก เสียงเหล่านี้อาจเป็นเสียงที่มีลักษณะคล้ายเสียงรบกวน เช่น เสียงหวีด เสียงจิ๊บ หรือเสียงอื้อในหู อาการหูแว่วอาจเกิดขึ้นหลังจากการฟังเสียงดังหรือเสียงที่มีความถี่สูงเกินไป ซึ่งบางครั้งอาจเป็นอาการชั่วคราว แต่ถ้าหากเกิดบ่อยหรือรุนแรงขึ้น อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต
หากคุณกำลังสงสัยว่า รักษาอาการหูแว่วอย่างไร คำตอบก็คือ ต้องเริ่มจากการหลีกเลี่ยงสาเหตุ เช่น เสียงดัง และหมั่นดูแลสุขภาพหูอย่างเหมาะสม
4. การป้องกันและดูแลสุขภาพหู
การป้องกันอาการหูแว่วและการบาดเจ็บจากเสียงดังสามารถทำได้ดังนี้:
- ลดระดับเสียงลงเมื่อฟังเพลงหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง
- ใช้หูฟังที่มีคุณภาพดีและสามารถลดเสียงภายนอกได้
- ให้หูได้พักผ่อนเป็นระยะๆ หลีกเลี่ยงการฟังเสียงดังต่อเนื่องเป็นเวลานาน
- หากมีอาการหูแว่วหรืออาการการได้ยินผิดปกติ ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจได้ดีขึ้นว่า รักษาอาการหูแว่วอย่างไร อย่างเหมาะสมและปลอดภัย
สรุป
การฟังเพลงในระดับเสียงสูงหรือลำโพงที่ดังเกินไปสามารถทำให้เกิดอาการหูแว่วได้ ซึ่งเกิดจากการที่หูได้รับแรงกระแทกจากคลื่นเสียงที่มีความดังหรือความถี่สูง การดูแลรักษาหูและการฟังเสียงอย่างมีความระมัดระวังจะช่วยลดความเสี่ยงของอาการนี้ได้ หากคุณยังไม่แน่ใจว่า รักษาอาการหูแว่วอย่างไร แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก เพื่อรับคำแนะนำและการดูแลที่ถูกต้องค่ะ
ศูนย์บริการแพทย์ทางเลือก โดย หมอ มานิตย์
รับคนไข้ป่วยเรื้อรัง คนไข้สิ้นหวัง คนไข้ผิดหวังจากการักษามาในอดีต คนไข้อ่อนแรง รักษาอาการหูแว่วอย่างไร คนไข้ป่วยด้วยโรคมะเร็ง คนไข้แพ้สาร-ยาเคมี
ติดต่อปรึกษาหมอทางโทรหรือไลน์ รักษาอาการเครียดนอนไม่หลับ รักษาอาการประสาทหูเสื่อม
โทรปรึกษา : 082 387 7288
ID LINE : YAFORYOU
website : doctorforyou.biz
by Y | May 7, 2025 | ข่าวสารเว็บไซต์, ข่าวโปรโมชั่น, ที่พัก, สุขภาพ, ออนไลน์น่ารู้, แนะนำสินค้าและบริการ
การดูแลสุขภาพหู วิธีการป้องกันและรักษาหูให้แข็งแรง
หูเป็นอวัยวะสำคัญในการรับฟังเสียง ช่วยให้เราสื่อสารและรับรู้สิ่งรอบตัว การดูแลสุขภาพหูจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะปัญหาที่เกี่ยวกับหู เช่น ประสาทหูเสื่อม, หูแว่ว หรือแม้แต่ ความเครียดสะสมที่ทำให้นอนไม่หลับ ล้วนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต การดูแลหูอย่างเหมาะสมจึงเป็นทางหนึ่งที่ช่วยป้องกันอาการเหล่านี้ได้

หลีกเลี่ยงเสียงดัง
การสัมผัสกับเสียงดังเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อประสาทหู ส่งผลให้เกิดภาวะหูเสื่อมหรือหูแว่วได้
-
หลีกเลี่ยงเสียงที่ดังเกิน 85 เดซิเบล เช่น เสียงเครื่องจักร คอนเสิร์ต หรือเสียงจราจร
-
หากเลี่ยงไม่ได้ ควรใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น ที่อุดหู หรือหูฟังตัดเสียง
-
เมื่อฟังเพลงผ่านหูฟัง ควรตั้งระดับเสียงไม่เกิน 60% ของระดับสูงสุด และพักหูทุก 60 นาที
การทำความสะอาดหูอย่างถูกวิธี
การทำความสะอาดหูผิดวิธีอาจทำให้ขี้หูเข้าไปลึกและติดเชื้อ
-
หลีกเลี่ยงการใช้คัตตอนบัดหรือของแหลมแคะหู
-
ทำความสะอาดเฉพาะบริเวณใบหูและช่องหูนอกด้วยผ้าชุบน้ำหมาด
-
ขี้หูมีหน้าที่ป้องกันเชื้อโรค ไม่จำเป็นต้องเอาออกบ่อย เว้นแต่มีการอุดตันจนได้ยินไม่ชัด
การป้องกันการติดเชื้อในหู
การติดเชื้อในหูเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการหูแว่วหรือประสาทหูเสื่อมในบางราย
การตรวจสุขภาพหูเป็นประจำ
การตรวจสุขภาพหูอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยให้พบปัญหาตั้งแต่ระยะแรก
การดูแลเมื่อมีอาการทางการแพทย์
หากมีปัญหาเกี่ยวกับหู ควรรีบรักษาเพื่อไม่ให้ลุกลามเป็นภาวะเรื้อรัง
เสริมสร้างสุขภาพร่างกายโดยรวม
สุขภาพโดยรวมที่ดีช่วยให้ระบบการได้ยินทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
-
การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดไปยังหูและสมอง
-
รับประทานอาหารที่มีวิตามิน A, C, E และแร่ธาตุ เช่น สังกะสี ที่ช่วยบำรุงประสาทหู
สรุป
การดูแลสุขภาพหูไม่เพียงแต่ช่วยให้การได้ยินดีขึ้น แต่ยังป้องกันภาวะต่างๆ เช่น ประสาทหูเสื่อม, หูแว่ว, และ ภาวะเครียดนอนไม่หลับ ได้ด้วย หากเริ่มต้นดูแลหูตั้งแต่วันนี้ ทั้งการหลีกเลี่ยงเสียงดัง ทำความสะอาดหูอย่างถูกวิธี ตรวจสุขภาพหูเป็นประจำ และ รักษาอาการหูแว่วอย่างไร อย่างเหมาะสม ก็จะช่วยให้คุณมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว
ศูนย์บริการแพทย์ทางเลือก โดย หมอ มานิตย์
รับคนไข้ป่วยเรื้อรัง คนไข้สิ้นหวัง คนไข้ผิดหวังจากการักษามาในอดีต คนไข้อ่อนแรง รักษาอาการหูแว่วอย่างไร
คนไข้ป่วยด้วยโรคมะเร็ง คนไข้แพ้สาร-ยาเคมี
ติดต่อปรึกษาหมอทางโทรหรือไลน์ รักษาอาการเครียดนอนไม่หลับ รักษาอาการประสาทหูเสื่อม
โทรปรึกษา : 082 387 7288
ID LINE : YAFORYOU
website : doctorforyou.biz
by Y | Apr 21, 2025 | ข่าวสารเว็บไซต์, ข่าวโปรโมชั่น, ทั่วไป อื่นๆ, สุขภาพ, ออนไลน์น่ารู้, แนะนำสินค้าและบริการ
การป้องกันหูแว่ว (Tinnitus)
หูแว่ว (Tinnitus) หรือเสียงในหูที่เกิดขึ้นโดยไม่มีแหล่งเสียงจากภายนอก เป็นอาการที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมันอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต เช่น ทำให้เกิดความเครียด, นอนไม่หลับ, หรือมีปัญหาทางจิตใจได้ อย่างไรก็ตาม เราสามารถป้องกันอาการหูแว่วได้ด้วยการดูแลหูอย่างเหมาะสมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเพื่อหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้อาการเกิดขึ้นหรือแย่ลงด้วยการรักษาอาการหูแว่วอย่างไร

วิธีการป้องกันรักษาอาการหูแว่วอย่างไร
1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับเสียงดัง
เสียงดังเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดหูแว่ว การได้รับเสียงดังที่มีความเข้มข้นสูงเป็นระยะเวลานานสามารถทำลายเซลล์ขนในหูชั้นในและทำให้เกิดความเสียหายที่ไม่สามารถฟื้นฟูได้
ลดระดับเสียง: หากคุณใช้หูฟังในการฟังเพลงหรือดูภาพยนตร์ ควรตั้งระดับเสียงไม่เกิน 60% ของระดับเสียงสูงสุด และควรพักหูจากการฟังเสียงดังทุก ๆ 60 นาที
ใช้หูฟังที่มีการตัดเสียงรบกวน: ใช้หูฟังแบบปิดที่ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก ทำให้คุณไม่ต้องเพิ่มระดับเสียงสูงเกินไป
สวมอุปกรณ์ป้องกันเสียง: หากคุณทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง เช่น โรงงาน หรืออยู่ใกล้กับเสียงดังจากเครื่องดนตรีหรือเครื่องจักร ควรสวมใส่ที่ป้องกันหู (earplugs) หรือที่ป้องกันเสียง (earmuffs)
2. หลีกเลี่ยงเสียงที่มีความถี่สูง
เสียงที่มีความถี่สูงหรือเสียงที่มีลักษณะเฉพาะบางชนิดอาจกระตุ้นการเกิดหูแว่วได้ เช่น เสียงที่เกิดจากเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านบางชนิด หรือเสียงที่เกิดจากการฝึกฝนกีฬาในสนามแข่งขัน หากคุณอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสียงเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อย ๆ ควรใช้วิธีการป้องกันหรือหลีกเลี่ยงการสัมผัสเสียงดังที่ยาวนาน
3. ดูแลสุขภาพหูให้ดี
การดูแลสุขภาพหูอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดโอกาสในการเกิดหูแว่วและรักษาอาการหูแว่วอย่างไร
ทำความสะอาดหูอย่างถูกวิธี: หลีกเลี่ยงการใช้ไม้แคะหูที่สามารถทำให้หูบาดเจ็บหรือทำให้มีขี้หูเข้าไปอุดตันในหู
รักษาหูให้สะอาดและแห้ง: น้ำในหูอาจทำให้เกิดการติดเชื้อหรือการอักเสบที่ส่งผลให้เกิดหูแว่วได้ ควรเช็ดหูให้แห้งหลังการว่ายน้ำหรืออาบน้ำ
หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมี: หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองหู เช่น สเปรย์หรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีแรง
4. ควบคุมความเครียดและวิตกกังวล
ความเครียดและความวิตกกังวลเป็นปัจจัยที่สามารถกระตุ้นอาการหูแว่วหรือทำให้อาการที่มีอยู่แล้วรุนแรงขึ้น การหาวิธีลดความเครียดจึงมีความสำคัญในการป้องกันรักษาอาการหูแว่วอย่างไร
ฝึกผ่อนคลาย: การฝึกหายใจลึก ๆ, การฝึกสมาธิ (Meditation), หรือการฝึกโยคะสามารถช่วยลดความเครียดและทำให้สมองสงบ
การออกกำลังกาย: การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความเครียด, เสริมสุขภาพจิตและร่างกายให้แข็งแรง
พักผ่อนให้เพียงพอ: การนอนหลับที่เพียงพอช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูและช่วยลดความเครียด
5. หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่อาจมีผลข้างเคียง
บางยามีผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดหูแว่วได้ เช่น ยาต้านจุลชีพบางชนิด (Aminoglycosides), ยาขับปัสสาวะ (Loop diuretics), ยารักษามะเร็ง, หรือยาคลายเครียด หากจำเป็นต้องใช้ยาชนิดเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงในการเกิดหูแว่วและการรักษาอาการหูแว่วอย่างไร
ปรึกษาแพทย์: หากคุณใช้ยาที่อาจมีผลข้างเคียงที่กระทบต่อหู ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีการป้องกันหรือการเลือกยาทดแทนที่ไม่กระทบต่อหู
6. ตรวจสุขภาพหูเป็นประจำ
การตรวจสุขภาพหูโดยแพทย์หูคอจมูกหรือผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์สามารถช่วยหาสัญญาณของปัญหาหูแว่วตั้งแต่ระยะแรก ซึ่งจะช่วยให้สามารถป้องกันและรักษาได้อย่างทันท่วงที
การตรวจการได้ยิน: หากคุณมีอาการหูแว่วหรือรู้สึกว่าได้ยินเสียงไม่ชัด ควรเข้ารับการตรวจการได้ยินอย่างสม่ำเสมอ
การตรวจหูโดยผู้เชี่ยวชาญ: การไปพบแพทย์หูคอจมูกเพื่อทำการตรวจเช็คสภาพหูและตรวจหาปัญหาที่อาจก่อให้เกิดหูแว่ว เช่น การติดเชื้อหรือปัญหาการอุดตันในหู
7. ป้องกันการเปลี่ยนแปลงของความดันในหู
การเปลี่ยนแปลงของความดันในหู เช่น ในระหว่างการเดินทางโดยเครื่องบินหรือการดำน้ำอาจทำให้เกิดอาการหูแว่วได้
ในขณะบิน: การเคี้ยวหมากฝรั่งหรือการกลืนน้ำลายช่วยให้ความดันในหูสมดุลและลดอาการอุดตันในหู
การดำน้ำ: หากต้องดำน้ำควรใช้เทคนิคการปรับความดันในหูและใช้ที่ครอบหูที่ช่วยในการปรับสมดุลความดัน
สรุป
การป้องกันหูแว่วรักษาอาการหูแว่วอย่างไรสามารถทำได้หลายวิธี โดยเริ่มจากการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เกิดเสียงดัง, การดูแลสุขภาพหูให้ดี, การควบคุมความเครียด, การเลือกใช้ยาอย่างระมัดระวัง และการตรวจสุขภาพหูเป็นประจำ การป้องกันและดูแลหูอย่างเหมาะสมจะช่วยให้คุณลดโอกาสในการเกิดหูแว่วและรักษาคุณภาพชีวิตของคุณให้ดีขึ้น
ศูนย์บริการแพทย์ทางเลือก โดย หมอ มานิตย์
รับคนไข้ป่วยเรื้อรัง คนไข้สิ้นหวัง คนไข้ผิดหวังจากการักษามาในอดีต คนไข้อ่อนแรง รักษาอาการหูแว่วอย่างไร
คนไข้ป่วยด้วยโรคมะเร็ง คนไข้แพ้สาร-ยาเคมี
ติดต่อปรึกษาหมอทางโทรหรือไลน์ รักษาอาการเครียดนอนไม่หลับ รักษาอาการประสาทหูเสื่อม
โทรปรึกษา : 082 387 7288
ID LINE : YAFORYOU
website : doctorforyou.biz
by Y | Nov 25, 2024 | ข่าวสารเว็บไซต์, ข่าวโปรโมชั่น, ทั่วไป อื่นๆ, สุขภาพ, ออนไลน์น่ารู้, แนะนำสินค้าและบริการ
การรักษาอาการหูแว่ว (Tinnitus)
หูแว่ว (Tinnitus) คืออาการที่ผู้ป่วยได้ยินเสียงในหู หรือศีรษะ โดยที่ไม่มีแหล่งเสียงภายนอก ซึ่งเสียงที่ได้ยินอาจเป็นเสียงหึ่งๆ, เสียงหวีด, เสียงกระซิบ, เสียงดังก้อง หรือแม้แต่เสียงจิ๊บๆ และอาจมีอาการนี้เฉพาะข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง โดยอาการนี้มักจะเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุและสามารถส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้ เช่น ความเครียด, การนอนไม่หลับ, หรือความวิตกกังวล ดังนั้นการรักษาหูแว่วจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและอาการของแต่ละบุคคล

สาเหตุที่ทำให้เกิดหูแว่ว
เสียงดังหรือการสัมผัสกับเสียงดังเป็นระยะเวลานาน: เช่น การฟังเสียงดังจากเครื่องดนตรีหรือเครื่องมือที่มีเสียงดัง การทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง
การติดเชื้อหรือการอักเสบในหู: เช่น การติดเชื้อในหูชั้นกลาง หรือการมีไข้หวัด
การเปลี่ยนแปลงในความดันของหู: เช่น การบินหรือการดำน้ำ
ปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวกับหู: เช่น การสูญเสียการได้ยินจากการเสื่อมสภาพของเซลล์ขนในหู
ความเครียดหรือภาวะทางจิตใจ: ความเครียดหรือภาวะวิตกกังวลอาจทำให้หูแว่วเกิดขึ้นหรือรุนแรงขึ้น
วิธีการรักษาหูแว่ว
การรักษาหูแว่วขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการนั้นๆ ซึ่งมีหลายแนวทางในการรักษา อาทิเช่น
การรักษาทางการแพทย์
การใช้ยา: ยาบางชนิดอาจช่วยบรรเทาอาการหูแว่ว เช่น ยาที่ช่วยลดการอักเสบหรือยาที่ช่วยปรับสมดุลการทำงานของระบบประสาท
การรักษาด้วยการบำบัดเสียง (Sound Therapy): เป็นการใช้เสียงที่มีความถี่ต่ำหรือเสียงธรรมชาติ เช่น เสียงฝนตก หรือเสียงลม เพื่อช่วยกลบเสียงหูแว่ว
การรักษาด้วยการฝึกฝนจิตใจ (Cognitive Behavioral Therapy): ช่วยให้ผู้ป่วยจัดการกับความเครียดหรือวิตกกังวลที่อาจส่งผลกระทบต่ออาการ
การปรับพฤติกรรม
หลีกเลี่ยงเสียงดัง: การหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับเสียงดังหรือใช้เครื่องป้องกันเสียง เช่น ปีกหูหรือหูฟังป้องกันเสียง
การลดความเครียด: การทำกิจกรรมที่ช่วยลดความเครียด เช่น การฝึกสมาธิ หรือการออกกำลังกาย
การรักษานอนหลับให้ดีขึ้น: ผู้ป่วยบางรายอาจประสบปัญหาการนอนหลับที่ไม่ดี ซึ่งอาจทำให้อาการหูแว่วรุนแรงขึ้น การนอนหลับที่เพียงพอและการตั้งเวลาในการนอนสามารถช่วยลดอาการได้
การใช้เครื่องมือช่วย
การใช้เครื่องกรองเสียง: เครื่องกรองเสียงที่ช่วยปิดเสียงที่รบกวนอาจช่วยบรรเทาอาการหูแว่วได้ โดยการใช้เครื่องที่สร้างเสียงพื้นหลังหรือเสียงที่เป็นธรรมชาติ
การป้องกันหูแว่ว
ใช้หูฟังที่มีระดับเสียงไม่เกินที่แนะนำ: หากจำเป็นต้องใช้หูฟัง ควรปรับระดับเสียงให้พอเหมาะและไม่เกิน 60% ของระดับเสียงสูงสุด
หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่มีเสียงดังมาก: หากต้องอยู่ในสถานที่เสียงดัง ควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันเสียง
ตรวจสุขภาพหูเป็นประจำ: การตรวจหูโดยผู้เชี่ยวชาญสามารถช่วยป้องกันการเกิดหูแว่วจากปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับหู
สรุป
หูแว่วเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต การรักษาหูแว่วควรทำตามคำแนะนำของแพทย์ และอาจต้องใช้วิธีการที่หลากหลาย เช่น การใช้ยา, การบำบัดเสียง, การฝึกฝนจิตใจ หรือการปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม โดยการรักษาที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถจัดการกับอาการได้ดีขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
รับคนไข้ป่วยเรื้อรัง คนไข้สิ้นหวัง คนไข้ผิดหวังจากการักษามาในอดีต คนไข้อ่อนแรง
คนไข้ป่วยด้วยโรคมะเร็ง คนไข้แพ้สาร-ยาเคมี
ติดต่อปรึกษาหมอทางโทรหรือไลน์ รักษาอาการเครียดนอนไม่หลับ รักษาอาการประสาทหูเสื่อม
โทรปรึกษา : 082 387 7288
ID LINE : YAFORYOU
website : doctorforyou.biz