ไขข้อสงสัย? การลงทุน RMFเหมาะกับใครบ้าง

ไขข้อสงสัย? การลงทุน RMFเหมาะกับใครบ้าง

 

สำหรับคนวัยหนุ่มสาวการ ออมเงิน ด้วยการ ลงทุน RMF อาจดูเป็นเรื่องไกลตัวเพราะชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า Retirement Mutual Fund หรือชื่อไทยว่ากองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ นั่นหมายความว่าถ้ายังไม่ถึงวัยใกล้เกษียณก็ไม่ควร ลงทุน RMF แต่นั่นเป็นความเข้าใจที่ถูกต้องหรือเปล่าเพราะหากมองในมุมกลับกันก่อนตัดสินใจว่าจะลงทุนหรือไม่ เราทุกคนควรทำความเข้าใจเรื่องราวเกี่ยวกับ กองทุน RMF ให้ถูกต้องเสียก่อน หากยังมีข้อสงสัยในเรื่องนี้มาดูกันดีกว่าว่ากองทุนนี้ดีอย่างไรและเหมาะกับใครบ้าง

 

รู้จัก กองทุน RMF ให้ดีขึ้นอีกสักหน่อย 

คนจำนวนมากเข้าใจว่า RMF นั้นมีประโยชน์เพียงแค่ช่วยลดหย่อนภาษี แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ทราบว่า RMF ให้อะไรมากกว่านั้น

  • มีให้เลือกลงทุนหลายระดับความเสี่ยงตั้งแต่ลงทุนในตราสารหนี้ ตั๋วแลกเงิน ตลาดเงิน หุ้นในไทย หุ้นต่างประเทศและทองคำ
  • การ วางแผนการเงิน เพื่อลงทุนระยะยาวช่วยเพิ่มโอกาสได้ผลกำไรสูงมากกว่ากองทุนชนิดอื่น เมื่อขายหน่วยลงทุนคืนหลังอายุมากกว่า 55 ปี
  • ช่วยเพิ่มเติมสิทธิประโยชน์ทางภาษีหลังจากใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจาก LTF เต็มอัตราแล้ว

 

การลงทุนใน RMF เหมาะสมกับใคร?

 

1.ผู้ที่วางแผนวัยเกษียณของตนเองไว้ล่วงหน้า

คนจำนวนมากในยุคนี้ให้ความสำคัญกับการวางแผนเกษียณ เช่น ทำประกันชีวิต การเกร็งกำไรจากอัตรา exchange rate ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุไว้ล่วงหน้าให้ต่ออายุได้ยาวนานจนตนเองอายุครบ 75 ปี การซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างความมั่งคั่งและมั่นคงในวัยเกษียณหรือแม้แต่การซื้อหน่วยลงทุนใน RMF เพื่อให้เงินงอกเงยตามกาลเวลา เพื่อขาดหวังว่าอย่างน้อยที่สุดจะได้ส่วนต่างมากกว่าอัตราเงินเฟ้ออย่างแน่นอน

 

  1. ผู้ที่ต้องการสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจาก LTF

ด้วยเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีที่จำกัด หลายท่านใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีในด้านอื่น ๆ จนเต็ม เหลือแต่สิทธิ์ของการลงทุนใน RMF ดังนั้นจึงสามารถกลายเป็นเครื่องมือลดหย่อนภาษีที่ดีให้กับคนกลุ่มนี้ได้ เพียงแต่ต้องไตร่ตรองให้ละเอียดสักหน่อย เนื่องจากเงื่อนไขกำหนดว่าต้องลงทุนใน RMF ทุกปีหรืออย่างน้อยปีเว้นปี อย่างต่ำปีละ 5,000 บาท หากสามารถทำตามเงื่อนไขนี้ได้จนอายุครบ 55 ปีถือว่าผ่านฉลุย สามารถใช้ RMF เป็นเครื่องมือลดหย่อนภาษีได้ยาว ๆ

 

  1. ผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป

เนื่องจากใช้ระยะเวลาในการถือครองหน่วยลงทุนสั้นลงกว่าคนวัยหนุ่มสาวมาก ยกตัวอย่างเช่น ซื้อกองทุน  RMF ครั้งแรกเมื่ออายุ 51 ปี ซื้อต่อเนื่องทุกปี เมื่ออายุ 52 ปี 53 ปี 54 ปีและ 55 ปี เท่ากับถือครองหน่วยลงทุนเมื่ออายุ 51 ปี ไว้ครบ 5 ปีปฏิทินแล้วและตอนนี้มีอายุมากกว่า 55 ปี สามารถขายหน่วยลงทุนคืนเพื่อนำเงินออกมาใช้จ่ายหรือจะใส่ไว้ที่เดิมเพื่อรอให้ผลกำไรเพิ่มขึ้นก่อนค่อยขายหน่วยลงทุนคืนก็ยังได้

 

หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการลงทุนใน RMF ขอแนะนำกองทุนรวม RMF ของ SCB เพื่อพิจารณา เนื่องจากทาง SCB เตรียมกองทุนชนิดนี้ไว้ให้เลือกมากถึง 13 กอง โดยมีนโยบายการลงทุนที่แตกต่างกัน ระดับความเสี่ยงตั้งแต่ต่ำสุดไปจนถึงระดับสูงสุด ลงทุนทั้งในตราสารหนี้ ตั๋วแลกเงิน ตลาดเงิน หุ้นในไทย หุ้นต่างประเทศและทองคำ ช่วยให้คุณสามารถเลือกกองทุนให้เข้ากับสไตล์การลงทุนของตนเองได้อย่างเหมาะสม

Hits: 38

Total 1 Votes
0%

3 ช่องทางการลงทุนเพื่อ ออมเงิน แบบฉบับคนยุคใหม่

3 ช่องทางการลงทุนเพื่อ ออมเงิน แบบฉบับคนยุคใหม่

อย่างที่หลาย ๆ คนทราบดีว่าในปัจจุบันการมีรายได้ทางเดียวนั้นถือเป็นเรื่องที่เสี่ยงมาก สำหรับคนยุคใหม่ที่เริ่มทำงาน ออมเงิน สร้างฐานะ เนื่องจากค่าครองชีพในปัจจุบันนั้นสูงขึ้น ไม่ตรงกับรายได้ที่ได้รับ ทำให้พนักงานประจำนั้นได้รับรายได้ที่ค่อนข้างคงที่ในแต่ละเดือน ขณะเดียวกันตัวเจ้าของกิจการเองก็ต้องยอมรับกับรายได้ที่ลดลงด้วยเช่น

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจนำเงินเก็บมาลงทุนเพื่อเพิ่มกำไรมากขึ้น แทนที่จะปล่อยให้นอนนิ่งในบัญชี ออมทรัพย์ ทั้งนี้ยังเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือทางการเงินมากขึ้น เพราะสามารถนำไปใช้เพื่อขอ สินเชื่อบ้าน หรือสินเชื่อรถยนต์ แต่ถึงอย่างนั้นปัจจุบันนั้นมีช่องทางลงทุนให้เลือกมากมายหลายประเภท ดังนั้นวันนี้เราจึงมี 3 ช่องทาง การลงทุน ที่เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่มาฝาก แต่จะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย

  1. การฝากประจำกับธนาคาร

นับได้ว่าเป็นการลงทุนของพื้นฐานของคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นเก็บเงิน เนื่องจากการลงทุนวิธีนี้เทียบไม่มีความเสี่ยง อีกทั้งผู้ลงทุนยังไม่จำเป็นต้องมีความรู้และศึกษาด้านการลงทุนอีกด้วย เพราะขั้นตอนการฝากประจำนั้นเหมือนกับการฝากออมทรัพย์ทั่วไป แต่แตกต่างกันตรงที่ต้องฝากเงินเป็นประจำทุกเดือนตามระยะเวลาที่ธนาคารกำหนดและไม่สามารถถอนเงินสดออกมาได้ สำหรับผลตอบแทนนั้นจะอยู่ในรูปของ ดอกเบี้ยเงินฝาก เช่น บัญชีเงินฝากโบนัสหรือบัญชีเงินฝากระยะยาว 24 เดือนของธนาคารไทยพาณิชย์จะให้ดอกเบี้ยประมาณ 2.5-2.75%

  1. การซื้อ ประกันชีวิต

อีกหนึ่งการลงทุนที่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบความเสี่ยง ต้องการเก็บเงินก้อนใหญ่เมื่อครบกำหนดสัญญา และผลประโยชน์ด้านอื่นรวมด้วย ไม่ว่าจะเป็น การลดหย่อนภาษี ความคุ้มครองสุขภาพ ความคุ้มครองด้านอุบัติเหตุ ความคุ้มครองในกรณีเสียชีวิต แต่ข้อเสียการลงทุนกับการประกันชีวิตผู้ลงทุนอาจต้องใช้เงินลงทุนต่อปีจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ที่ประมาณ 50,000 บาทต่อปีขึ้นไป โดยต้องชำระในอัตราที่เท่ากันต่อเนื่องและรอจนกว่าจะครบกำหนดเวลา จึงจะได้รับเงินก้อนตามเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร เพราะฉะนั้นการลงทุนด้วยการซื้อ ประกันชีวิต จึงเหมาะสำหรับคนที่มีรายได้ต่อเดือนสูงและมีวินัยทางการเงินในระดับดีเยี่ยม

  1. เลือกลงทุนกับกองทุนรวม

การลงทุนที่น่าสนใจแบบสุดท้ายที่กำลังได้รับความนิยมมากตอนนี้ เพราะนักลงทุนสามารถซื้อขายและศึกษาเปรียบเทียบข้อมูลของกองทุนรวมต่าง ๆ ได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งถึงแม้ว่าการลงทุนนี้จะมีความเสี่ยงสูงกว่าการลงทุน 2 แบบแรก แต่ก็มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงกว่าเช่นกัน นอกจากนั้นยังมีผู้จัดการกองทุนคอยทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์แทนนักลงทุน ทำให้เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาอย่างเจ้าของธุรกิจและพนักงานประจำ

ทั้งหมดนี้ก็เป็น 3 ช่องทางในการลงทุนสำหรับคนยุคใหม่ที่เรานำมาฝากกัน สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าลืมศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งเรื่องของผลตอบแทน ความเสี่ยง รวมถึงความพร้อมทางการเงินของตัวเองให้ถี่ถ้วนเสียก่อน เพื่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

Hits: 9

Total 0 Votes
0%
วางแผนการเงินแบบไหน ให้การออมเงินคุ้มค่าและได้ผลตอบแทนมากที่สุด

วางแผนการเงินแบบไหน ให้การออมเงินคุ้มค่าและได้ผลตอบแทนมากที่สุด

วางแผนการเงินแบบไหน ให้การออมเงินคุ้มค่าและได้ผลตอบแทนมากที่สุด

ในยุคปัจจุบัน ไม่ได้มีเพียงแต่การวางเป้าหมายชีวิตไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ที่เป็นสิ่งสำคัญและช่วยให้ชีวิตเป็นไปตามใจที่ต้องการเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องการวางแผนการเงินที่สำคัญไม่แพ้กันเลยทีเดียว เพราะการเก็บเงินเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการออมเงินเพื่อซื้อทรัพย์สินต่าง ๆ อย่างเช่น บ้าน รถยนต์ ที่ดิน การลงทุน ค่าเลี้ยงดูบุตร หรือการออมเงินสำหรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ โดยที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวทั้งเรื่องอุบัติเหตุ โรคภัยไข้เจ็บของตัวเองและคนในครอบครัว ซึ่งจะต้องใช้เงินในการแก้ปัญหาเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้ วันนี้มาดูวิธีการออมเงิน ที่มีให้เลือกหลากหลายวิธี แต่จะมีวิธีไหนบ้างที่ให้ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่ามากที่สุด

 

  1. การฝากประจำ ซึ่งถือว่าเป็นการออมเงินที่หลายคนรู้จักกันดีและยังคงได้รับความนิยมอยู่มากเพราะไม่มีความเสี่ยงเพราะเงินของเรายังนอนนิ่ง ๆ อยู่ในธนาคาร แต่ได้ผลตอบแทนเป็น ดอกเบี้ยเงินฝาก ที่ปัจจุบันธนาคารในประเทศไทย หรือ bank of Thailand ค่อนข้างให้ผลตอบแทนสูง เช่น บัญชีเงินฝากประจำแบบ 24 และ 36 เดือน ของธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ให้ดอกเบี้ยเงินฝากสูงสุด 5% ต่อปี สำหรับข้อดีของบัญชีเงินฝากประจำที่หลายคนชอบเป็นพิเศษ คือ ต้องฝากเงินในจำนวนเท่ากันในทุก ๆ เดือน ซึ่งเป็นการช่วยสร้างวินัยทางการเงินได้เป็นอย่างดี การเก็บเงินแบบนี้จึงเหมาะสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ประจำแน่นอน

 

  1. การเลือกซื้อพันธบัตร หรือนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมที่น่าเชื่อถือ ซึ่งทั้งสองอย่างให้ผลตอบแทนสูงกว่าบัญชีเงินฝากประจำ แต่ข้อเสียสำหรับพันธบัตรคือต้องถือครองพันธบัตรในระยะยาวจึงจะได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ในขณะที่กองทุนรวมเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงพอสมควร ต้องเฉลี่ยการลงทุนในหลายๆ กองทุน เพื่อลดความเสี่ยงรวมถึงต้องศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนการตัดสินใจลงทุน สำหรับข้อดี คือ สามารถนำไปใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ และให้ผลตอบแทนที่สูงกว่ามาก

 

  1. การซื้อประกันวางแผนเงินออม โดยในปัจจุบันมีให้เลือกมากมายหลายแบบเพื่อตอบสนอมความต้องการของผู้บริโภค เช่น ประกันสะสมที่ครอบคลุมอุบัติเหตุและชดเชยรายได้ระหว่างเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ประกันสำหรับวัยเกษียณที่ให้ผลตอบแทนตั้งแต่อายุ 60 ปี จนถึง 90 หรือ ประกันแบบที่ให้ผลตอบแทนสูงเมื่อครบสัญญา ซึ่งข้อดีของการออมเงินลักษณะนี้ นอกจากจะได้ออมเงินในระยะยาว และได้รับผลตอบแทนสูงเมื่อครบสัญญา ยังสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ด้วย ทำให้สามารถวางแผนและบริหารการเงินในอนาคตได้ล่วงหน้า

 

จะเห็นได้ว่า การออมเงินสามารถเลือกได้หลายวิธี แต่ทั้งนี้ก็ต้องเลือกวิธีการออมเงินที่เหมาะสมกับสภาพคล่องทางการเงินของตัวเอง หากมีรายได้น้อยและเป็นรายได้แบบประจำควรเลือกวิธีที่ไม่เสี่ยงมากและให้ผลตอบแทนที่ชัดเจน แต่ถ้าเป็นเจ้าของธุรกิจที่มีรายได้มากแต่ไม่แน่นอน ควรเลือกวิธีที่สร้างกำไรเพื่อเพิ่มรายได้ในมือ แต่ต้องคำนึงเสมอว่ายิ่งมีกำไรมากความเสี่ยงยิ่งสูงตามไปด้วยเช่นกัน เพื่อที่จะให้จุดประสงค์ของการออมนั้นเป็นไปตามที่คาดหวังไว้อย่างดีที่สุด

Hits: 26

Total 0 Votes
0%