เลือกที่ปรึกษาทางด้านการศึกษาที่ดีเพื่ออนาคตลูก

เลือกที่ปรึกษาทางด้านการศึกษาที่ดีเพื่ออนาคตลูก

รำห

สิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนคาดหวังในตัวลูกนั้น แน่นอนว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความสุขของลูกและการเจริญเติบโตขึ้นมาอย่างมีสุขภาพที่ดี และสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ เรื่องการศึกษา เพราะเป็นวัยที่เต็มไปด้วยการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โลกในยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยสิ่งใหม่ๆที่พร้อมให้ลูกเปิดรับ การได้ปลูกฝังทัศนคติดีๆก็มีส่วนจำเป็น เพราะทัศคติที่ดีนั้นส่งผลที่ดีต่อการมองโลกในแง่ดี

การปลูกฝังทัศนคติที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ของลูกจึงมีความสำคัญต่อพ่อแม่ เพราะลูกๆจะเชื่อและรับฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ จากบทความของอเบาท์มัมได้กล่าวว่าพ่อแม่ทุกคนย่อมอยากให้ลูกเติบโตอย่างฉลาดและมีประสิทธิภาพ พ่อแม่เองก็เป็นแรงสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการการเรียนรู้ได้อย่างดี ด้วยวิธีการปลูกฝังทัศนคติการเรียนรู้อย่างถูกต้อง ให้มีนิสัยที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ และการทำงานในอนาคตได้ การพยายามทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายให้ออกมาดีที่สุด ถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ไม่ชอบหรือไม่อยากทำนัก ก็เป็นการฝึกให้ลูกน้อยของเรา มีความรับผิดชอบและอดทนที่จะทำสิ่งที่ไม่ชอบ และรู้จักแยกแยะระหว่างหน้าที่กับความรู้สึกส่วนตัว เพราะบางทีลูกอาจต้องเรียนวิชาที่ตัวเองไม่ชอบ หรือแม้แต่ในวิชาที่ชอบ ก็อาจจะมีบทเรียนหรือกิจกรรมที่ลูกไม่ชอบปะปนอยู่ เด็กควรเรียนรู้ว่าบางครั้งเขาต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม การฝึกนิสัยชอบวางแผนให้กับลูก จะช่วยฝึกให้ลูกรู้จักคาดคะเน มองเห็นโอกาสของสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ยังฝึกให้ลูกรู้จักลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆ ว่าสิ่งไหนควรทำเป็นอันดับแรก สิ่งไหนควรทำเป็นอันดับสุดท้าย คุณพ่อคุณแม่ควรทำให้ลูกเห็นพลังของความพยายาม ด้วยการฝึกฝนทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง ถ้าหากมีความพยายาม เขาจะสามารถทำทุกอย่างประสบความสำเร็จด้วยตัวเองได้ เช่น เมื่อลูกทำแบบฝึกหัดหรือข้อสอบได้คะแนนดี เขาจะรู้ว่ามันเป็นผลจากความพยายามของเขา เด็กที่เติบโตมากับความเชื่อมั่นในความพยายามของตัวเอง จะส่งผลต่อพัฒนาการเรียนรู้ ทำให้รู้จักอดทนและเข้าใจว่าการเรียนรู้ทุกอย่างต้องใช้ความอดทนและพยายาม นอกจากนี้การปลูกฝัง self-esteem ก็มีส่วนช่วยให้ลูกเติบโตเป็นคนที่มีคุณภาพและเคารพในตัวเอง ซึ่งทำได้โดยกระตุ้นให้แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างจากความคิดผู้ใหญ่ เวลาเด็กเสนอความคิดเห็น หากรู้ว่าผู้ใหญ่ยอมรับความคิดของตน เด็กจะกล้าแสดงออก ดีใจที่ได้รับการยอมรับ ช่วยให้แก้ปัญหาต่างๆ โดยไม่ต้องพึ่งความเห็นผู้อื่น แสดงการยอมรับเด็ก พ่อแม่ต้องใช้คำพูดที่แสดงการยอมรับในทัศนคติหรือความเห็นของเด็ก เพื่อเป็นการแสดงการยอมรับในตัวเด็ก วิธีนี้จะทำให้เด็กเห็นความสำคัญของตัวเอง มั่นใจและกล้าแสดงออก แต่ไม่ได้หมายความว่าอนุญาตให้เด็กทำได้ทุกอย่างตามใจชอบ การปูทางให้ลูกได้รับความรู้และการศึกษาที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการของลูก การได้รับคำปรึกษาที่ดีจาก IES Network จึงช่วยเปิดโอกาสทางการศึกษาของลูกในการศึกษาต่างประเทศได้

Hits: 9

Total 0 Votes
0%
อุตสาหกรรมใหญ่อย่างเหมืองแร่ส่งผลเสียอย่างไรต่อสิ่งแวดล้อม

อุตสาหกรรมใหญ่อย่างเหมืองแร่ส่งผลเสียอย่างไรต่อสิ่งแวดล้อม

การทำเกษตรกรรมหรืออุตสาหกรรมต่างก็ต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติเข้ามามีส่วนบทบาทสำคัญ เพราะทั้งคู่นั้นใช้ทั้งแรงงานคนและแรงงานเครื่องจักรกล รวมไปถึงทรัพยากรน้ำที่ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการทำอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม เกษตรกรรมนั้นก็หมายถึง กระบวนการผลิตอาหาร เส้นใย เชื้อเพลิง และผลิตภัณฑ์อื่นๆ โดยวิธีการเพาะปลูกพืช มีชื่อเรียกเฉพาะว่า “กสิกรรม” และวิธีการเลี้ยงสัตว์ทั้งสัตว์บก สัตว์น้ำ อย่างเป็นระบบ ผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเรียกว่า เกษตรกร แรงงานจำนวน 42% ของทั้งโลกอยู่ในภาคเกษตรกรรม จึงถือว่าเป็นกลุ่มอาชีพที่แพร่หลายที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ผลผลิตทางด้านเกษตรกรรมยังคงมีปริมาณเพียงไม่ถึง 5% ของผลผลิตมวลรวมของโลก และเกษตรกรรมแบ่งได้เป็น 4 ประเภท คือ1. กสิกรรม หมายถึง การเพาะปลูกพืช เช่น การทำนา การทำสวน การทำไร่ เป็นต้น 2. ปศุสัตว์ หมายถึง การประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์บนบก เช่น เลี้ยงวัว เลี้ยงหมู หรือเลี้ยงสัตว์จำพวกสัตว์ปีก เป็นต้น 3. การประมง หมายถึง การประกอบอาชีพการเกษตรทางน้ำ เช่น การเลี้ยงสัตว์น้ำ การจับสัตว์น้ำ เป็นต้น 4. ด้านป่าไม้ หมายถึง การประกอบอาชีพเกี่ยวกับป่า เช่น การปลูกป่าไม้เศรษฐกิจ การนำผลผลิตจากป่ามาแปรรูปให้เกิดประโยชน์ เป็นต้น ส่วนอุตสาหกรรมนั้นก็มี อุตสาหกรรมนั้นเป็นคำจำกัดความที่ใช้กับกิจกรรมที่ใช้ทุนและแรงงาน เพื่อที่จะผลิตสิ่งของ หรือ จัดให้มีบริการ เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอ ในยุควิกตอเรีย นักประวัติศาสตร์เรียกช่วงเวลานั้นว่า การปฏิวัติอุตสาหกรรม โดยมีการผลิตเครื่องทุ่นแรงต่าง ๆ มากมาย และ ทำให้อุตสาหกรรมเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็วและมีระเบียบ เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด นอกจากนี้ การปฏิวัติอุตสาหกรรมยังเกี่ยวของกับลัทธิสังคมนิยมของคาร์ล มาร์กซ (ลัทธิมาร์กซ) อีกด้วย ในปัจจุบันอุตสาหกรรมถือเป็นสิ่งหนึ่งที่จำเป็นต่อมนุษย์อย่างยิ่ง ด้วยว่ามนุษย์ต้องพึ่งพาการผลิตสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน หรือเรียกรวมว่าปัจจัยสี่ โดยสิ่งที่สามารถผลิตปัจจัยสี่ให้ดี มีคุณภาพและไม่ก่ออันตราย หรือก่ออันตรายให้กับร่างกายและทรัพย์สินน้อยที่สุดคือการผลิตจากอุตสาหกรรม ส่วนอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่อาจส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม เพราะต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมาก สภาพแวดล้อมอาจถูกรุกรานและถูกทำลาย อย่างไรก็ตามการทำเหมืองแร่ อาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเรื่องการทำลายสิ่งแวดล้อม การทำเหมืองแร่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ๆ มีการทำเหมืองแร่ แต่การทำเหมืองแร่ไม่ได้เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม ทำลายทัศนียภาพอันสวยงาม หากผู้ทำเหมืองปฏิบัติตามหลักวิชาการ ซึ่งการทำหมืองแร่ตามหลักวิชาการ ที่มีการใช้ shaker table for gold จะคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้ประโยชน์แร่ ทั้งในด้านสังคมเศรษฐกิจ และการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยเหมืองแร่ทุกประเภทและทุกขนาดต้องมีการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ก่อนได้รับอนุญาตให้ดำเนินการ นอกจากนี้ เหมืองแร่จะเกิดไม่ได้เลยหากไม่ได้รับการยอมรับของสังคม หรือชุมชนที่มีเหมืองแร่อยู่บริเวณใกล้เคียง

Hits: 7

Total 0 Votes
0%
4 คำแนะนำที่ทำให้ชีวิตและสุขภาพกายและใจดีขึ้น

4 คำแนะนำที่ทำให้ชีวิตและสุขภาพกายและใจดีขึ้น

เราเคยสงสัยและตั้งคำถามกับตัวเองบ้างหรือไม่ว่า ชีวิตของเรานั้นจะยืนยาวได้จนถึงวันไหน และเหตุผลใดที่จะช่วยให้เราใส่ใจตัวเองเพิ่มมากขึ้น แน่นอนว่า เหตุผลที่สำคัญก็คงไม่พ้น คนที่เรารัก ครอบครัว เพราะสิ่งเหล่านี้เปรียบได้กับน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตที่ทำให้เราพร้อมจะต่อสู้กับทุกปัญหาและเอาชนะอุปสรรคที่เข้ามาได้ การมีสุขภาพจิตและสุขภาพใจที่ดีควบคู่กันไป อาจจะฟังดูยาก เพราะปัจจัยภายนอกหลายๆอย่าง ทำให้เราอาจทำได้แค่เพียงอย่างเดียว เช่น ดูแลสุขภาพกายแต่ความเครียดก็เข้ามารุมเร้าทำให้สุขภาพจิตแย่ไปอีก ดูแลสุขภาพจิตอย่างดีแต่ก็ละเลยการดูแลสุขภาพกาย ทำให้เอ็นจอยกับการกินอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลมากเกินไปจนทำให้อ้วนขึ้นได้ เพราะฉะนั้นแล้วเรามาเริ่มทำตามคำแนะนำ 4 ข้อที่จะช่วยให้สุขภาพกายและใจของเราดีขึ้นกัน เริ่มจากข้อที่

1. พักสายตาจากการเสพสื่อโซเชียล ทุกวันนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหนหรือทำอะไรก็ต้องถ่ายรูป แชร์ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ไม่ให้พลาดเหตุการณ์สำคัญ ๆ ซึ่งถ้าใช้ในปริมาณที่เหมาะสมก็จะให้ผลดีแก่เรา แต่ถ้าใช้มากเกินไปนอกจากจะทำให้เป็นคนติดโซเชียลแล้ว ยังอาจทำให้กล้ามเนื้อดวงตาเมื่อยล้า หรือตาแห้งเพราะต้องคอยจ้องอยู่ที่หน้าจอเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการเบลอ สายตาพร่ามัว หรือสายตาสั้นได้ ทางที่ดีควรพักสายตา และบริหารดวงตาของเราด้วย เช่น กระพริบตา กลอกตาไปมาเพื่อป้องกันตาแห้ง หรือมองไปยังวัตถุที่อยู่ไกล ก็จะช่วยให้ผ่อนคลายดวงตาลงได้ และถ้าลดโซเชียลลงบ้าง ก็จะทำให้ไม่ต้องเครียดจากการเสพข่าว สุขภาพจิตดีขึ้น

2. ออกกำลังกาย การออกกำลังกายนอกจากจะได้สุขภาพที่ดี เพราะอวัยวะภายในร่างกายจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังทำให้เรามีภูมิต้านทานห่างไกลโรคภัยต่าง ๆ สุขภาพจิตก็ดีตามไปด้วย ควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาทีหลังเลิกงาน ลองเดินออกกำลังกายที่สวนสาธารณะใกล้บ้านก็ได้ หรือจะวิ่ง จะแอโรบิค ก็ล้วนแต่ทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดีทั้งนั้น แต่หากใครไม่มีเวลาออกกำลังกายจริง ๆ งานบ้านก็อาจจะช่วยได้เหมือนกัน เช่น ทำสวน กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างรถ ก็ถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัว ทั้งยังทำให้บ้านสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยอีกด้วย
3. การเลือกรับประทานอาหาร ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า อาหารเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญต่อร่างกาย การจะเกิดผลดีหรือผลเสียนั้น ขึ้นอยู่กับการเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม เพราะร่างกายจะนำไปพัฒนาและซ่อมแซมในส่วนต่าง ๆ ควรลดอาหารที่มีแคลอรีสูง ของทอด ปิ้ง-ย่าง หรืออาหารที่มีไขมันเยอะ เพราะหากร่างกายเผาผลาญไม่หมดก็จะกลายเป็นไขมันสะสมในร่างกายในที่สุด ทางที่ดีควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม เลือกรับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์

4. บริหารสมอง การบริหารสมองก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีได้ ลองหาเกมฝึกสมองมาเล่น เช่น เกมอักษรไขว้ เกมจำตำแหน่งภาพ เกมจับผิด เกมซูโดกุ หรือเกมหมากรุกจีน เป็นต้น ควรหันมารับประทานผลไม้พวก ส้ม องุ่น เบอร์รี่ให้มากขึ้นด้วย เพราะผลไม้จำพวกนี้มีสารช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดอาการหลง ๆ ลืม ๆ ได้ หรือการหัวเราะก็ช่วยให้เลือดไหลเวียนดียิ่งขึ้น เพราะร่างกายจะหลั่งสารเคมีในระบบประสาทที่ทำให้ผ่อนคลาย ซึ่งจะส่งผลดีทั้งร่างกาย จิตใจ อีกทั้งคนรอบข้างก็จะมีความสุขตามไปด้วย

Hits: 9

Total 0 Votes
0%
เมื่อเราเลือกสิ่งดีๆให้ชีวิตทั้งความสวยและสุขภาพดี

เมื่อเราเลือกสิ่งดีๆให้ชีวิตทั้งความสวยและสุขภาพดี

มนุษย์มักเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ตัวเองเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ถ้าเราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองได้ เราพร้อมจะยอมทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสรร อาหารที่มีประโยชน์ รวมไปถึงอาหารเสริมต่างๆที่เป็นวิตามินดูแลร่างกาย ให้สุขภาพภายในของเรานั้นมีสุขภาพดี

เมื่อเรามีสุขภาพภายในที่ดี สุขภาพภายนอกก็จะดีตามมาด้วย สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยนั่นก็คือ สุขภาพจิต ซึ่งในยุคสมัยนี้ มีคนจำนวนมากเป็นโรคซึมเศร้า ไบโพล่าร์ และโรคทางจิตเวชที่จำเป็นจะต้องมีการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด สาวๆที่รักผิวและความสวยงามนั้น ไม่ควรพลาดวิตามินอาหารเสริมที่จำเป็นต่อร่างกาย วิตามินซี” จะทำหน้าที่ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานและป้องกันโรคหวัดแล้ว ยังช่วยเรื่องของ “ความสวยความงาม” ที่ “ผู้หญิง” อย่างเราไม่ควรพลาด เพราะ “วิตามินซี” มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยให้ผิวพรรณสวย สดใส ลดเลือนจุดด่างดำ รอยสิว และช่วยปกป้อง และฟื้นฟูผิวจากแสงแดด นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในเรื่องของการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า และทำให้ผิวเต่งตึงอีกด้วย วิตามินซีพบมากในผักและผลไม้สดต่างๆ ผักที่พบมาก ได้แก่ ดอกกะหล่ำ กะปล่ำปม ขึ้นฉ่าย ต้นหอม ถั่วลันเตา ใบเผือก ใบมันสำปะหลัง ใบมะระจีน ผักกาดขาว ผักกาดเขียวปลี ผักโขม ผักคะน้า ผักชี ผักบุ้ง มะรุม ยอดมะม่วง และยอดมะละกอ เป็นต้น ส่วนผลไม้ที่มีวิตามินซีมาก ได้แก่ เชอร์รี ส้มต่างๆ มะนาว ฝรั่ง มะขามป้อม มะขามเทศ มะละกอ ส้มโอ และสตรอว์เบอร์รี เป็นต้น ส่วนในน้ำนมและเนื้อสัตว์ต่างๆ มีวิตามินซีน้อยมาก แต่ในน้ำนมคนที่คุณแม่ได้รับอาหารอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ จะมีวิตามินซีมากกว่าน้ำนมวัว 4-6 เท่า ทั้งนี้หากเกิดภาวะวิตามินซี จะเป็นโรคลักปิดลักเปิด ผิวพรรณไม่เปล่งปลั่ง มีรอยหมองคล้ำ ทั้งนี้หากรับวิตามินซีมากเกินไป จะปวดท้องเกร็ง ท้องเสีย และคลื่นไส้ ซึ่งล้วนแต่เกิดขึ้นเมื่อระบบย่อยอาหารไม่สามารถดูดซึมวิตามินซีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนิ่วในไตมากขึ้นอีกด้วย ปริมาณที่แนะนำต่อวันก็คือ 90 มิลลิกรัม “วิตามินอี” เป็นวิตามินที่ละลายได้ดีในไขมัน จัดเป็นหนึ่งในวิตามินที่สำคัญที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับ โดยวิตามินอีจะช่วยป้องกันการแตกของเม็ดเลือดแดง ป้องกันการเกิดลิ่มเลือด และการอุดตันของเส้นเลือด ลดการเกิดกระบวนการอักเสบในร่างกาย ที่อาจนำไปสู่การเกิดโรคต่างๆ และยังมีฤทธิ์อื่นๆ อีกมากมาย “วิตามินอี” มีหน้าที่เบื้องต้น เสมือนฟองน้ำที่คอยดูดซับอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เซลล์หรือเนื้อเยื่อถูกทำลาย หรือที่รู้จักกันในชื่อของ “สารต้านอนุมูลอิสระ” สำหรับวิตามินอีพบมากทั้งในเนื้อเยื่อของสัตว์และในพืช แต่จะพบจากพืชได้มากกว่า โดยเฉพาะในน้ำมันจากพืช เช่น น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันเมล็ดฝ้าย น้ำมันจมูกข้าวสาลี น้ำมันข้าวโพด น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว น้ำมันคาโนลา และน้ำมันรำ นอกจากนี้ยังพบในอัลมอนด์ บร็อกโคลี เฮเซลนัต กีวี่ มะม่วง เนยถั่ว ผักโขม เมล็ดทานตะวัน และมะเขือเทศ และยังสามารถพบวิตามินอีได้ในเนื้อ เนย และไข่อีกด้วย ทั้งนี้หากสาวๆ เกิดภาวะขาด “วิตามินอี” จะส่งผลต่อระบบการไหลเวียนเลือด ที่อาจจะเกิดความผิดปกติ ซึ่งก็ส่งผลต่อระบบต่างๆ ในร่างกายเป็นอย่างมาก โดยทำให้การสร้างฮีโมโกลบินเสื่อมลง ทำให้เซลล์ของเม็ดเลือดแดงแตกได้ง่าย และยังลดการดูดซึมธาตุเหล็กที่จำเป็นลงอีกด้วย ส่วนกรณีที่ขาดวิตามินอีมากๆ อาจทำให้ตับและไตถูกทำลาย ขณะที่ร่างกายได้รับ “วิตามินอี” มากเกินไป ก็จะก่อให้เกิดผลเสียตามมาได้เหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อได้รับวิตามินอีวันละ 300 มิลลิกรัมต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน ซึ่งจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อ่อนเพลีย ซึม ปวดท้อง สายตาพร่ามัว และหากได้รับสูงกว่านี้หรือมากกว่า 2,000 มิลลิกรัม ก็จะทำให้กล้ามเนื้อไม่มีแรง และมุมปาก ริมฝีปากอักแสบได้เหมือนกัน ดังนั้นจึงควรทานวิตามินอีอย่างเพียงพอ ซึ่งปริมาณที่แนะนำต่อวันคือ 15 มิลลิกรัม ความสวยที่เราเลือกได้ นั่นก็คือการที่เราสามารถเลือกจะมีใบหน้าและหน้าตาที่เราพึงพอใจและมีความสุข ซึ่งก็คือการศัลยกรรม ไม่ว่าจะเป็นเสริมจมูก ตัดปีกจมูก ตาสองชั้น ยกกระชับหน้าอก ดึงหน้า ลดถุงใต้ตา นอกจากนี้ยังสามารถเลือกจะมีหุ่นในฝันที่เราต้องการได้โดยการดูดไขมันหน้าท้อง ตัดหนังหน้าท้อง จะเห็นได้ว่า อำนาจในการมีสุขภาพที่ดีและความสวยงามนั้นอยู่ที่ตัวเรา

Hits: 7

Total 0 Votes
0%
ดูแลผิวให้สวยใสไร้กังวลเมื่อลมหนาวพัดผ่าน

ดูแลผิวให้สวยใสไร้กังวลเมื่อลมหนาวพัดผ่าน

การดูแลผิวให้มีสุขภาพดีนั้น ต้องเพิ่มความใส่ใจและความพิถีพิถันในการเลือกผลิตภัณฑ์ ยิ่งถ้าเรามีผิวที่แพ้ง่ายและไวต่อแสงและสารเคมี ในฤดุหนาวที่จะส่งผลต่อความแห้งของผิว ลมหนาวที่ทำให้ผิวนั้นแห้งมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่เพียงผิวหน้าเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผิวกายและริมฝีปากที่แตกแห้งเป็นขุย ไม่ว่าจะสภาพผิวแบบใด ผิวมัน ผิวแห้ง หรือ ผิวผสม ปัญหาผิวในหน้าหนาวเกิดกับทุกคน

การเพิ่มความบำรุงผิวจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเติมเต็มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ซึ่งการดูแลผิวในช่วงหน้าหนาวนั้นทำได้โดย หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น ข้อเสียของการอาบน้ำอุ่นในช่วงหน้าหนาวนั้น จะทำให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื้นมากขึ้น ฉะนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น และอาบน้ำที่มีอุณหภูมิปกติแทน แต่ในกรณีที่ชอบอาบน้ำอุ่นอยู่แล้ว หรืออากาศในช่วงนั้นหนาวจัดเย็นจัดจริงๆ และเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นไม่ได้ แนะนำว่าให้ใช้เวลาในการอาบน้ำอุ่นเพียงแค่ 5-10 นาที แล้วรีบทาโลชั่นที่มีมอยซ์เจอไรเซอร์เข้มข้นทันที เพื่อช่วยเก็บกักความชื้นของผิว หลังจากอาบน้ำทุกครั้ง ดูแลผิวหน้าและผิวกาย ด้วยการทาโลชั่นที่ให้ความชุ่มชื้น ในช่วงหน้าหนาว ผิวจะมีความบอบบางมากกว่าปกติ ดังนั้นจึงต้องใส่ใจในการเลือกโลชั่นมาบำรุงผิวให้เหมาะกับผิวและสภาพอากาศ โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นสูตรอ่อนโยน และช่วยทำให้ผิวกับกักความชุ่มชื้นเอาไว้ได้นานขึ้น ซึ่งแนะนำว่าอย่าเลือกผลิตภัณฑ์มาบำรุงผิวหลายตัวมากเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองจากสารเคมีได้ รวมถึงยิ่งทำให้ผิวถูกทำร้ายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย หมั่นทาริมฝีปากด้วยลิปมันหรือลิปบาล์ม ในหน้าหนาวที่มีลมเย็นพัดผ่าน ความชื้นจากริมฝีปากจะถูกอากาศดูดออกไป กลายเป็นตัวทำลายความยืดหยุ่นของเซลล์ จึงมีผลทำให้ริมฝีปากขาดความชุ่มชื้น ทำให้ผิวบริเวณริมฝีปากแห้งและแตกได้ ดังนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดของการดูแลริมฝีปากในช่วงหน้าหนาว นั่นก็คือการทาลิปมันหรือลิปบาล์ม เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปาก และป้องกันไม่ให้ริมฝีปากแห้งแตกเป็นขุย ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 แก้ว จะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ร่างกายและผิวได้ ดังนั้นวิธีป้องกันผิวแห้งอย่างง่ายๆ ก็คือการหมั่นจิบน้ำทีละนิด เพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดน้ำและเพื่อผิวที่ชุ่มชื้น ประโยชน์ของน้ำยังมีส่วนช่วยในการลำเลียงสารไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย ช่วยในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายไม่ว่าจะเป็นเหงื่อ หรือปัสสาวะ ยังช่วยให้อุจระไม่แข็งจนเกินไป นอกจากนี้น้ำยังช่วยในการปรับสมดุลภายในร่างกายอีกด้วย นอกจากนี้สิ่งที่จะขาดไม่ได้ในการบำรุงผิวนั่นก็คือ การปกป้องผิวจากแสงแดดโดยการทาครีมกันแดด ซึ่งเราสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดได้ตามที่ต้องการ และหากเราอยากจะทำครีมกันแดดที่เหมาะกับสภาพผิวของเราโดยเฉพาะก็สามารถทำได้โดยการเลือกโรงงานผลิตครีมกันแดดที่รับผลิตครีมกันแดดสูตรมาตรฐานได้รับการรับรองจากห้องแลปส์ระดับโลก ซึ่งรับสร้างแบรนด์ครีม ทําแบรนด์ครีมกันแดด เพื่อต่อยอดทางด้านธุรกิจที่เราต้องการทำในอนาคตได้อีกด้วย ถือเป็นการวางแผนและการลงทุนอย่างคุ้มค่า

Hits: 6

Total 0 Votes
0%
วิเคราะห์อย่างไรไม่ให้เป็นเหยื่อการตลาด

วิเคราะห์อย่างไรไม่ให้เป็นเหยื่อการตลาด

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในยุคที่บล็อกเกอร์และรีวิวต่างๆนั้นมีผลอย่างมากต่อการจูงใจผู้บริโภคและลูกค้า โฆษณาต่างๆที่ฉายบนทีวีแทบจะไม่ค่อยมีผลมากเหมือนในสมัยที่ดิทิทัลและออนไลน์ยังไม่แพร่หลายเท่ายุคปัจจุบัน และการสั่งซื้อของทางออนไลน์รวมไปถึงแพล็ตฟอร์มด้านการขายของออนไลน์ก็มีให้เลือกอย่างมากมาย ยิ่งไปกว่านั้น สินค้าต่างๆยังมีการผลิตและเป็นเจ้าของแบรนด์ได้ง่ายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย แน่นอนว่าคนที่จะต้องมีสติมากๆจะเป็นใครไปไม่ได้เลย นั่นก็คือเหล่านักช็อปตัวยง ที่เน้นคติประจำใจว่า ของมันต้องมี กลายเป็นเหยื่อการตลาดที่ง่ายดาย ตกหลุมพรางที่วางไว้

วิจารณญาณและการคิดวิเคราะห์ รวมไปถึงการศึกษาได้รอบด้านควรมาพร้อมกันในยุคที่แบรนด์ต่างๆใช้ KOLบล็อกเกอร์ รีวิว และอินฟลูเอนเซอร์มาดึงดูดใจลูกค้าแทบจะในทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นด้านเครื่องสำอาง ความสวยความงาม ที่เหล่าสาวกคนรักเครื่องสำอางนั้นพร้อมจะฟาดไปยังช็อปเพื่อให้ได้มาซึ่งรองพื้นที่ถูกใจ สีลิปสติกที่ทาแล้วมีเสน่ห์ พาเลทตาที่ไม่รู้ว่าตาแค่สองข้างซ้ายขวา จะต้องมีพาเลทไว้ในครอบครองกี่สิบชิ้นเราถึงจะพอใจ การป้อนงานให้เหล่านักรีวิวทั้งหลายนั้น ก็มีทั้งจ้างงานโดยตรงจากแบรนด์หรือผ่านเอเจนซี่อย่าง Influencer marketing Thailand Influencer marketing Agency ที่ต่างก็รับบรีฟและรายละเอียดมาจากลูกค้าเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าตรงตามที่ต้องการ รวมไปถึงสิ่งที่ต้องการจะสื่อ อย่างไรก็ตามทางเว็บไซต์มันนี่กูรูได้ให้เคล็ดลับการไม่ตกเป็นเหยื่อของการตลาดไว้ว่า หลายครั้งที่เราเคยได้ยินคำโฆษณา อาจจะในวิทยุ โทรทัศน์ หรือแผ่นพับว่า สินค้าชนิดนี้ มีคุณหมอ 7 คน จาก 10 คนเลือกใช้ หรือ 9 คนจาก 10 คนบอกต่อว่าดี ซึ่งคำโฆษณาเหล่านี้ ประการแรก เป็นการยากมากที่จะพิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริงทั้งหมด และประการที่ 2 คุณไม่ควรเชื่อในทันทีจากการสรุปของบรรดานักการตลาดว่า เพียงแค่คนใช้เยอะกว่า จะหมายความโดยอัตโนมัติว่า สินค้านั้นดีที่สุดในท้องตลาดเสมอไป เพราะคนจำนวนที่มาทำการทดลองไม่สามารถเป็นตัวแทนของประชากรได้เสมอไป บางทีมีการดึงกลุ่มตัวอย่างมาทดลองน้อยเกินไปเป็นต้น เพราะฉะนั้น เฉลียวใจซักนิดเวลาชมโฆษณาก่อนจะตกเป็นเหยื่อของการตลาดอย่างง่ายดาย อย่าหลงเชื่อแค่รีวิวดังๆ หลายคนมักจะเข้าไปอ่านรีวิว ในเว็ปบอร์ดต่างๆ ก่อนการตัดสินใจซื้อของ เพราะเชื่อว่าผู้ที่รีวิวเหล่านั้นมีประสบการณ์ใช้สินค้าจริง และน่าเชื่อถือ อาจดูจากจำนวนคนเข้ามาชม หรือ การเปรียบเทียบกับผลิตภัณท์ตัวก่อนๆ ที่ทำรีวิวได้ดี อันต่อไปก็คงน่าเชื่อถือได้เช่นเดียวกัน สิ่งนี้ค่อนข้างอันตรายอย่างยิ่ง เพราะเรามักจะมีความเชื่อว่า คนที่มารีวิวนั้น มีความเป็นกลาง จึงรีวิวสินค้าออกมาด้วยความเป็นกลาง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่จริงเสมอไป บางบริษัทจ้างคนที่ทำรีวิวสินค้าเก่งๆ มีคนติดตามในโซเชียลเน็ตเวิร์คมากๆ เพื่อมารีวิวชมสินค้าของตนเพื่อกระตุ้นยอดขาย หรือบางทีสินค้าจากแบรนด์ใหม่ๆ เล็กๆ อาจเริ่มด้วยการส่งสินค้าให้บรรดาดารา นายแบบ นางแบบใช้ฟรี และทำรีวิวให้ กลยุทธ์ต่างๆ เหล่านี้ ทำให้เราไม่ควรดูรีวิวจากแหล่งเดียว แต่ควรดูหลายๆ แหล่งเพื่อประกอบการตัดสินใจ มิฉะนั้น เราอาจจะพลาดท่าซื้อสินค้า แต่กลับไม่ถูกใจก็เป็นได้

Hits: 12

Total 0 Votes
0%