ออกแบบเว็บไซต์ยุค 2022

ออกแบบเว็บไซต์ยุค 2022

การออกแบบเว็บไซต์ อย่างมีประสิทธิภาพ จะส่งผลให้ธุรกิจของคุณประสบผลสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว เพราะสื่อเว็บไซต์ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้เป็นจำนวนมาก ภายในเวลาอันรวดเร็ว

ออกแบบเว็บไซต์ยุค 2022 เป็นยุคของการทำเว็บไซต์ ธุรกิจประสบผลสำเร็จได้อย่างรวดเร็วต้องมีเว็บไซต์ โลกปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก อินเตอร์เนทได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์ จนกลายเป็นปัจจัยสำคัญนอกเหนือจากปัจจัยสี่ เว็บไซต์ จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ ธุรกิจทุกขนาด เพราะคนทั้งโลกเปลี่ยนพฤติกรรมการค้นหาบริการด้วยระบบการค้นหา ทั้งทางระบบมือถือ และ คอมพิวเตอร์ ผู้ประกอบการที่ชาญฉลาด จะให้ความสำคัญกับการออกแบบเว็บไซต์ เพราะเว็บไซต์สามารถส่งผลให้ธุรกิจ ประสบผลสำเร็จได้รวดเร็วยิ่งขึ้น อ่านจบ แล้วคุณจะพบแนวทางที่ดีที่สุด

ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง
ผู้ใช้งาน หมายถึงกลุ่มเป้าหมาย ที่คุณต้องการให้เข้ามาชมเว็บไซต์ของคุณ ควรศึกษาพฤติกรรมบุคคลเหล่านี้ เพื่อให้เว็บไซต์ตอบสนองความต้องการให้มากที่สุด ตัวอย่างเช่น คุณต้องการทำเว็บไซต์เพื่อขายสินค้ากับผู้ชอบเดินทาง คุณจะต้องมีสินค้าสำหรับนักเดินทาง และสินค้าเหล่านี้ต้องสามารถตอบสนองความต้องการของนักเดินทางกลุ่มนี้ได้ เป็นต้น
สร้างบทความที่ให้ความมั่นใจแก่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ มีรีวิวสินค้า มีกิจกรรมภายในเว็บไซต์ จะช่วยให้เกิดพฤติกรรมการกลับมา ของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์

รองรับการค้นหาของ Search Engines
ทำไมต้องออกแบบเว็บไซต์ เพื่อให้รองรับการค้นหาของ Search Engines? เพราะ Search Engine กลายเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่ง และพฤติกรรมใหม่ของมนุษย์ คือการค้นหาความต้องการ ผ่านระบบ Search Engine ที่ถูกติดตั้งใน มือถือ แทบเลต และ คอมพิวเตอร์ ถ้าเว็บไซต์ของคุณออกแบบเพื่อรองรับ Search Engine คุณก็จะไม่พลาดโอกาสการค้นพบ
Search Engine ที่เป็นที่นิยมเป็นอันดับ 1 ในปัจจุบันคือ Google เพียงคุณออกแบบเว็บไซต์ให้เป็นไปตามกฏการค้นหาของ Google ก็เพียงพอ เพราะกติกาของ Search Engine อื่นๆ ไม่แตกต่างกัน

รองรับการใช้งานของระบบ Mobile
ระบบ Mobile เป็นอุปกรณ์ที่มีขนาดเล็กกว่าคอมพิวเตอร์ โปรแกรมทุกชนิดก็ต้องย่อส่วนเพื่อให้ใช้งานในระบบ Mobile ได้ การออกแบบเว็บไซต์เพื่อรองรับของระบบ Mobile หมายถึงการย่อส่วนเว็บไซต์ของคุณ เพื่อให้สามารถอ่าน หรือใช้งานในมือถือได้สะดวกแก่ผู้ใช้งาน จะช่วยเพิ่มความสำเร็จให้แก่เว็บไซต์ เพราะปัจจุบันมือผู้ใช้มือถือ เพื่อเข้าชมเว็บไซต์ถึง 80% และมีสถิติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

อ่านบทความเพิ่มเติม คลิกที่นี่

4 ข้อดีของการลงโฆษณา Facebook ที่คุณอาจไม่รู้

4 ข้อดีของการลงโฆษณา Facebook ที่คุณอาจไม่รู้

เรียกได้ว่า การลงโฆษณา Facebook คือหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดที่จำเป็นมากสำหรับการตลาดในยุคดิจิตอล เนื่องด้วยแพลตฟอร์มนี้มีผู้ใช้งานทั่วโลกในแต่ละเดือนราว ๆ 2,500 ล้านคน โดยแบ่งเป็นคนไทยกว่า 55 ล้านคน หนำซ้ำเกินกว่าครึ่งของจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลกต่างเข้าชมร้านค้าออนไลน์สัปดาห์ละครั้งเป็นอย่างต่ำ ซึ่งด้วยเหตุนี้เหล่าผู้ประกอบการจึงเล็งเห็นโอกาสและเริ่มโปรโมทเพจ Facebook กันมากขึ้น โดยวันนี้เราจะพาไปดูว่าการตลาดบน Facebook ทำแล้วเกิดผลดีอะไรกับธุรกิจของคุณได้บ้าง เอาล่ะ อย่ามัวรีรอ เราไปดูกันเลย ! 

1.Facebook มีผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 2,500 ล้านคน

อย่างที่ได้เกริ่นไปว่า แพลตฟอร์ม Facebook มีผู้ใช้งานมากมายและหลากหลายความต้องการ ซึ่งการลงโฆษณา Facebook จะช่วยให้คุณเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายที่สนใจในสินค้าหรือบริการได้ง่ายขึ้น หนำซ้ำ Facebook ยังมีฐานข้อมูลผู้ใช้งานที่มากด้วยประโยชน์ เนื่องจากไม่ได้มีแค่ข้อมูลทั่วไป อย่าง เพศ อายุ หรือที่อยู่อาศัยเพียงเท่านั้น หากแต่มีข้อมูลด้านความสนใจกระทั่งพฤติกรรมการใช้งาน Facebook ที่มีส่วนช่วยให้ธุรกิจของเราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

2.โฆษณา Facebook ราคาไม่แพง

เมื่อเทียบจากโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ที่สามารถดึงดูดความสนใจและสามารถเจาะกลุ่มลูกค้าได้เป็นวงกว้าง ทั้งยังมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ซึ่งคุณจะเห็นได้ว่าการลงโฆษณา Facebook ตอบโจทย์คนยุคใหม่มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด เพราะในปัจจุบันสื่อโซเชียลมีอิทธิพลมากในสังคมซึ่งไม่ว่าใครก็เข้าถึงได้ นอกจากนี้แพลตฟอร์ม Facebook ยังสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้รวดเร็วกว่าในราคาที่สมเหตุสมผลอีกด้วย

3.Facebook เป็นการสื่อสารแบบสองทาง

การสื่อสารแบบสองทาง หรือ Two Way Communication คือการที่เจ้าของธุรกิจสามารถพูดคุยกับลูกค้าได้โดยตรง และในทางกลับกันลูกค้าเองก็สามารถพูดคุยกับเจ้าของธุรกิจได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งการสื่อสารในลักษณะนี้เป็นผลดีต่อโฆษณา Facebook ตรงที่เราสามารถทราบข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากลูกค้า แล้วนำมาปรับใช้กับธุรกิจของเราได้เลยในทันที

4.โฆษณา Facebook สามารถวัดผลเชิงสถิติได้

Facebook มีเครื่องมือที่ทรงอานุภาพทางการตลาดอยู่นั่นคือ Facebook Insight โดยตัวระบบออกแบบมาให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลหลังบ้านของ Facebook Page ร้านตนเองได้ อีกทั้งเครื่องมือตัวนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบ ดังนี้

  • Facebook Page Insight : แสดงผลข้อมูลวิเคราะห์โดยละเอียดเกี่ยวกับเพจ เช่น จำนวนผู้เข้าชม และการมีส่วนร่วมของลูกค้าที่มีต่อโฆษณา Facebook
  • Facebook Audience Insight : แสดงข้อมูลผู้ติดตาม หรือผู้พบเห็นเพจร้านเรา

ทั้งนี้เราสามารถนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ เพื่อดูว่าลูกค้าชอบการตลาดแนวไหนมากที่สุด ก่อนที่จะนำมาปรับปรุงคอนเทนต์โฆษณา Facebook ของร้านให้ดียิ่งขึ้น

 

คงพอจะเห็นภาพกันแล้วว่า การลงโฆษณา Facebook เป็นช่องทางการตลาดที่ทั้งง่ายและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้รวดเร็วแค่ไหน นอกจากนี้เรายังสามารถอัปเดตข่าวสาร โปรโมชัน หรือแคมเปญต่าง ๆ เพื่อรักษาฐานลูกค้าเก่า รวมถึงดึงดูดลูกค้าใหม่ได้อีกด้วย ดังนั้นหากคุณสนใจลองขอคำปรึกษาจากเอเจนซี่รับ ทำ Facebook Marketing ดูสิ ที่บอกเลยว่า คุ้มเสียยิ่งกว่าอะไร !!

3 เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ที่ บริษัทDigital Marketing อยากบอกคุณ

3 เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ที่ บริษัทDigital Marketing อยากบอกคุณ

เรารู้กันดีว่า ทุกสิ่งอย่างในยุคนี้ล้วนแต่ถูกกำหนดโดยระบบดิจิตอล เฉกเช่นเดียวกับการตลาดออนไลน์ที่นับวันการแข่งขันยิ่งสูงขึ้นอย่างทบทวี และด้วยเหตุนี้การมองหาบริษัทDigital Marketing ผู้สันทัดในด้านการตลาดดิจิตอล จึงเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป แต่ทว่าก็มีอยู่หลายครั้งหลายคราที่ผู้คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการตลาดดิจิตอลอยู่บ้าง ซึ่งวันนี้เราจะหยิบยกมาพูด 3 เรื่องที่เอเจนซี่รับทำการตลาดออนไลน์มองว่าสำคัญ เอาล่ะ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันเลย !

 

1.ดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งไม่ใช่แค่การขายของออนไลน์

ใครหลายคนอาจเข้าใจว่า ดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง คือ การขายของบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ หรือสื่อโซเชียล เพียงอย่างเดียว ซึ่งนั่นก็มีส่วนถูกอยู่ครึ่งหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะอันที่จริงการตลาดออนไลน์เป็นเครื่องมือที่ก่อให้เกิดการซื้อขายได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ E-Commerce หรือการซื้อขายออนไลน์บนแพลตฟอร์มแบบที่หลายคนเข้าใจกันนั่นแหละ ส่วนอีกประเภทหนึ่งคือ การอาศัยเครื่องมือการตลาดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ติดต่อสื่อสารกัน เพื่อที่จะทำการซื้อขายแบบออฟไลน์ โดยวิธีนี้มักถูกใช้กับธุรกิจที่มีมูลค่าสูง เช่น อสังหาริมทรัพย์, ธุรกิจ B2B เป็นต้น

 

2.ในทางดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง Engagement ไม่เท่ากับ ยอดขาย

การทำ โฆษณาออนไลน์บน Facebook ใช่ว่ามี Like เยอะ ๆ แล้วจะมียอดขายเสมอไป แต่กลับกันยอด Like เหล่านั้น ไม่ใช่ยอดขายที่คุณจะได้ เนื่องจากคนที่มากด Like เพียงเพราะชอบคลิกเฉย ๆ หรือพูดให้เข้าใจง่ายคือคลิกแบบไม่คิดอะไร ทั้งนี้กลุ่มที่จะมาเป็นลูกค้าของร้านจริง ๆ เราเรียกคนกลุ่มนี้ว่า กลุ่มชอบดู (Watcher) หมายถึงคนที่ชอบเลื่อนดูแต่ไม่กด Like โดยข้อมูลทางสถิติเผยว่า 90 % ของคนที่ใฝ่ใจและซื้อสินค้าจะไม่คลิก Like ฉะนั้นจึงสรุปได้ว่า พฤติกรรมทางสังคม ไม่ใช่ ประสิทธิภาพของผู้ซื้อแต่อย่างใด

 

3.จ้างวานให้เอเจนซี่รับ ทำ โฆษณา ออนไลน์กระหน่ำยิง Ads เพื่อเพิ่มยอดขาย

ตามความเห็นของบริษัท Digital Agency ผู้คร่ำหวอดด้านการตลาดออนไลน์ส่วนใหญ่ ไม่ได้มองว่าการทุ่มเงินลงทุนไปกับการยิง Ads อย่างเดียวแล้วจะประสบผลสำเร็จ หากแต่ต้องมีการสร้างกลยุทธ์, มีแบบแผน รวมถึงมีการใช้เครื่องมือที่เหมาะสม ทั้งนี้ประการแรกเลยที่ทุกคนต้องมีคือ ‘เป้าหมาย’ ไม่ว่าจะต้องการยอดขาย หรืออยากให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเรื่องนี้สำคัญมาก เพราะหากเป้าหมายไม่ถูกต้อง แม้จะทุ่มงบประมาณลงทุนแค่ไหน แคมเปญก็ไม่มีทางที่จะประสบผลสำเร็จได้เลย

 

ทั้งหมดนี้คือ 3 เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ ซึ่งบริษัทDigital Marketing มองว่าสำคัญ และควรจะไขความจริงให้กระจ่าง ด้วยเหตุที่ในสมัยนี้ ทุกธุรกิจจำเป็นต้องใช้การตลาดดิจิตอลอยู่นั่นเอง ฉะนั้นการมองหาดิจิตอล เอเจนซี่ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ จึงเป็นเรื่องสำคัญ !

โฆษณา Google Search Ads แล้ว ไม่มีลูกค้าติดต่อมาเลย แก้ไขได้อย่างไร

โฆษณา Google Search Ads แล้ว ไม่มีลูกค้าติดต่อมาเลย แก้ไขได้อย่างไร

ผู้ลงโฆษณาใหม่ ในเดือนแรกมักจะเจอปัญหาเหล่านี้ เพราะเดือนแรกจะเป็นช่วง เก็บข้อมูล เก็บพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย

พฤติกรรมผู้เสพสื่อออนไลน์ จากสถิติของกูเกิล :
96% เข้าชมเว็บไซต์เพื่อเก็บข้อมูล
49% เข้าเว็บไซต์อื่นๆด้วยเพื่อเปรียบเทียบ

ดังนั้นเรามีอัตราเพียง 4% ที่จะได้ลูกค้าที่ติดต่อทันที

เราสามารถเพิ่มอัตรา 4% ให้มากขึ้นได้หรือไม่? อย่างไร? ทำได้ด้วยการปรับปรุงต้นทางโฆษณา และ landing page ให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้น

แล้วอีก 96% ที่ไม่ซื้อจะกลับมาหรือไม่? เรื่องนี้น่าจะขึ้นอยู่กับความน่าสนใจในสินค้า หรือบริการของคุณ อาจจะ 30-50-70% แต่นั่นหมายความว่าคุณต้องเปิดโฆษณาอย่างต่อเนื่อง หรือทำโฆษณาแบบ remarketing ควบคู่ไปด้วย เพื่อกลับไปยังลูกค้าเก่า ที่เคยเยี่ยมชมเว็บไซต์คุณมาก่อน

หลังจากปล่อยโฆษณาไปได้สักระยะหนึ่ง 1-2 สัปดาห์ เมื่อผลตอบรับไม่ดี ให้ทำการตรวจสอบโฆษณาอีกครั้งอย่างละเอียด

1. ตรวจสอบคีย์เวิร์ด ที่มีการคลิกโฆษณา ถ้าเห็นว่าคีย์เวิร์ดไหนไม่ส่งผลถึงการขาย เช่น คำว่า ฟรี หรือ การ ก็จัดเก็บเป็นคีย์เวิร์ดเชิงลบ คำนั้นก็จะไม่แสดงอีกต่อไป
2. ปรับคีย์เวิร์ดให้แคบลง คำว่าแคบลง หมายถึง การทำคีเวิร์ตที่ยาวขึ้น เช่น จากคำว่า เว็บไซต์ ซึ่งเป็นคำที่กว้างเกินไป นักเรียน นักศึกษา หรือคนที่ค้นหาเพียงอยากรู้ข้อมูล ที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่จะซื้อ คลิกโฆษณาของคุณ ทำให้เสียค่าคลิกไปเปล่าๆ ถ้าคุณเปลี่ยนเป็น บริการออกแบบเว็บไซต์ คุณก็จะได้คนที่กำลังมองหาการ “บริการออกแบบเว็บไซต์”
3. ลดจำนวนคีเวิร์ต ให้ตรงประเด็นและเกี่ยวกับเนื้อหาบนเว็บไซต์ ให้มากที่สุด บางคนคิดว่าไหนๆ ก็จ่ายเงินให้กูเกิลแล้ว ต้องเอาให้คุ้ม ใส่ทุกคีย์เวิร์ดที่อยากใส่ แบบคิดว่าดักไว้ทุกทาง เป็นความคิดที่ผิด เพราะ “คนค้นหา รับซื้อบ้านเก่า จะไม่ทุบตึกด้วยในเวลาเดียวกัน”
4. Landing Page สำคัญมาก ควรปรับปรุงเว็บไซต์ใหม่ เปรียบเทียบเว็บไซต์คุณกับคู่แข่งที่ ขาย หรือบริการเหมือนกัน จำลองตัวเองเป็นลูกค้าดู แล้วตัดสินว่า content เว็บไซต์ของคุณมีประสิทธิภาพมากพอหรือไม่.
• บทความ ต้องเขียนให้กระชับ ชัดเจน ตรงกับเนื้อความใน แอดโฆษณา มีจุดเด่นเหนือคู่แข่งชัดเจน หรือกระตุ้นให้เกิดการสั่งซื้ออย่างรวดเร็วได้
• Promotion ต้องแรงๆ เป็นตัวเร่งสำคัญให้ติดต่อทันที เช่น โทรเดี๋ยวนี้ รับส่วนลดพิเศษ 50% , สั่งออนไลน์เดี๋ยวนี้รับฟรี เพิ่มอีก 1 ซื้อ 2 ได้ 3 เป็นต้น
• เบอร์โทร ต้องเน้นให้ชัดเจน เมื่อดูบนมือถือ ต้องสามารถคลิกโทรได้เลย
• แบบฟอร์มกรอกจอง ต้องใช้งานได้จริง เมื่อลูกค้ากรอกเสร็จแล้ว ต้องขึ้น message ขอบคุณ พร้อมกับส่งไปยังอีเมล์ที่ลูกค้า และควรติดต่อกลับทันที

ที่มา : https://www.websitegang.com/google-search-ads/