by drsuthichai | Oct 21, 2024 | การศึกษา, ทั่วไป อื่นๆ
สู่ความสำเร็จ…ด้วยความสม่ำเสมอ มากพอ นานพอ
โดย…สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
เคยมีคนไปถาม อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ บุคคลที่โลกยกย่องให้เป็นอัจฉริยะว่า คนที่ประสบความสำเร็จเขามีสูตรอย่างไรในการทำงาน อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ให้ข้อแนะนำมา 3 ข้อ สั้นๆคือ “ สม่ำเสมอ มากพอ นานพอ” ซึ่งกระผมขอขยายความดังนี้
สม่ำเสมอ คือ บุคคลที่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าอาชีพอะไร เขาจะทำงานด้วยความสม่ำเสมอ ไม่หยุดยั้ง แม้ว่าฝนจะตกฟ้าจะร้อง แดดจะร้อนสักเพียงใด เขาจะไม่หยุดทำงาน แต่ในทางตรงกันข้าม เขาจะทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการทำงาน คนที่มีความสม่ำเสมอ มักถือว่าเป็นบุคคลที่มีความขยันขันแข็ง เขาจะทำงานจนวันสุดท้ายและท้ายสุดของชีวิตเลยทีเดียว
มากพอ คือ เขาจะมีการตั้งเป้าหมายในการทำงาน เช่น งานเขียนหากตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเขียนให้ได้เพียงวันละ 1 หน้า กับอีกคนตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเขียนให้ได้วันละ 5 หน้า เวลาผ่านไป 1 เดือน สรุปคนแรกเขียนได้ 30 หน้า กับอีกคนเขียนได้ 120 หน้า ท่านคิดว่า ใครจะมีโอกาสเป็นนักเขียนที่เก่งกว่ากันครับ แน่นอนครับคนที่สอง เพราะเขาทำสิ่งนั้น “มากพอ” ครับ
นานพอ คือ คนที่ประสบความสำเร็จมักทำงานในอาชีพที่เขารัก นานพอ ไม่ใช่ทำแค่ วันสองวันถอดใจเสียแล้ว หรือทำแค่ 1 เดือน ก็หยุดทำอย่างนี้คงประสบความสำเร็จได้ยาก แต่คนที่ประสบความสำเร็จในระดับสูงสุด เขาจะทำงานนั้น ตลอดชีวิตของเขา จนกระทั่งลมหายใจเฮือกสุดท้าย
ดังนั้น การทำงาน ด้วยความสม่ำเสมอ มากพอ และนานพอ เป็นแง่คิดของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ซึ่งท่านได้เสียชีวิตไปนานแล้ว แต่หลักการดังกล่าวยังคงใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย

#image_title
by drsuthichai | Oct 21, 2024 | การศึกษา, ทั่วไป อื่นๆ
วิธีปลุกและปลดล็อคศักยภาพในตัวคุณ
โดย…สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
มนุษย์เราเกิดมาบนโลกนี้มีร่างกายเหมือนกัน ยกเว้นคนพิการ แต่มนุษย์เรามีศักยภาพไม่เหมือนกัน คนพิการบางคนมีศักยภาพมากยิ่งกว่าคนที่มีร่างกายสมบูรณ์ก็มีให้เห็นมาแล้ว อะไรเป็นตัวกำหนดให้มนุษย์เรา เกิดการพัฒนาศักยภาพของตัวเอง เพราะหากว่าเราทราบ เราก็จะสามารถปลุกมันออกมาใช้งานได้
ก่อนอื่นเรามาดูความหมายของคำว่า “ ศักยภาพ ” กันก่อน ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้ให้ความหมายของคำว่า “ ศักยภาพ ” คือ ภาวะแฝง,อำนาจหรือคุณสมบัติที่มีแฝงอยู่ในสิ่งต่างๆ อาจทำให้พัฒนาหรือให้ปรากฏเป็นสิ่งที่ประจักษ์ได้ เช่น เขามีศักยภาพในการทำงานสูง น้ำตกขนาดใหญ่มีศักยภาพในการให้พลังงานได้มาก เป็นต้น
มนุษย์มีพลังแฝงกันทุกๆคน แต่คนส่วนใหญ่ในโลกน้อยคนนักที่จะปลุกมันออกมาใช้งาน หรือสร้างมันขึ้นมา ตรงกันข้ามคนที่ประสบความสำเร็จมักเป็นคนที่ปลุกพลังแฝงออกมาใช้งาน ในตอนนี้เราจะมาเรียนรู้ หลักการเพื่อที่จะได้นำเอาไปปฏิบัติ หลักการบางประการที่ทำให้คนประสบความสำเร็จในการปลุกศักยภาพมีดังนี้
1.จงสร้างเป้าหมายขึ้นมาในชีวิต คนส่วนใหญ่ในโลกนี้ มักดำเนินชีวิตไปตามเวรตามกรรม ไม่ทราบว่าตนเองต้องการอะไร ตนเองชอบอะไร ตนเองเกิดมาเพื่อที่จะทำสิ่งใด หรือ ไม่ทราบว่าตนเองทำสิ่งนั้นแล้วเกิดความสุขมากที่สุดในชีวิต แต่มนุษย์เราในโลกนี้ กลับดำเนินชีวิตอย่างไม่ค่อยมีความสุข เรามักจะเห็นคนจำนวนมากพร่ำบ่นถึงเรื่องงานที่หนัก เครียด เบื่อ อยากที่จะเปลี่ยนงาน สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น คือ เราไม่มีเป้าหมายในชีวิต เราไม่รู้ว่าทิศทางของชีวิตจะไปหนทางไหน เปรียบเสมือน เรือที่ลอยอยู่กลางทะเล ไม่มีเป้าหมายว่าจะไปทิศทางไหน ดังนั้น หากท่านต้องการเพิ่มศักยภาพในตัวท่าน กระผมขอให้ท่านจงเริ่มกำหนด เป้าหมายของชีวิตไว้ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป จงหาเป้าหมายที่ท่านต้องการจริงๆในชีวิต จงหาความต้องการที่แท้จริงของตนเอง
2.จงมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า มีคนหลายคนเคยถามกระผมว่า เขาก็มีเป้าหมายในชีวิตแล้ว แต่ทำไม ถึงไม่ประสบความสำเร็จ ผมก็ตอบเขาไปว่า “คุณขาดความปรารถนาอย่างแรงกล้า” เพราะหากท่านมีความต้องการอยากจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้จริงๆ ท่านก็จะคิดถึงมันตลอดเวลา ท่านจะฝันถึงมันตลอดเวลา ท่านก็จะหาวิธีการใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ตนเองได้ไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ ผมขอเปรียบเทียบ หากว่าท่านต้องการที่จะขับรถจากกรุงเทพไปภูเก็ตในเวลากลางคืน ท่านไม่เห็นภูเก็ต แต่ไฟด้านหน้ารถส่องไปได้แค่ไม่เกิน 200 เมตร แต่เป้าหมายของท่านคือภูเก็ต ท่านมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะไปภูเก็ตให้ได้ รถก็จะพาท่านเคลื่อนไปจนถึงภูเก็ตในที่สุด ดังนั้น หากท่านต้องการไปถึงเป้าหมายจงมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าต่อเป้าหมายที่ได้วางไว้ จงหมกมุ่นต่อเป้าหมายนั้น
3.ปลุกพลังในตัวคุณอยู่ตลอดเวลา หลายคนมีเป้าหมาย มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าแล้ว แต่เมื่อลงมือทำงานเพื่อไปตามความฝันตนเอง เวลาเกิดปัญหา เกิดอุปสรรค มักท้อแท้ ท้อถอย ดังนั้น หากท่านต้องการประสบความสำเร็จ ท่านควรหล่อเลี้ยงกำลังใจของตนเองตลอดเวลา เช่น ท่านต้องหมั่นคิดบวก พูดบวก กับตนเองบ่อยๆ , ฝึกจินตนาการถึงความสำเร็จบ่อยๆ ,ฝึกสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง เป็นต้น
ท้ายนี้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและเกิดผลลัพธ์ กระผมจึงขอแนะนำให้ท่านทำแบบฝึกหัดดังต่อไปนี้
- จงเขียนเป้าหมายเป็นลายลักษณ์อักษร มีการกำหนดระยะเวลาให้ชัดเจน เขียนรายละเอียดต่างๆ ลงไปในกระดาษหรือสมุดบันทึก
- หมั่นทบทวนเป้าหมายบ่อยๆ ท่านอาจนำรูปภาพสิ่งต่างๆ ที่ท่านต้องการ โดยตัดภาพนั้นแล้วติดตามห้องที่ท่านสังเกตเห็นได้ง่ายหรือเป็นประจำ
- หมั่นฝึกฝนพัฒนาตนเองตลอดเวลา ไม่หยุดนิ่ง โดยเข้ารับการอบรม อ่านหนังสือ ฟังการบรรยาย สัมมนา เพื่อที่จะได้นำเทคนิคต่างๆ ไปใช้ได้

#image_title
by drsuthichai | Oct 21, 2024 | ทั่วไป อื่นๆ
สู้ไม่ถอย…เหนื่อยไม่ท้อ…
โดย…สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
บุคคลสำคัญๆในประวัติศาสตร์หรือบุคคลที่ประสบความสำเร็จ พวกเขาเหล่านั้นมักมีคุณสมบัติหลายประการ แต่มีอยู่ประการหนึ่งที่คนสำคัญหรือบุคคลที่ประสบความสำเร็จมีเหมือนๆกันก็คือ การสู้ไม่ถอย
คนเรามีสิทธิ์ท้อได้ แต่คนที่สู้ไม่ถอยเท่านั้น จึงจะนำพาตัวเองผ่านอุปสรรคต่างๆไปได้ ถ้าท่านเป็นบุคคลหนึ่งที่ต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต ท่านจำเป็นจะต้องปลูกฝังอุปนิสัย “ สู้ไม่ถอย ” ไว้กับตัวของท่านเอง
– โคลัมบัส นักเดินทาง นักเสี่ยงภัย ได้เดินทางท่ามกลางทะเลมหาสมุทร แอตแลนติก เพื่อหาทาง
ไปยังประเทศอินเดีย ซึ่งคนในยุคนั้นไม่เชื่อว่าเขาจะทำได้ เขาต้องต่อสู้กับคำสบประมาท การถูกดูถูก อีกทั้งต้องต่อสู้กับกลาสีเรือที่ต้องการเดินทางกลับบ้านในระหว่างการเดินทางอยู่ท่ามกลางมหาสมุทร แอตแลนติก จากความเด็ดเดี่ยวและหัวใจที่สู้ไม่ถอย ทำให้เขาค้นพบดินแดนใหม่ ก็คือ ทวีปอเมริกา
– แลนซ์ อาร์มสตรอง นักปั่นจักรยานมืออาชีพ เมื่อเขาทราบว่าเขาเป็นโรคมะเร็งในปอด เขาเข้า
รับการรักษาและรับคีโม แม้ร่างกายตอนนั้นเขาจะย่ำแย่ แต่สภาพจิตใจของเขา “ สู้ไม่ถอย” การปั่นจักรยานเป็นกีฬาและอาชีพที่เขารัก เขาจึงตัดสินใจเข้าแข่งขันในสนามที่โหดที่สุดหรือยากที่สุด เขาทุ่มเทกำลังในการซ้อม ซ้อม และซ้อม อย่างหนัก จนในที่สุดเขาเป็นแชมป์และได้รับรางวัลต่างๆจากการแข่งขันจักรยานอีกหลายสนาม
– หลวงวิจิตรวาทการ ท่านเป็นนักเขียน นักการเมือง นักการทูต นักคิด นักอะไรอีกมากมาย เคย
มีคนไปถามท่านว่า ตอนที่ท่านอยู่ในคุกเพราะเจอวิกฤตชีวิตทางด้านการเมือง “ ท่านทำไมอยู่ได้ตั้งนาน ท่านไม่ทุกข์บ้างหรือ ” ท่านตอบกลับว่า “ ท่านจะทุกข์ได้อย่างไรเพราะภายในคุกมีงานให้ท่านทำตั้งมากมาย” ท่านจึงสามารถผลิตผลงานต่างๆได้อย่างมากมาย โดยเฉพาะงานเขียนหนังสือ ก็ด้วยหัวใจที่ “สู้ไม่ถอย” ขนาดคุกยังไม่สามารถมาปิดกั้นในการทำงานของท่านได้
– ยายไฮ ขันจันทา นักต่อสู้แห่งจังหวัดอุบลราชธานี ยายไฮได้ต่อสู้กับความไม่เป็นธรรม ที่ถูก
ทางการเวนคืนที่ดินที่เป็นสิทธิทำกินของเธอไปสร้างเขื่อน เป็นเวลาถึง 27 ปี ด้วยความมีหัวใจที่ “สู้ไม่ถอย” ยายไฮ จึงเป็นผู้ชนะในที่สุด
– สตีฟ จอบส์ คนบ้าอะไรสู้ไม่ถอย เป็นอีกคนหนึ่งที่มีจิตใจเด็ดเดี่ยว เขาตัดสินใจลาออกจาก
มหาวิทยาลัย แล้วเลือกทำในสิ่งที่เขารักโดยเขาตั้งบริษัท แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ จนสร้างความร่ำรวยได้อย่างมากมาย ตอนเขาอายุ 30 ปี เขาถูกไล่ออกจากบริษัทแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ ที่เขาก่อตั้งขึ้นมาเอง เนื่องจากผู้บริหารที่เขาจ้างและเชิญมาให้ทำงานร่วมกับเขารวมหัวกับกรรมการบริษัทไล่เขาออก แต่ด้วยความมีหัวใจที่ “ สู้ไม่ถอย” เขาก่อตั้งบริษัท Next และ Pixar สร้างการ์ตูนแอนิเมชั่น จนประสบความสำเร็จมากมาย ในที่สุด บริษัท แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ ได้ซื้อบริษัท Next จึงทำให้เขาได้กลับไปยังบริษัทแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์อีกครั้ง
ดังนั้น การสู้ไม่ถอย จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนๆหนึ่งประสบความสำเร็จ และเช่นกัน การสู้ไม่ถอย ได้ทำให้คนจำนวนมากเกิดความล้มเหลวเพราะการเลิกล้ม ไม่ยอมเดินหน้าต่อ ไปยังจุดมุ่งหมายปลายทาง
เอเมอร์สัน นักปราชญ์ชาวอเมริกา กล่าวไว้ว่า “ ผู้ที่เชื่อว่าตนเองสามารถทำได้นั้น จะเป็นผู้ชนะเสมอ” และ “จงทำงานที่ท่านกลัวเถิด แล้วเจ้าความกลัวก็จะหายไปอย่างแน่นอน”

#image_title
by drsuthichai | Oct 21, 2024 | ทั่วไป อื่นๆ

ความกล้าเท่ากับความสำเร็จ…แล้วคุณกล้ามั้ยที่จะเริ่ม….
โดย…สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.om
คนที่ประสบความสำเร็จไม่ว่าจะอยู่ในแวดวงใด เขามักเริ่มต้นจากความกล้าก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งความกล้าในที่นี้มีหลายประการที่คนประสบความสำเร็จจะต้องกล้าเริ่มต้น คือ
กล้าคิด Idea คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่จะเป็นคนที่กล้าคิด และคนที่ประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ มักจะคิดอะไรไม่เหมือนคนอื่น เขาเหล่านั้นจะกล้าคิดต่าง คิดแปลก จากคนทั่วไป เช่น
– สมัยอดีต รถยนต์สมัยแรกๆ มักใช้แกนเหล็กหมุนเวลาที่จะสตาร์ทเครื่อง ไม่เหมือนกันปัจจุบันที่สตาร์ทรถยนต์ง่ายๆ ด้วยการใช้มือหมุนกุญแจบิดสตาร์ท เช้าวันหนึ่ง นายชาร์ลส ได้ยืนสตาร์ทรถยนต์ด้วยแกนเหล็กที่หน้าบ้าน
แต่ปรากฏว่ากระบอกสูบไม่หมุน นายชาร์ลส จึงออกแรงสะบัดแกนเหล็กเพื่อให้กระบอกสูบหมุนปรากฏว่า แกนเหล็กนั้นไปดีดใส่แขนของเขาจนหัก เขาลงไปนอนข้างล่างกับพื้นด้วยความเจ็บปวด หลังจากนั้น เขาก็กล้าที่จากคิดแตกต่างจากคนอื่นๆ เขาคิดว่าจะทำอย่างไรให้การสตาร์ทรถยนต์ง่ายขึ้น เพราะหากเป็นเช่นนี้ อาจเกิดอุบัติเหตุเหมือนกับเขากับคนอื่นๆได้ จึงเป็นที่มาของการสตาร์ทรถยนต์ ด้วยการใช้กุญแจบิดสตาร์ท นี่ก็เพราะการกล้าคิดของ นายชาร์ลส จึงทำให้พวกเราได้สตาร์ทรถยนต์ได้ง่ายขึ้น อีกทั้งช่วยลดอุบัติเหตุที่เกิดจากการสตาร์ทรถยนต์อีกด้วย
กล้าจินตนาการ Imagine อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ กล่าวไว้ว่า “ จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ” คนปกติธรรมดาในยุคปัจจุบันได้เรียนหนังสือกันเกือบทุกคน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตไม่ว่าการทำงาน หน้าที่ สาเหตุหนึ่งเกิดจาก การขาดจินตนาการ คนปกติธรรมดา มักจะทำอะไรเหมือนคนอื่นๆ ไม่กล้าที่จะลองจินตนาการ ไม่กล้าที่จะคิดสร้างสรรค์สิ่งแปลกๆใหม่ๆขึ้นมาในชีวิต
กล้าลงมือทำ Action เมื่อมีความคิดแล้ว มีจินตนาการแล้ว แต่ขาดซึ่งการลงมือทำ สิ่งต่างๆที่คิด ที่จินตนาการก็ไม่สามารถเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้ ดังนั้นจงกล้าที่จะลงมือทำ ลงมือปฏิบัติ สิ่งต่างๆจึงจะเกิดขึ้น เหมือนดังที่เราคิดและเราจินตนาการ
กล้าพัฒนา Develop เมื่อลงมือทำไปแล้ว แน่นอนว่าจะต้องเกิดการผิดพลาด บกพร่องในสิ่งที่เราทำ บุคคลที่ประสบความสำเร็จมักกล้าที่จะพัฒนา กล้าเปลี่ยนแปลง แผนต่างๆที่คิดไว้ ที่จินตนาการไว้ เพื่อให้การทำงานนั้นเกิดความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
กล้าที่จะควบคุม Control คนที่ประสบความสำเร็จส่วนมากแล้ว มักจะเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ ควบคุมตนเอง อยู่เสมอ เขาจะเป็นคนที่มีวินัยในการทำสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะวินัยในการทำงาน เช่น นักเขียนที่ประสบความสำเร็จเขาจะจัดสรรเวลาในการทำงานเขียน แล้วเขาก็จะลงมือเขียนตามแผนการที่เขาวางไว้ โดยที่ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง
ฉะนั้น เขาจึงมีผลงานการเขียนออกมาสู่สายตาผู้อ่านอย่างสม่ำเสมอ
กล้าเปลี่ยนแปลง Change คนเราโดยมากมักไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง แต่คนเราจะเจริญก้าวหน้าก็ด้วยเพราะการเปลี่ยนแปลง หากท่านเป็นผู้หนึ่งที่ต้องการประสบความสำเร็จท่านต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง แล้วท่านจะประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางความคิด เปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน
หากว่าท่านมีความกล้าตามข้อความข้างต้น กระผมเชื่อว่า ท่านจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน จงเดินทางเข้าไปหาความสำเร็จ แทนการที่จะนั่งรอความสำเร็จมาหาท่าน หากว่าท่านต้องการไปเที่ยวภูเขาที่สวยงามสักลูก ขอให้ท่านจงเริ่มต้นออกเดินทาง แทนที่ท่านจะนั่งรอ นอนรอ ให้ภูเขาลูกนั้น เคลื่อนตัวมาหาท่าน จงกล้าที่จะเริ่มต้นแล้วท่านจะประสบความสำเร็จ
by SompitMekmok | Oct 18, 2024 | ทั่วไป อื่นๆ, แนะนำสินค้าและบริการ
ไม้ซูคูพิรา: มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ สู่ความแข็งแกร่งที่ยั่งยืน
ไม้ซูคูพิรา นับเป็นของขวัญจากธรรมชาติที่มอบความสวยงามและความแข็งแกร่งมาสู่มนุษย์ ด้วยลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์และคุณสมบัติพิเศษ ทำให้ไม้ชนิดนี้เป็นที่ต้องการของผู้ที่ชื่นชอบความเป็นธรรมชาติและความทนทาน
มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ
ไม้ซูคูพิราเติบโตในป่าฝนเขตร้อนของอเมริกาใต้ ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายและเต็มไปด้วยความท้าทาย ทำให้ต้นไม้ต้องพัฒนาตัวเองให้แข็งแรงและทนทานต่อสภาพอากาศที่แปรปรวนและศัตรูธรรมชาติต่างๆ ผลลัพธ์ที่ได้คือไม้ที่มีเนื้อละเอียดแน่น สีสันสวยงาม และลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเกิดจากการเจริญเติบโตของวงปีและการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในแต่ละปี
ความแข็งแกร่งที่เหนือกว่า
หนึ่งในคุณสมบัติที่โดดเด่นของไม้ซูคูพิราคือความแข็งแรงทนทานสูงกว่าไม้ชนิดอื่นๆ ถึง 30% ด้วยความหนาแน่นของเนื้อไม้ ทำให้ไม้ซูคูพิราสามารถรับน้ำหนักได้มาก ทนทานต่อการขีดข่วน รอยบุบ และการสึกหรอได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่มีการใช้งานสูง เช่น พื้นบ้าน บันได หรือเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องรับน้ำหนักมาก
คุณสมบัติพิเศษอื่นๆ
นอกจากความแข็งแรงแล้ว ไม้ซูคูพิรายังมีคุณสมบัติพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย เช่น
- ความเสถียร: ไม้ซูคูพิรามีความเสถียรสูง ไม่บิดเบี้ยวหรือโก่งตัวง่าย ทำให้คงรูปทรงได้เป็นอย่างดี
- ความทนทานต่อปลวกและแมลง: เนื้อไม้มีความหนาแน่นและมีสารเคมีธรรมชาติที่ช่วยป้องกันการทำลายจากปลวกและแมลง
- ความสวยงาม: ลวดลายและสีสันของไม้ซูคูพิรามีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ทำให้เฟอร์นิเจอร์และวัสดุตกแต่งที่ทำจากไม้ซูคูพิราดูมีระดับและหรูหรา
การนำไปใช้งาน
ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น ทำให้ไม้ซูคูพิราถูกนำไปใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมาย เช่น
- พื้นไม้: พื้นไม้ซูคูพิราให้ความรู้สึกแข็งแรง ทนทาน และสวยงาม เหมาะสำหรับการปูพื้นในห้องต่างๆ ของบ้าน
- บันได: บันไดไม้ซูคูพิราแข็งแรง ทนทานต่อการสึกหรอ และให้ความรู้สึกหรูหรา
- เฟอร์นิเจอร์: เฟอร์นิเจอร์ไม้ซูคูพิรา เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ตู้ เป็นที่นิยมของผู้ที่ชื่นชอบเฟอร์นิเจอร์ที่มีคุณภาพและความสวยงาม
- วัสดุตกแต่งภายใน: ไม้ซูคูพิราสามารถนำมาใช้ในการตกแต่งภายในได้หลากหลายรูปแบบ เช่น ผนัง วงกบประตู หรือทำเป็นงานศิลปะ
สรุป
ไม้ซูคูพิราเป็นไม้ที่มีคุณสมบัติพิเศษและความสวยงามที่น่าทึ่ง การเลือกใช้ไม้ซูคูพิราในการตกแต่งบ้านหรือสร้างเฟอร์นิเจอร์ จึงเป็นการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูง ทนทาน และมีความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้บ้านของคุณดูมีระดับและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น
by drsuthichai | Oct 18, 2024 | ทั่วไป อื่นๆ

การเตรียมตัว การเตรียมการพูด การเตรียมการสอนการบรรยาย
โดย….ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
จากประสบการณ์การเป็นวิทยากรหรือการเป็นพิธีกรของกระผม ผมมักให้ความสำคัญในการเตรียมการพูดค่อนข้างมาก เหมือนดังคนชกมวย ต้องมีการฝึกซ้อมชกทุกวัน พอถึงเวลาชกจริงจะได้มีแรงมีพลัง มีความคล่องตัวในการชกจริง หรือนักกีฬาที่ต้องการแข่งขันก็เช่นกัน ต้องมีการซ้อมอย่างเอาจริงเอาจัง ถึงจะประสบความสำเร็จ
คนที่อยากจะเป็นนักพูดก็เช่นเดียวกันกับนักกีฬา ต้องมีการฝึกฝนการพูดหรือการเตรียมตัว อยู่เป็นประจำ จึงจะประสบความสำเร็จในการขึ้นเวทีการพูด ทำให้การพูดคล่องขึ้น ไม่ติดขัด เวลาพูดสามารถจัดระเบียบความคิดได้อย่างเป็นลำดับขั้นตอน ไม่ประหม่าเวที (สำหรับท่านใดต้องการพูดคล่องขึ้น ไม่ติดขัด ท่านควรอ่านหนังสือออกเสียงหลายๆ เที่ยว)
ดังนั้นการเตรียมการพูดจึงมีความสำคัญเป็นอันมากจนกระทั่งมีผู้กล่าวไว้ว่า “ ผลสำเร็จในการพูดแต่ละครั้งมักขึ้นอยู่กับการเตรียมถึง 70-80 % อีก 20-30 % อยู่ที่การพูดบนเวที
จากบทความนี้ กระผมขอเขียนเรื่องของการเตรียมการพูด ซึ่งการเตรียมตัวที่ดีต้องมีองค์ประกอบดังนี้
1.ในการพูดแต่ละครั้ง เราต้องตั้งเป้าหมายของการพูดของเราเสียก่อน เช่น ในการพูดครั้งนั้น เราต้องการพูดเพื่ออะไร ซึ่งเป้าหมายของการพูดมีหลายประเภท เช่น พูดเพื่อให้กำลังใจ พูดเพื่อให้ความบันเทิง พูดเพื่อให้ข่าวสารข้อมูล และพูดเพื่อให้เกิดการกระทำขึ้น เมื่อระพำไราทราบวัตถุประสงค์แล้ว เราจึงมาเตรียมการพูด ทั้งเรื่องของเนื้อหา ลีลา ท่าทาง น้ำเสียง อารมณ์ในการพูด ฯลฯ
2.เตรียมเนื้อหา การพูดแต่ละครั้งเราจะต้องเตรียมเนื้อหา ว่าเราจะพูดประเด็นไหน ขึ้นต้นอย่างไร เนื้อหาอย่างไร สรุปจบอย่างไร สำหรับคนที่ฝึกพูดใหม่ๆ กระผมแนะนำให้เขียนเนื้อหาทั้งหมดลงในกระดาษ (ขึ้นต้น ต้อง ตื่นเต้น ตอนกลาง อนกลางื่นเต้น ารพูดคล่องขึ้น ไม่ติดขัด ท่านควรอ่านหนังสือออกเสียงหลายๆ เที่ยว่อท่านประสบความสำเร็จ เช่น ชื่อเสียง เงินทอง ตำแหน ต้อง กลมกลืน สรุปจบ ต้อง ประทับใจ) ถ้าเวลาในการพูดเขาให้เวลาน้อย เราก็ต้องนำเนื้อหาทั้งหมดนั้นมาย่อ แต่ถ้าเขาให้เวลามาก เราก็นำเรื่องที่เราเตรียมมาขยายความ
3.ฝึกซ้อมพูดคนเดียวหรืออาจมีคนฟังในการฝึกซ้อมพูดของเรา แต่ทางที่ดีควรให้ผู้ฟัง ฟังแล้วเสนอแนะ ข้อดี ข้อเสีย แก่เรา ว่าเราควรปรับปรุงการพูดอย่างไร สำหรับการฝึกพูด เราควรจับเวลาด้วย ผู้ฝึกใหม่ๆ ควรฝึกหัดพูดสัก 2-5 นาที ก่อน เมื่อฝึกพูดจนคล่องและเกิดความมั่นใจแล้ว จึงค่อยฝึกเพิ่มเวลาในการพูดขึ้น ยิ่งท่านฝึกพูดซ้อมพูดมากครั้งเท่าไร ก็จะทำให้การพูดของท่านดีขึ้นเท่านั้น
แต่เมื่อท่านฝึกแล้วเกิดความท้อใจ ขอให้คิดถึงผลประโยชน์ต่างๆ ที่ท่านจะได้รับเมื่อท่านประสบความสำเร็จ เช่น ชื่อเสียง เงินทอง ตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ ความเป็นผู้นำในท้องถิ่น ท้องที่ หรือ เมือง ของท่าน
ศาสตราจารย์ วิลเลี่ยม เจมส์ นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้กล่าวว่า เราไม่จำเป็นต้องไปกังวลในการฝึกของเราเลย ขอให้เราฝึกไปเรียนไป อย่างสม่ำเสมอ ไม่หยุด แล้วในวันหนึ่งเราจะพบว่า เราไม่เป็นรองใครเลยในวงการที่เราฝึกไปเรียนไปนั้น บุคคลที่สำคัญในประวัติศาสตร์ ไม่มีอะไรแตกต่างจากคนธรรมดาเลย แต่บุคคลสำคัญเหล่านั้น เป็นคนเอาจริงเอาจัง ไม่เคยย่อท้อเท่านั้นเอง
ถ้าท่านเตรียมตัวดี แล้วฝึกซ้อมพูดคนเดียวสัก 3 ครั้ง ท่านจะพูดได้ดี แต่ถ้าท่านเตรียมตัวดี แล้วฝึกซ้อมการพูดคนเดียวสัก 6 ครั้ง ท่านจะเกิดความมั่นใจในการพูดมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ถ้าท่านซ้อมพูดคนเดียวมากเท่าไร ท่านก็จะพูดได้ดีเท่านั้น
การพูดที่ยาวเกินไป ส่วนใหญ่เกิดจากการคิดหรือการเตรียมตัวที่ไม่นานพอ