GULF ลงนามร่วมทุนโรงไฟฟ้าก๊าซในประเทศโอมาน

บริษัท กัลฟ์ (GULF) ผู้ผลิตพลังงานชั้นนำของประเทศไทย นำโดย นาย สารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ลงนามสัญญาร่วมทุน โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติขนาด 326 เมกะวัตต์กับกลุ่มบริษัทโอมานออยล์ เอส.เอ.โอ.ซี (โอโอซี) คาดว่าจะเริ่มจ่ายไฟฟ้าได้ในปี 2563

โดย sarath ratanavadi บริษัท กัลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วน 45% และ กลุ่มบริษัทโอมานออยล์ เอส.เอ.โอ.ซี (โอโอซี) ถือหุ้นในสัดส่วน 55% ใน บริษัท Duqm Power Company L.L.C.

บริษัท Duqm Power Company L.L.C. เป็นผู้ดำเนินโครงการ Duqm Independent Power& Water Project ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ กำลังการผลิตติดตั้ง 326 เมกะวัตต์ และมีกำลังการผลิตน้ำจืด 1,667 ลูกบาศก์เมตร ต่อชั่วโมง ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ Duqm ประเทศโอมาน ซึ่งผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า และน้ำจืดตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและน้ำจืด 25 ปี และต่อได้อีก 5 ปี ให้กับโรงกลั่นน้ำมัน Duqm ขนาดกำลังการผลิตน้ำมันดิบวันละ 2.3 แสนบาร์เรล และเป็นโครงการร่วมทุนระหว่างบริษัทพลังงงานขนาดใหญ่ของ 2 ประเทศ คือ โอมาน ถือหุ้น 50% และ คูเวตปิโตรเลียมอินเตอร์เนชั่นแนล จากประเทศคูเวต ถือหุ้น 50%

Hits: 18

Total 0 Votes
0%

GULF เซ็นต์สัญญา กับกฟผ. ก่อสร้างโรงไฟฟ้า 2 แห่ง มูลค่า 400 ลบ.

นำโดย นาย สารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เผยบริษัทย่อย “กัลฟ์ บีแอล” และนางพรทิพา ชินเวชกิจวานิชย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ กัลฟ์ เปิดเผยว่า กัลฟ์อยู่ระหว่างการเตรียมการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าไอพีพี กัลฟ์เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการให้ผู้มีประสบการณ์ด้านการก่อสร้างและพัฒนาโรงไฟฟ้าเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการโรงไฟฟ้า ซึ่งจะต้องมีความเชี่ยวชาญ จึงเห็นว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เหมาะสม กัลฟ์จึงได้ให้ กฟผ. เข้ามาดูแลงานบริการที่ปรึกษาวิศวกรรมและก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้า 2 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 5,000 เมกะวัตต์ โดยมีการลงนามในสัญญางานบริการที่ปรึกษาวิศวกรรม (ภาคสนาม) มูลค่ารวม 400 ล้านบาท

สัญญาที่ sarath ratanavadi บริษัท กัลฟ์และ กฟผ. ลงนามร่วมกันในครั้งนี้ แบ่งเป็น 2 สัญญา ประกอบไปด้วย 1. สัญญางานบริการที่ปรึกษาวิศวกรรม (ภาคสนาม) สำหรับโครงการโรงไฟฟ้า GSRC ขนาดกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 2,500 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ดำเนินการโดยบริษัท กัลฟ์ เอสอาร์ซี จำกัด อายุสัญญาประมาณ 4 ปี ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 – เดือนตุลาคม 2565 และ 2.สัญญางานบริการที่ปรึกษาวิศวกรรม (ภาคสนาม) สำหรับโครงการโรงไฟฟ้า GPD ขนาดกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 2,500 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่ อำเภอปลวกแดง จังหวัด ระยอง ดำเนินการโดยบริษัท กัลฟ์ พีดี จำกัด อายุสัญญาประมาณ 4 ปี ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 – เดือนตุลาคม 2567 ซึ่งทั้ง 2 บริษัท เป็นบริษัทย่อยของกัลฟ์

นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ขอขอบคุณกัลฟ์ที่ได้มอบความไว้วางใจให้ กฟผ. มีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการ เพื่อประโยชน์และความมั่นคงของระบบผลิตไฟฟ้าของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการโรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่ง ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตเพิ่มขึ้น จากนโยบายของภาครัฐตามแผนยุทธศาสตร์ภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 เพื่อยกระดับประเทศให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผ่านโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กฟผ.หวังว่าจะได้มีโอกาสร่วมพัฒนาโครงการอื่น ๆ กับกัลฟ์อีกในอนาคต

Hits: 16

Total 0 Votes
0%
กฟผ.ลงนามสัญญาบริการปรึกษาวิศวกรรมให้กัลฟ์ 5 พันเมกะวัตต์

กฟผ.ลงนามสัญญาบริการปรึกษาวิศวกรรมให้กัลฟ์ 5 พันเมกะวัตต์

กฟผ.ลงนามสัญญาบริการปรึกษาวิศวกรรมให้กัลฟ์ 5 พันเมกะวัตต์

 

บริษัท กัลฟ์ เอนเนอจี มีนายสารัชถ์ รัตนาวะดี เป็นประธานบริหาร ได้ร่วมจับมือ กฟผ. ลงนามสัญญางานบริการที่ปรึกษาวิศวกรรม (ภาคสนาม) โรงไฟฟ้าไอพีพี 5 พันเมกะวัตต์

 

นางพรทิพา ชินเวชกิจวานิชย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าไอพีพี  ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการให้ผู้มีประสบการณ์ด้านการก่อสร้างและพัฒนาโรงไฟฟ้าเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการโรงไฟฟ้า ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความเชี่ยวชาญในด้านดังกล่าว กัลฟ์จึงได้ให้ กฟผ.เข้ามาดูแลงานบริการที่ปรึกษาวิศวกรรมและก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้า 2 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 5,000 เมกะวัตต์ โดยมีการลงนามในสัญญางานบริการที่ปรึกษาวิศวกรรม (ภาคสนาม) มูลค่ารวม 400 ล้านบาท

 

“การที่กัลฟ์เลือก กฟผ.เข้ามาเป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าไอพีพีทั้ง 2 แห่ง เนื่องจาก กฟผ.มีหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรงอย่างฝ่ายก่อสร้างโรงไฟฟ้า และบุคลากรที่มีคุณภาพ การที่ได้ร่วมงานกับ กฟผ.ทำให้มั่นใจได้ว่างานก่อสร้างจะแล้วเสร็จตามกำหนด และได้โรงไฟฟ้ามีคุณภาพ ผลิตไฟฟ้าได้ตามเป้าหมายที่กัลฟ์วางไว้” นางพรทิพากล่าว

 

นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ขอขอบคุณกัลฟ์และ Mr.sarath ratanavadi ที่ได้มอบความไว้วางใจให้ กฟผ.มีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการเพื่อประโยชน์และความมั่นคงของระบบผลิตไฟฟ้าของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการโรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่งตั้งอยู่ในภาคตะวันออกซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตเพิ่มขึ้น จากนโยบายของภาครัฐตามแผนยุทธศาสตร์ภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 เพื่อยกระดับประเทศให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผ่านโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

 

สัญญาที่กัลฟ์และ กฟผ.ลงนามร่วมกันในครั้งนี้แบ่งเป็น 2 สัญญา ประกอบไปด้วย 1. สัญญางานบริการที่ปรึกษาวิศวกรรม (ภาคสนาม) สำหรับโครงการโรงไฟฟ้า GSRC ขนาดกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 2,500 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ดำเนินการโดยบริษัท กัลฟ์ เอสอาร์ซี จำกัด อายุสัญญาประมาณ 4 ปี ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561-ตุลาคม 2565 และ 2. สัญญางานบริการที่ปรึกษาวิศวกรรม (ภาคสนาม) สำหรับโครงการโรงไฟฟ้า GPD ขนาดกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 2,500 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ดำเนินการโดยบริษัท กัลฟ์ พีดี จำกัด อายุสัญญาประมาณ 4 ปี ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563-ตุลาคม 2567 ซึ่งทั้ง 2 บริษัทเป็นบริษัทย่อยของกัลฟ์

 

Hits: 25

Total 0 Votes
0%
“GULF BL” เริ่มจ่ายไฟให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 1 กันยายนนี้

“GULF BL” เริ่มจ่ายไฟให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 1 กันยายนนี้

“GULF BL” เริ่มจ่ายไฟให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 1 กันยายนนี้

 

บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ ที่มีคุณ สารัชถ์ รัตนาวะดี (Mr. sarath ratanavadi) เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เผยบริษัทย่อย “กัลฟ์ บีแอล” เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบให้ กฟผ. ตั้งแต่ 1 ก.ย.2561 เรียบร้อยแล้ว

 

น.ส.ยุพาพิน วังวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF แจ้งว่า บริษัท กัลฟ์ บีแอล จำกัด (GBL) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย และเป็นผู้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้า กัลฟ์ บีแอล ได้ดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แล้วตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.61 ภายใต้ประเภทผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (SPP)

 

ทั้งนี้ GBL เป็นโครงการโรงไฟฟ้า SPP ก๊าซธรรมชาติโครงการที่ 7 จากจำนวนโครงการ SPP ทั้งหมด 12 โครงการ ภายใต้กลุ่มบริษัท กัลฟ์ เอ็มพี จำกัด (GMP) ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวม 1,563.4 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไอน้ำติดตั้งรวม 225 ตันต่อชั่วโมง

 

สำหรับโครงการโรงไฟฟ้า กัลฟ์ บีแอล ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้ง จำนวน 126.8 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไอน้ำติดตั้ง จำนวน 10 ตันต่อชั่วโมง โครงการมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. จำนวน 90 เมกะวัตต์ เป็นระยะเวลา 25 ปี และมีสัญญาระยะยาวเพื่อจำหน่ายกำลังการผลิตไฟฟ้า และไอน้ำส่วนที่เหลือให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมส่วนโครงการโรงไฟฟ้า SPP ที่เหลืออีก 5 โครงการ จะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ตามกำหนดในระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2561-กรกฎาคม 2562

Hits: 47

Total 0 Votes
0%
สารัชถ์ รัตนาวะดี นำเมืองไทย Capital ก้าวไกล!

สารัชถ์ รัตนาวะดี นำเมืองไทย Capital ก้าวไกล!

สารัชถ์ รัตนาวะดี นำเมืองไทย Capital ก้าวไกล!

Morgan Stanley Capital International (MSCI) ได้ประกาศนำหุ้นของไทย 2 บริษัท เข้าคำนวณดัชนี MSCI Global Standard Index ในรอบล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยจะทราบผลอย่างแน่ชัดในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 ประกอบด้วย 1.บริษัทเมืองไทย แคปปิตอลฯ และ 2.บริษัท กัลฟ์ฯ ที่มีคุณ สารัชถ์ รัตนาวะดี (Mr. sarath ratanavadi) เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยไม่มีบริษัทจดทะเบียนจากไทยถูกตัดออกจากการคำนวณดัชนีเลยในการปรับครั้งนี้

นอกจากนี้ยังมีประกาศรายชื่อหุ้นใหม่ที่ถูกคัดเลือกให้เข้าคำนวณดัชนี MSCI Global Small Cap โดยมีหุ้นของบริษัทไทยคือ PRINC , CBG และ MBK โดยมีหุ้นไทยที่ถูกยกเลิกการคำนว๊คือ VN , MTC , MONO และ ICHI

MSCI Index คือ ดัชนีที่จัดทำขึ้นสำหรับผู้ลงทุนเพื่อใช้ในการอ้างอิงการให้น้ำหนักในการร่วมลงทุนในภูมิภาคต่าง ๆ โดยล่าสุด GULF แจ้งผลดำเนินงานไตรมาสที่ 3 ว่ามีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 78% เป็นเงินจำนวน 1,205 ล้านบาท ส่วนหุ้นของกัลฟ์นั้นปิดตลาดที่ 77.50 บาท ลดลงไปเพียง 1.27% หรือ 1 บาทเท่านั้น ซึ่งเป็นการขาย sell on fact เพราะมีการเข้ามาเก็งกำไรล่วงหน้า และเมื่อประกาศข่าวนี้จริงจึงมีการขายทำกำไรในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ออกมา ส่วน MTC นั้นเปดตลาดไปที่ 50.75 บาท โดยในไตรมาสที่ 3 นั้นมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 48.46% หรือ 965.25 ล้านบาท

 

Hits: 36

Total 0 Votes
0%
กัลฟ์ (GULF)  มอบเงินสนับสนุน ทีมชาติไทย 10 ล้านบาท เอเชี่ยนคัพ

กัลฟ์ (GULF)  มอบเงินสนับสนุน ทีมชาติไทย 10 ล้านบาท เอเชี่ยนคัพ

บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) มอบเงิน อัดฉีดให้ทีมชาติไทย หลังโชว์ผลงานยอดเยี่ยมได้อย่างน่าประทับใจ โดยเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ในเอเชี่ยนคัพ  2019 จำนวน 10 ล้านบาท

ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ทำผลงานใน ศึก “เอเชี่ยนคัพ 2019” ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (ยูเออี) โดยทำผลงานเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย รวมถึงเป็นการผ่านเข้ารอบ น็อคเอ้าท์  ในรอบ 47 ปี

เมื่อวันพฤหัสบดี  ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2562 ณ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย “โค้ชโต่ย” นายศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย กุนซือรักษาการณ์ พร้อมด้วย “โค้ชโชค” นายโชคทวี พรหมรัตน์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน และ 4 นักเตะทัพ “ช้างศึก” อาทิ “เมสซี่เจ” นายชนาธิป สรงกระสินธ์ , “ตั้ม” นายธนบูรณ์ เกษารัตน์ , “เก่ง” นายอดิศร พรหมรักษ์ และ “อาร์ม” นายศุภชัย ใจเด็ด ได้ร่วมรับมอบเงิน อัดฉีดจากผู้สนับสนุน นาย สารัชถ์ รัตนาวะดีกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 10  ล้านบาท

ทางด้าน คุณสารัชถ์ รัตนาวะดี (sarath ratanavadi ) กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) ได้กล่าวว่า “ต้องยอมรับว่าทุกคนเล่นด้วยใจทำให้พี่น้องคนไทยทุกคนได้มีความสุข ถึงแม้ว่าไม่ได้ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อกี้เราก็ได้นั่งคุยกัน นักเตะก็บอกว่าครั้งต่อไปเราต้องเอาชนะในคิงส์คัพให้ได้ และก็พยายามเข้าไปถึงรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลก ที่กาตาร์ให้ได้”

“สุดท้ายก็ต้องขอบคุณนักเตะมากๆที่พยายามแข่งและสู้อย่างเต็มที่ด้วยใจจริง ขอบคุณมากครับ”

สำหรับภารกิจต่อไปของทีมชาติไทย ชุดใหญ่ จะมีโปรแกรมต้องรวมตัวกันอีกครั้งในช่วงปฏิทินฟีฟ่าเดย์ วันที่ 21-29 มีนาคม 2562 นี้ แต่ยังไม่คอนเฟิร์มว่าจะได้ทางไปแข่งขันฟุตบอล 4 เส้า รายการพิเศษที่ประเทศจีน โดยมี 4 ชาติร่วมโม่แข้งตาม นั่นคือ จีน (เจ้าภาพ) , อุรกวัย , โคลอมเบีย และไทย หรือไม่

จากนั้นจะลงแข่งขันศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ”ครั้งที่ 47 ประจำปี 2562 ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีกำหนดวันแข่งขันที่แน่นอน และยังไม่ทราบว่าจะมีชาติใดมาฟาดแข้งด้วย

ต่อด้วยการแข่งขันฟุตบอล “โลก 2022” รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่ 2 ซึ่งตามปฏิทิน จะแข่งขันในช่วงวันที่ 3-11 มิถุนายน 2562 , 2-10 กันยายน 2562 , 7-15 ตุลาคม 2562 , 11-19 พฤศจิกายน 2562 และ 18-26 มีนาคม 2563 โดยจะมีการจับสลากแบ่งสายในช่วงเดือนเมษายน 2562 ซึ่งในรอบคัดเลือกรอบที่ 2 นี้ จะมีการคัดเอา 12 ชาติ ที่ได้ผ่านเข้าสู่รอบคัดเลือก รอบที่ 3 เพื่อได้สิทธิ์เข้าแข่งขัน “เอเชียนคัพ 2023” รอบสุดท้าย อีกด้วย

 

Hits: 6

Total 0 Votes
0%