ต่อยอดความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพให้เก่งรอบด้านในยุคดิจิทัล

ต่อยอดความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพให้เก่งรอบด้านในยุคดิจิทัล

การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ประโยคนี้เราอาจจะได้ยินมาโดนตลอด และยังไม่ค่อยเข้าใจอย่างลึกซึ้งมากนัก จนกระทั่งเมื่อเรามีอายุมากขึ้น เราจึงตระหนักได้ว่า เรายังสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้ตลอด ไม่ว่าจะอายุเท่าไร ความรู้และสิ่งใหม่ๆนั้นรอคอยให้เราได้ค้นพบ ยิ่งในยุคดิจิทัลที่มีเทคโนโลยีครอบคลุมแทบจะทุกอย่าง หากเราไม่มีความรู้ในด้านนี้ การใช้ชีวิตในประจำวันของเราอาจติดขัดและพบเจอปัญหามากขึ้น เช่น หากเราจะทำธุรกรรมด้านการเงิน แล้วเราไม่รู้วิธีการใช้โมบายแบงค์กิ้ง เราก็จะต้องเสียเวลาเดินทางไปที่ธนาคาร

จำเป็นหรือไม่ ที่เราต้องเก่งรอบด้าน เก่งในทุกเรื่อง คำตอบนี้เราเท่านั้นคือคนที่รู้ดีที่สุด ถ้าความรู้นั้นมันสร้างประโยชน์ในแก่การดำเนินชีวิตในประจำวันของเรา ก็ถือว่าเราเก่งในด้านนั้นแล้ว การเก่งในด้านของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน บางคนเก่งในเรื่องการใช้กำลังด้านกีฬาต่างๆ จึงไม่แปลกใจเลยว่า ไม่ว่าจะลงเล่นกีฬาชนิดใด คนเหล่านั้นสามารถทำได้ดีเสมอ ศักยภาพในด้านการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาขนาดใด เราก็สามารถแก้ไขได้เสมอ แม้ว่าจะต้องใช้เวลาในการดำเนินการ เช่น หากเราโอนเงินไปผิดบัญชี แน่นอนว่าปัญหานี้แค่ได้ยินชื่อ ก็สร้างความปวดหัวแล้ว โดยเฉพาะเรื่องเงิน เราสามารถเริ่มได้จากการติดต่อเจ้าของบัญชี ธนาคาร และลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ และยื่นเรื่องไปที่ธนาคาร หากยังไม่ได้เงินคืน อาจจะต้องถึงเพจสื่อต่างๆที่สามารถสร้างแรงกดดันได้ และนี่คือการแก้ปัญหาในยุคดิจิทัล นอกจากนี้พื้นฐานการเรียนรู้ของเราก็มีส่วนสำคัญในการพัฒนาศักยภาพ ซึ่งบางคนเรียนจากหลักสูตรธรรมดา บางคนเรียนในหลักสูตร International school แต่ในท้ายที่สุดไม่ว่าจะเรียนจากหลักสูตรไหน หากเรามีใจรักที่จะพัฒนาตัวเอง เราก็จะสามารถต่อยอดความรู้ต่างๆได้เสมอ ในเว็บไซต์ภารกิจได้แชร์บทความไว้ว่า ในตอนที่เริ่มเข้าสู่โลกการทำงาน จำเป็นต้องมีทักษะ Hard Skills หรือทักษะทางวิชาชีพในงานนั้น อีกทั้งใช้เวลาหลายปีเพื่อฝึกฝนให้เกิดความชำนาญเฉพาะทางรวมถึงอาจเรียนเพิ่มเติมจากมหาวิทยาลัยในขั้นสูงขึ้นไป แต่ลำพังทักษะด้าน Hard Skills อย่างเดียวนั้นดูจะไม่เพียงพอที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในการทำงานกับองค์กร สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นและเป็นที่ยอมรับคือ องค์กรส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับผู้ที่มีทักษะการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นหรือ Soft Skills ซึ่งเป็นทักษะที่ไม่มีสอนในมหาวิทยาลัย ถ้าต้องการก้าวหน้าในอาชีพ ดังนั้น Soft Skills จึงเป็นทักษะในการทำงานที่จําเป็นในอนาคต ซึ่งส่งผลต่อความก้าวหน้า เป็นส่วนช่วยให้ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ราบรื่น และประสบความสำเร็จ ทักษะการสื่อสารเป็นทักษะที่ต้องใช้อยู่เสมอ เนื่องจากการทำงานในองค์กรต้องติดต่อกับผู้อื่นตลอดเวลา เช่น หัวหน้า ลูกน้อง ผู้ร่วมงานในทีม ซัพพลายเออร์ รวมถึงติดต่อสื่อสารกับลูกค้าเพื่อเสนอขายสินค้าหรือบริการ การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ข้อมูลถูกต้องชัดเจน ตรงประเด็น ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่ตกหล่น รวมถึงรู้จักเลือกใช้คำพูดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ นอกเหนือจากการพูดแล้ว การฟังก็เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวคือ การเป็นผู้ฟังที่ดีจะทำให้เข้าใจสิ่งที่ผู้พูดต้องการอย่างแท้จริง ขณะรับฟัง ไม่ควรรีบด่วนสรุป หรือไม่อดทนฟังจนจบ ทำให้ไม่เข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้พูด และเป็นสาเหตุให้เกิดความล้มเหลวในการติดต่อสื่อสาร

Hits: 1

Total 0 Votes
0%
ทักษะและประสบการณ์สร้างคนที่มีคุณภาพทั้งด้านความสามารถและทัศนคติที่ดี

ทักษะและประสบการณ์สร้างคนที่มีคุณภาพทั้งด้านความสามารถและทัศนคติที่ดี

เมื่อครั้งเรายังเด็ก เราอาจจะตั้งคำถามกับตัวเองซ้ำๆว่า ทำไมเราต้องมาเรียนและเราจะได้ความรู้อะไรจากการเรียนเหล่านี้ การได้ลงมือทำและทดลองทำในสิ่งต่างๆที่ไม่เคยทำมาก่อน ทำให้เราสามารถตอบปัญหาที่ค้างคาใจได้ไม่มากก็น้อย ยิ่งไปกว่านั้น การที่เราล้มเหลวจากสิ่งที่เราทำ แน่นอนว่าความรู้สึกแรกที่ประดังเข้ามาเลยคือ ความเสียใจ ความผิดหวัง และความท้อแท้ที่ไม่อยากจะทำอะไรต่อไป แต่เมื่อเราพิจารณาว่า เราสามารถนำประสบการณ์เหล่านั้นมาวิเคราะห์ถึงจุดเด่นและข้อบกพร่องที่เรามี จากนั้นก็นำมาปรับปรุงทำให้ดีขึ้น

การที่จะเป็นคนที่มีคุณภาพทั้งด้านความสามารถและทัศนคตินั้น ต้องเกิดจากการปลูกฝังที่ดีจากครอบครัว รวมไปถึงการได้คลุกคลีกับคนรอบข้างที่ดีอีกด้วย นอกจากนี้ยังรวมไปถึง การที่เราไม่หยุดเพิ่มทักษะต่างๆ ทั้งการอ่านและการลงมือปฏิบัติ การได้เลือกเรียนในสถานศึกษาที่ตอบโจทย์ของตัวเราเองก็มีส่วนทำให้เรานั้นมีคุณภาพ แต่ไม่ใช่ว่าจะสถานศึกษาที่อื่นไม่ดี ซึ่งไม่ใช่ตรรกะที่ถูกต้องนัก ไม่ว่าเราจะจบมาจาก Top International school Bangkok ระดับจังหวัด หรือระดับประเทศ หรือจะมาจากระดับตำบล ถ้าพื้นฐานเราเป็นคนไม่หยุดนิ่งและพร้อมจะพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ไม่ว่าเรื่องใด อุปสรรคใดก็สามารถแก้ปัญหาข้ามผ่านไปได้ ซึ่งในเว็บไซต์แมนพาวเวอร์ได้แชร์บทความเกี่ยวกับการเพิ่มทักษะไว้ว่า ในยุคปัจจุบันการพัฒนาทักษะในการทำงานถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่พนักงานและนายจ้างไม่ควรมองข้ามและสมควรที่จะให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เราสามารถแบ่งการพัฒนาทักษะการทำงานออกเป็นสองประเภท ประเภทแรกคือการพัฒนาทักษะทางด้านอารมณ์ (EQ) และ ประเภทที่สองคือการพัฒนาทักษะทางด้านความสามารถที่เป็นสิ่งที่จับต้องและวัดได้เช่นเพิ่มทักษะด้านภาษาอังกฤษ (English skill) เพิ่มทักษะในด้านการบริหารจักการ (management skill) ทักษะในการเป็นผู้นำ (leadership skill) และทักษะด้านการสื่อสาร (communication skill) เป็นต้น ซึ่งการพัฒนาทักษะการทำงานควรจะต้องพัฒนาทั้งสองประเภทควบคู่กันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพที่สูงสุด การที่พนักงานจะมีพร้อมทั้งสองทักษะก็ถือว่าเป็นเรื่องไม่ง่ายนักแต่ก็ไม่ยากจนเกินไปที่จะพัฒนาไม่ได้ เทคนิคการพัฒนาทักษะการทำงานก็มีอยู่มากมายแล้วแต่มุมมองและความเหมาะสมของแต่ละบุคคลหรือองค์กรที่จะนำมาใช้เพื่อให้เข้ากับสภาพการทำงานและให้เข้ากับพนักงานให้มากที่สุด การพัฒนาทักษะการทำงานไม่ใช่เรื่องยาก แต่การปฏิบัติที่จะนำไปสู่ความสำเร็จต่างหากที่เป็นสิ่งที่ยาก ถ้าเรารู้สึกว่าไม่มีแรงจูงใจ ไม่มีความตั้งใจที่จะปฏิบัติ และไม่เห็นความสำคัญ เช่น คิดว่าทำไปก็เท่านั้น ทำไปก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น เราอาจจะกำลังทำร้ายตัวเองทางความคิด เพราะฉะนั้นถ้าเราเป็นหนึ่งในบุคคลที่กำลังทำร้ายตัวเองทางความคิด เราควรปรับความคิดใหม่ให้คิดบวก สุดท้ายนี้เราทุกคนมีศักยภาพในการพัฒนาทักษะการทำงานของตนเองและคิดว่าทุกๆคนมีความรู้สึกและอยากที่จะให้ตัวเองมีความพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพียงแต่จะมีใครที่จะดึงความตั้งใจและความพยายามเหล่านั้นมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์มากกว่ากันท่านั้น

 

Hits: 2

Total 0 Votes
0%
วัยสนุกวัยซุกวัยซนที่ต้องได้รับสารอาหารที่เพิ่มพลังอย่างเต็มที่

วัยสนุกวัยซุกวัยซนที่ต้องได้รับสารอาหารที่เพิ่มพลังอย่างเต็มที่

เมื่อการได้เล่นกับลูกหรือเด็กๆ ทำให้เราแทบจะหมดพลัง ไม่รู้ว่าเด็กๆในวัยนี้ไปเอาพลังมาจากไหน เพราะเหมือนกับว่ามีพลังอย่างล้นหลาม วิ่งได้ทั้งวัน และเล่นได้อย่างไม่หยุดหย่อน กว่าจะหมดพลังก็ทำเอาพ่อแม่ถึงกับเหงื่อออกและปวดหัวอย่างมาก ซึ่งแน่นอนว่าเด็กๆย่อมมีความซนตามวัยและชอบที่จะเล่นสนุก โดยพ่อแม่นั้นสามารถเสริมพัฒนาการปนไปกับการเล่นสนุกของเด็กๆได้เลย

สิ่งสำคัญที่ควรจะต้องคำนึงถึงอย่างเป็นพิเศษนั้นก็คือ เรื่องอาหารและสารอาหารที่สำคัญที่เด็กๆในแต่ละวัยควรได้รับอย่างเหมาะสมและเต็มที่ ซึ่งจะต้องบำรุงร่างกายให้เจริญเติบโตอย่างแข็งแรงทั้งภายนอกและภายใน เปรียบได้กับว่าร่างกายที่รับสารอาหารอย่างเต็มที่พร้อมที่จะสนุกไปกับการเล่นและการเรียนรู้สิ่งต่างๆ รับสิ่งใหม่ๆได้อย่างมีการคิดวิเคราะห์ เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งสำคัญที่ตามมาคือการได้รับการศึกษาที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนรัฐบาล เอกชน รวมไปถึงนานาชาติที่มีหลักสูตรเตรียมพร้อมสำหรับเด็กเล็กจนถึงระดับมัธยมปลายที่มี Sixth Form ที่พร้อมจะให้เด็กในวัยนี้ได้รับความรู้และมีอิสระในการเลือกเรียนอย่างเต็มที่ และสารอาหารต่างๆที่ควรเสริมเข้าไปนั้นคือ โปรตีน เพราะเด็กวัยเรียนจำเป็นต้องได้รับอาหารที่มีโปรตีนให้เพียงพอเพื่อความเจริญเติบโตของร่างกาย เพื่อใช้ในการสร้างกระดูก กล้ามเนื้อ และเซลล์เนื้อเยื่อต่างๆ ทั่วร่างกาย โปรตีนที่ได้รับส่วนใหญ่ควรมาจากไข่ น้ำนม เนื้อสัตว์ และถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ ไขมัน อาหารประเภทไขมันจะช่วยให้ลูกได้รับพลังงานมากขึ้น ประกอบไปด้วยไขมันจากสัตว์และจากพืช เช่น หมู ไก่ วัว ปลา และสัตว์อื่นๆ ที่เรานำมาบริโภค รวมทั้งน้ำมันประเภทต่างๆ วิตามินและเกลือแร่ พบว่าเด็กในวัยนี้มักจะขาดวิตามินเอและธาตุเหล็ก ซึ่งวิตามินเอจะได้จากการกินไข่แดง ตับสัตว์ต่างๆ ผักใบเขียวสีเหลือง ร่วมกับอาหารที่มีไขมันและโปรตีนเพียงพอ ส่วนธาตุเหล็กนั้นได้รับจากการกินไข่เป็ด ไข่ไก่ เครื่องในสัตว์ต่างๆ และผักใบเขียวให้มาก ซึ่งแร่ธาตุและวิตามินสำหรับเด็กที่จำเป็นมีทั้ง วิตามินบี 12 มีส่วน ในการทำงานของระบบประสาทและสมอง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาความคิด สติปัญญาของลูก พบมากในเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ เนื้อปลา ไข่ และนมที่มีวิตามินบี 12 สูง แคลเซียมมีความสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง มีส่วนในการกระตุ้นปฏิกิริยาโต้ตอบของระบบประสาทสัมผัสของลูก และจำเป็นต่อการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง พบมากในปลาไส้ตัน ถั่วเหลือง เมล็ดพืชต่างๆ และนมที่มีแคลเซียมสูง ธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกรบินในเม็ดเลือดแดง ในเซลล์สมองก็มีธาตุเหล็กอยู่ด้วย ธาตุเหล็กมีส่วนช่วยในการสร้างสารสื่อสัญญาณประสาท เมื่อได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ ลูกน้อยจะมีพัฒนาการทางการเรียนรู้และความจำที่ดี ธาตุเหล็ก พบมากในเนื้อแดง ปลา ไข่แดง ตำลึง ใบขี้เหล็ก งา และนมที่มีธาตุเหล็ก ธาตุสังกะสี พบในโครงสร้างเซลล์สมองเช่นเดียวกับธาตุเหล็ก เมื่อได้รับธาตุสังกะสีอย่างเพียงพอ จะช่วยพัฒนาความจำ การเรียนรู้ และสายตาของลูกน้อย

 

 

Hits: 2

Total 0 Votes
0%
ใส่ใจและหมั่นสังเกตลูกน้อยเพื่อให้ค้นหาตัวตนและเลือกทำในสิ่งที่รัก

ใส่ใจและหมั่นสังเกตลูกน้อยเพื่อให้ค้นหาตัวตนและเลือกทำในสิ่งที่รัก

เราอาจจะคิดว่าเรารู้จักลูกของเราดีที่สุด เพราะเราตั้งท้องเขามา เราเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เกิด เราเลยคิดว่าเราสามารถเลือกสิ่งต่างๆแทนเขาได้ ซึ่งการทำอย่างนั้นจะทำให้ลูกของเราไม่เป็นตัวของตัวเอง อย่างเช่น การเลือกเสื้อผ้า รองเท้าให้ลูกใส่ ฟังดูอาจจะเป็นเรื่องธรรมดา แต่เรื่องเล็กๆนี้อาจสร้างเกราะบางๆให้เขาไม่สามารถก้าวผ่านได้ เราจึงควรให้ลูกได้มีส่วนในการเลือกและตัดสินใจในสิ่งที่เกี่ยวกับตัวเขาเอง เพื่อที่เขาจะได้รู้ว่าตัวเองชอบแบบใดและมีความสุขกับสิ่งนั้น

นอกจากนี้เรายังสามารถฝึกและสร้างวินัยให้ลูกตั้งแต่เด็กๆ เพื่อที่จะฝึกให้เขารู้จักทำทุกอย่างให้เป็นระบบระเบียบ อย่างการเลือกโรงเรียนให้ลูกเข้าเรียน เราก็ต้องทำความแนะนำกับตัวลูกว่าโรงเรียนและหลักสูตรแบบไหนที่จะตอบโจทย์ และการพัฒนาในทุกๆด้านของเขาอย่างครบถ้วน ไม่ว่าเขาจะเลือกเส้นทางด้านสายวิชาการ ด้านกีฬา ด้านดนตรีและการแสดง หรือด้านอื่นๆ อย่างหลักสูตรโรงเรียนนานาชาติ Early years international school ถ้าเราสามารถซัพพอร์ตลูกในด้านการศึกษาได้ ก็คงไม่แปลกหากเราจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก นอกจากนี้การเล่นอย่างมีจินตนการเป็นเพื่อนลูก ก็จะช่วยให้ลูกมีพัฒนาการด้านการแก้ไขปัญหา ซึ่งเราสามารถทำได้โดย เริ่มจากตั้งคำถามปลายเปิดกับทุกการพูดคุย ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเล็กน้อยแค่ไหน เพื่อกระตุ้นให้ลูกใช้ความคิด กล้าแสดงออก รวมถึงสามารถถ่ายทอดความรู้สึกของตัวเองได้จากความคิดเหล่านั้นโดยไม่มีถูกผิด เช่น ทำไมลูกถึงชอบตุ๊กตาล่ะ เมฆบนฟ้าเป็นรูปอะไร รู้ไหมว่าถ้าไม่แปรงฟันจะเกิดอะไรขึ้นฯลฯ หรือจะเป็นการพาลูกไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ เช่น สวนสนุก สวนสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ หรือแม้แต่บ้านเพื่อน บ้านญาติพี่น้อง เพื่อให้ลูกได้มอง สังเกต และจดจำสิ่งต่างๆ รอบตัวที่มีความหลากหลายซึ่งจะเป็นเหมือนสร้างคลังข้อมูลที่ลูกจะนำไปใช้ในกระบวนการคิด และการประติดประต่อเรื่องราวต่างๆ ในอนาคต นอกจากนี้เราควรที่จะสร้างชั่วโมงกิจกรรมบันเทิงอยู่เสมอ เช่น ร้องหรือฟังเพลงที่ชอบ ดูหนังเรื่องโปรด หรือวาดภาพตามจินตนาการ เพื่อช่วยให้ลูกอารมณ์ดี ผ่อนคลาย และมีอิสระให้การคิดโดยไม่ติดกรอบข้อบังคับใดๆ ยิ่งลูกเปิดจินตนาการได้มากเท่าไหร่ ความคิดสร้างสรรค์ก็จะยิ่งมีมาก ฝึกจดบันทึกให้เป็นนิสัย โดยการลองชวนลูกมาทำสมุดบันทึกเล็กๆ เพื่อจดประโยคสั้นๆ ที่ลูกชอบ หรือจะวาดภาพ ติดสติ๊กเกอร์ ติดรูปภาพ แทนการเขียน จะช่วยเตือนความจำหรือลูกสามารถเปิดขึ้นมาดูเพื่อนำมาใช้งานได้ ไม่ควรพูดว่า “ไม่” และ “อย่า”กับลูก เมื่อลูกกำลังแสดงความคิดเห็น หรือกำลังสร้างจินตนาการ เพราะคำพูดเหล่านี้จะทำให้ลูกไม่กล้าคิดเพราะกลัวความผิด กลัวความแตกต่าง หากคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าสิ่งที่ลูกทำไม่ทำให้เกิดอันตรายหรือไม่สร้างความคิดในแง่ลบ ก็ควรปล่อยให้ลูกแสดงออกได้อย่างเต็มที่ โดยเราทำหน้าที่เป็นเพียงผู้แนะนำและสนับสนุน

 

 

Hits: 2

Total 0 Votes
0%
ปลุก Passion และสร้างแรงบันดาลใจเพื่อต่อเติมฝัน

ปลุก Passion และสร้างแรงบันดาลใจเพื่อต่อเติมฝัน

หลายคนวิ่งตามความฝันตั้งแต่วันแรกที่ค้นพบตัวเองว่าต้องการอะไร อยากเป็นอะไร และความฝันนั้นมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน การเผื่อใจกับความผิดหวัง ย่อมเป็นการเตรียมตัวรับมือกับความเสียใจที่อาจทำให้เราอ่อนแอและใช้เวลาสักพักเพื่อที่จะลุกขึ้นมาเข้มแข็งและพร้อมเดินไปข้างหน้าเพื่อทำตามฝันได้อีกครั้ง และในครั้งนี้ เราจะแกร่งกว่าเดิม แม้ว่าจะมีความผิดหวังและความบอบช้ำจากบาดแผลครั้งก่อน แต่เราจะรับมือกับความผิดหวังนั้นอย่างความเข้าใจมากยิ่งขึ้น

เมื่อพิจารณาแรงขับเคลื่อนที่จะพาเราคว้าความฝันและความสำเร็จนั้นได้ ก็คงไม่พ้น Passion ซึ่งในแต่ละคนก็มีไม่เท่ากัน และไม่เหมือนกัน บางคนไม่มี Passion ใดๆ แค่ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ลึกๆแล้วอาจจะรู้สึกว่างเปล่า และพยายามตั้งคำถามกับตัวเองว่าสิ่งที่ทำอยู่ ณ ตอนนี้คือ สิ่งที่ต้องการจริงๆหรือเปล่า ส่วนบางคนที่ใช้ Passion ดั่งเชื้อเพลิงที่เติมพลังกายพลังใจให้แก่ตัวเอง ก็อาจจะต้องตั้งคำถามกับตัวเองบ่อยๆเช่นกันว่า ถ้าเราไม่สมหวังกับสิ่งที่วิ่งตามหาอยู่ เราจะยังมีความสุขหรือไม่ และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ความฝันเหล่านั้นได้ถูกเติมเต็มแล้วด้วยความพยายามและการเดินทางของเรา สิ่งนี้ปลูกฝังมาตั้งแต่การเลี้ยงดูจากพ่อแม่ ผู้ปกครอง ตลอดจนจากการปลูกฝังจากโรงเรียน ซึ่งก็มีการเข้าเรียนที่หลากหลาย เช่น เรียนรัฐบาล เรียนเอกชน หรือ เรียนอินเตอร์ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือ การเฝ้าถามตัวเอง พูดคุยกับตัวเองและให้กำลังใจกับตัวเองเสมอ การสร้าง Passion นอกจากเริ่มจากตัวเราแล้ว เรายังสามารถหาจากสิ่งรอบข้าง หรือนำตัวเองไปสู่ สิ่งแวดล้อมที่ดี แต่ในความเป็นจริงนั้นไม่ง่ายเลย ในการออกไปหา Passion ท่ามกลางความวุ่นวายของกรุงเทพ ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่อยู่รอบตัว ล้วนเป็นความท้าทายต่อการดำเนินชีวิตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถเปลี่ยนปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องง่ายที่ให้เราทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างใจต้องการ เปลี่ยนการจราจรที่ติดขัด เป็นการเดินทางที่คล่องตัว มีพื้นที่สีเขียวมากขึ้น เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น เปลี่ยนพื้นที่แออัดให้กลายเป็นพื้นที่ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ, เปลี่ยนชีวิตรีบเร่ง เป็นการใช้ชีวิตในแบบ Live Work –Play เพื่อบาลานซ์ในการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ และมีความสุขในทุกมิติ ลองค้นหาว่าอะไรที่ทำให้รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ทำมัน ลองสำรวจตนเองว่าชอบอ่าน ชอบดู หรือสนใจเรื่องไหนเป็นพิเศษ ความฝันคืออะไร สิ่งใดที่อยากเป็น หรืออะไรอยากทำจริงๆ ลองเขียนมันออกมาให้หมด เรียนรู้จากคนรอบข้าง พูดคุยกับคนที่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่อยากเป็น ศึกษาว่าต้องเรียนรู้อะไรบ้าง เพื่อพัฒนาให้สำเร็จตามเป้าหมาย ทดลองลงมือทำตามความฝัน และพยายามแม้อาจมีอุปสรรค หรือความล้มเหลวระหว่างการบรรลุเป้าหมาย อย่าบอกว่าไม่มีเวลา เพราะถ้ามันคือสิ่งที่รัก มีความสุขกับการทำมัน จะสามารถหาเวลาทำสิ่งนั้นได้ไม่มีเบื่อ หรือคำว่าเหนื่อยเลย มีความสุข และอดทนกับการทำสิ่งที่รักและหลงไหล มันอาจต้องใช้เวลาในการทำให้สำเร็จ ที่สำคัญต้องไม่หมดความพยายามไปเสียก่อน

 

 

 

Hits: 1

Total 0 Votes
0%
เมื่ออนาคตที่ดีของลูกเริ่มต้นที่การวางแผนที่สมบูรณ์ของพ่อแม่

เมื่ออนาคตที่ดีของลูกเริ่มต้นที่การวางแผนที่สมบูรณ์ของพ่อแม่

ณ เวลานี้ อะไรก็ไม่สำคัญมากไปกว่าการวางแผนอนาคตของลูก เพราะโลกหมุนไปไวมาก มีสิ่งต่างๆและสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นได้เสมอ การทำความเข้าใจและยอมรับคือสิ่งที่พ่อแม่ควรปฏิบัติมากที่สุด การทำความเข้าใจ ในที่นี้หมายถึง เข้าใจถึงสิ่งที่ลูกต้องการจริงๆ ไม่ใช่เอาความต้องการของตนมาเป็นที่ตั้ง ส่วนการยอมรับนั้น แน่นอนว่าพ่อแม่ต่างคาดหวังให้ลูกนั้นเป็นอย่างที่ฝนวาดฝันไว้ แต่ลูกก็คือ มนุษย์ ที่มีชีวิตและจิตใจ ความคิดเป็นของตัวเอง พ่อแม่ควรตระหนักในสิ่งนี้มากๆ และยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น ลูกของเราสมบูรณ์แบบเมื่อเขาได้เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง

อนาคต คือสิ่งที่เรานั้นไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำว่า สิ่งใดจะเกิดขึ้น เพียงแต่ว่า หากเราทำปัจจุบันให้เต็มที่และดีที่สุดตามความสามารถของเราแล้วล่ะก็ อนาคตก็จะแปรผันไปยังแนวโน้มที่ดีแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา การเลือกสถานที่เล่าเรียน ที่มีให้เลือกมากมาย ทั้งโรงเรียนอินเตอร์ โรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนสองภาษา โรงเรียนที่เน้นวิชาการ โรงเรียนรัฐบาลและเอกชน ยิ่งไปกว่านั้นพ่อแม่ควรปลูกฝังให้ลูกรักการเรียนรู้ ซึ่งทางเว็บไซต์วูแมนเลิร์นส์ได้แชร์ไว้อย่างน่าสนใจว่า ชีวิตคือการเรียนรู้ การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด เราต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เหล่านี้คือสิ่งที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องปลูกฝังให้แก่ลูก ให้เขาคิด รู้สึก เชื่อ และปฏิบัติตนเป็นคนที่ใฝ่รู้อยู่ตลอดเวลา อันเป็นรากฐานสำคัญของการใช้ชีวิต แสวงหาความรู้ เพื่อการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ เติบโตเป็นคนที่มีความสมบูรณ์ สมดุล ทั้งด้านร่างกาย ความรู้ ความคิด อารมณ์ วิธีที่จะนำเสนอต่อไปนี้ไม่เพียงแค่ทำให้คุณพ่อคุณแม่กลายเป็นครูคนแรกที่ดีของลูกแล้ว ยังช่วยสร้างให้บ้านเต็มไปด้วยบรรยากาศของการเรียนรู้อีกด้วย ทำให้การเรียนรู้เป็นเรื่องน่าสนุก ยิ่งลูกรู้สึกชื่นชอบช่วงเวลาที่ได้อยู่กับเรามากเท่าไร เขาก็จะยิ่งมีแรงกระตุ้นที่จะเรียนรู้มากขึ้นเท่านั้น เราสามารถปลูกฝังลูกให้มีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้และการผจญภัยได้โดยแสดงให้เขาเห็นเป็นแบบอย่าง ลองมองดูโลกใบนี้ผ่านสายตาของลูกน้อย และพยายามสนุกกับการช่วยลูกค้นพบสิ่งแปลกๆใหม่ๆในชีวิตของเขา แสดงความยินดีกับความสำเร็จของลูก ควรกล่าวชมลูกเมื่อเขาทำอะไรได้สำเร็จ คือค้นพบอะไรใหม่ๆเป็นครั้งแรก การชมเชยทำให้ลูกมีความสุข และช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางประสาทของเขาอีกด้วย โดยเฉพาะสมองส่วนกลางที่ทำหน้าที่ควบคุมการแสดงอารมณ์ เด็กที่ได้รับการส่งเสริมให้รักการสำรวจ จะรักที่จะทดลองอะไรใหม่ๆ ในขณะที่เด็กที่ถูกละเลยหรือถูกวิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่เด็ก จะไม่ค่อยกล้าทดลองอะไรใหม่ๆ และจะเป็นเช่นนี้ไปตลอดจวบจนเมื่อเขาโตขึ้น ให้ลูกได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เด็กเล็กจำเป็นต้องพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายเพื่อให้สมองได้ทำงานอย่างเต็มที่ และทำให้เขาไม่หงุดหงิดเมื่อนอนไม่เต็มที่ ในระหว่างที่เด็กหลับ สมองของเขาจะทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างวัน และเก็บเป็นความทรงจำเอาไว้ ดังนั้น เราควรฝึกให้ลูกเข้านอนเป็นเวลา ซึ่งเป็นนิสัยที่ติดตัวได้ตั้งแต่วัยทารก การได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เป็นการเตรียมสมองให้พร้อมที่จะรับรู้อะไรใหม่ๆ และเพื่อที่จะประมวลและเก็บข้อมูลเรื่องราวสิ่งต่างๆ ที่เขาเรียนรู้ในวันที่ผ่านมา

 

 

 

Hits: 1

Total 0 Votes
0%