เมื่อการเรียนออนไลน์เป็นสาเหตุทำให้สุขภาพจิตของเด็กแย่ลง

เมื่อการเรียนออนไลน์เป็นสาเหตุทำให้สุขภาพจิตของเด็กแย่ลง

ใครว่าปัญหาสุขภาพจิตนั้นเกิดขึ้นแต่กับผู้ใหญ่หรือคนที่มีความเครียดในวัยทำงานหรือวัยเรียนระดับอุดมศึกษาเท่านั้น แท้จริงแล้วปัญหาสุขภาพจิตนั้นเกิดได้ทุกเพศทุกวัย และยิ่งเราค้นพบปัญหาเร็วมากขึ้นเท่าไร เราก็จะยิ่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น เมื่อเด็กเล็กอาจไม่สามารถอธิบายถึงความเครียดและความไม่สบายใจที่เกิดขึ้น เราควรสังเกตพฤติกรรมที่เกิดขึ้น หากมีพฤติกรรมที่ผิดแปลกไปและแสดงออกมาอย่างก้าวร้าว เราก็อาจสรุปได้ว่า อาจเกิดจากสุขภาพจิตได้

สุขภาพจิตในเด็กมีปัจจัยใดเป็นตัวแปรสำคัญ เราก็ต้องมาวิเคราะห์ดูว่า สิ่งที่ทำให้เด็กๆมีความเครียดเพิ่มมากขึ้นนั้นเกิดมาจากอะไร แน่นอนว่า หนึ่งในเหตุปัจจัยสำคัญนั้นก็คือ การเรียนออนไลน์นั่นเอง ทำไมการเรียนออนไลน์ถึงมาเป็นปัญหาหลักได้ เนื่องจากเด็กในวัยที่ควรได้ทำกิจกรรมเพื่อเสริมทักษะ แต่ต้องมานั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือหน้าจอมือถือ รวมไปถึงการเข้าถึงการศึกษาของเด็กทุกคนนั้นก็ไม่เท่ากัน การศึกษาควรเป็นแบบ Holistic education อีกทั้งควรมีการบูรณาการที่ทำให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ส่วนเรื่องปัญหาสุขภาพจิตของเด็กนั้น ทางเว็บไซต์ megawecare ได้แชร์ไว้ว่า สิ่งสำคัญที่ควรทำ เมื่อลูกต้องเรียนออนไลน์ ผ่อนคลายความเครียดของลูก ควรให้เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมกลางแจ้งบ้าง อย่างน้อยวันละชั่วโมง อาจเป็นกิจกรรมง่ายๆที่สามารถทำได้ในบริเวณบ้าน เช่น การขี่จักรยาน การออกกำลังกาย หรือให้ลูกได้เล่นกีฬาที่เขาชอบ และหากเป็นไปได้แนะนำให้เลือกกิจกรรมที่ทำร่วมกันในครอบครัวได้ เพราะจะยิ่งส่งผลดีต่อสุขภาพจิตของเด็ก เช่น ช่วยกันปลูกผักสวนครัว ให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมในการทำงานบ้านง่ายๆตามช่วงวัยของเขา เป็นต้น ให้ลูกพักผ่อนอย่างเพียงพอ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอนั้นมีความสำคัญทั้งต่อสุขภาพและพัฒนาการที่ดีของเด็ก เพราะขณะที่หลับร่างกายจะหลั่งสารที่จำเป็นออกมาเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยให้ระบบต่างๆภายในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นเพื่อให้แน่ใจว่าลูกหลานของคุณได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ แนะนำว่าควรฝึกให้เด็กๆเข้านอนเป็นเวลาหรือเข้านอนไม่ควรเกิน 4 ทุ่ม และเพื่อแก้ปัญหาการนอนหลับยากหรือตื่นกลางดึก ควรปิดโทรศัพท์มือถือและเครื่องมือสื่อสารอื่นๆเมื่อถึงเวลาเข้านอน เพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวน จากสัญญานโทรศัพท์ เสริมความแข็งแรงด้วยสารอาหารที่จำเป็น อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างมาก แต่พ่อแม่ผู้ปกครองหลายๆท่านอาจเผลอละเลย คือ เรื่องอาหารการกินของเด็กๆ แนะนำว่าควรให้เด็กๆ ได้ทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ที่สำคัญ คือ ต้องทานให้ได้ในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย พยายามลดหรือจำกัดการทานขนม รวมไปถึงอาหารขยะทั้งหลาย และหากเป็นไปได้ควรหาเวลาทานอาหารร่วมกันในครอบครัวทุกวัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัว สำหรับสารอาหารที่จำเป็นสำหรับเด็ก คือ กรดไขมันในกลุ่มโอเมก้า-3 โดยเฉพาะ DHA มีบทบาทที่สำคัญและจำเป็นในการพัฒนาสมองและสายตา แต่น่าเสียดายที่ร่างกายไม่สามารถสร้างกรดไขมันจำเป็นชนิดนี้ขึ้นเองได้ ต้องได้รับจากการทานอาหารจำพวกปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาทูน่า

 

 

 

Hits: 2

Total 0 Votes
0%
เรียนออนไลน์กับลูกอย่างไนให้สุขภาพจิตไม่พัง

เรียนออนไลน์กับลูกอย่างไนให้สุขภาพจิตไม่พัง

ในช่วงที่ทั้งประเทศล็อกดาวน์และโรงเรียนยังไม่เปิดให้เด็กนักเรียนได้เข้าไปเรียนในโรงเรียน กิจกรรมเกี่ยวกับการศึกษาต่างๆต้องหยุดชะงักลง ไม่เพียงแต่โรงเรียนรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงโรงเรียนเอกชนทุกแห่งและโรงเรียนนานาชาติที่มีหลักสูตรต่างๆ และทุกระดับชั้นไม่ว่าจะเป็น เตรียมอนุบาล อนุบาล ประถมศึกษา Secondary school มัธยมศึกษา จนกระทั่งระดับอุดมศึกษาอย่างมหาวิทยาลัย ก็ไม่มีการเรียนการสอน เนื่องมาจากความกังวลของภาครัฐและเอกชน ที่เมื่อเด็กๆกลับไปเรียนแล้ว และส่วนมากยังไม่ได้รับวัคซีน อาจจะเกิดการระบาดตามมาได้

ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการเตรียมการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ซึ่งก็มีทั้งผลดีและผลเสีย ผลดี ก็คือการลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคและเชื้อไวรัส สามารถเรียนที่บ้านได้ ไม่ต้องออกไปข้างนอก และถ้าครอบครัวหรือบ้านไหนมีอินเตอร์เน็ทที่ดี ก็จะไม่มีอุปสรรคใดๆในการเรียน ข้อเสียนั้นก็มีไม่น้อยเลย เพราะบางวิชาและกิจกรรมไม่สามารถเรียรออนไลน์ได้ ต้องลงมือปฎิบัติถึงจะสามารถเข้าใจเนื้อหาบทเรียนต่างๆได้ ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ใช่ทุกบ้านและทุกครอบครัวที่มีอินเตอร์เน็ทและเครื่องมือสื่อสารที่ใช้ในการเรียนออนไลน์อย่างครบครัน ปัญหาที่ตามาอีกอย่างคือ สุขภาพจิตของทั้งตัวเด็กและผู้ปกครอง เพราะผู้ปกครองพ่อแม่จะต้องคอยดูแลเด็กๆในช่วงเรียนออนไลน์ ให้เด็กๆเหล่านั้นมีสมาธิและตั้งใจเรียน ส่วนความกดดันและความเครียดนั้นก็ไปตกที่ตัวพ่อแม่ผู้ปกครองที่จะต้องมาคอยกำกับดูแลบุตรหลาน ซึ่งเว็บไซต์ megawecare ได้แชร์บทความไว้ว่า เพื่อช่วยให้เด็กๆ ที่ต้องเรียนออนไลน์ มีสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตที่ดี พ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรยื่นมือเข้าไปช่วยให้ลูกหลานกลับมามีวิถีชีวิตที่สมดุล หรือใกล้เคียงกับสภาวะปกติให้ได้มากที่สุด โดยเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจกับปัญหาสุขภาพที่เด็กๆ ต้องเผชิญ เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาและดูแลเขาได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากรูปแบบการใช้ชีวิตของเด็กในยุคที่ต้องเรียนออนไลน์นั้น เป็นแบบขยับตัวน้อย (Sendentary Lifestyle) เด็กขาดการเคลื่อนไหวร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเคลื่อนไหวกลางแจ้ง เพราะต้องนั่งเรียนหน้าคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ตตลอดทั้งวัน หรือครั้งละหลายๆชั่วโมงติดต่อกัน เกิดภาวะสมองล้าเพราะต้องจดจ่อและใช้พลังงานมากขึ้น นอกจากนี้แสงสีฟ้าจากการจ้องจอยังทำให้ตาแห้งตาล้า เพิ่มความเสี่ยงการเกิดปัญหาสายตาสั้น หรือเสี่ยงต่อการเป็นคอมพิมเตอร์วิชั่นซินโดรม การเรียนออนไลน์ไม่ได้ส่งผลเสียแค่กับสุขภาพกายเท่านั้น แต่การที่เด็กๆ จำเป็นต้องกักตัวอยู่แต่ในบริเวณบ้าน ไม่ได้ออกไปเล่นข้างนอกอย่างที่เคย ขาดการเล่นอย่างสร้างสรรค์และมีอิสระ ขาดการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน ยังส่งผลให้เด็กเกิดความเครียด บางคนมีอาการซึมเศร้า โดยจากข้อมูลพบว่าเด็กและวัยรุ่นในยุคนี้มีภาวะซึมเศร้าเพิ่มขึ้นถึง 37% สุขภาพโดยรวมแย่ลงเพราะทานอาหารที่มีโภชนาการที่ไม่สมดุล และอีกหลายปัญหาสุขภาพที่จะตามมาในอนาคต

 

 

 

Hits: 2

Total 0 Votes
0%
เด็กในวันซนคือวัยที่กำลังค้นหาตัวเองและพร้อมผจญภัยในโลกกว้าง

เด็กในวันซนคือวัยที่กำลังค้นหาตัวเองและพร้อมผจญภัยในโลกกว้าง

ผู้ใหญ่ทุกคนต่างก็เคยผ่านการเป็นเด็กมาแล้วทั้งสิ้น และรู้ดีว่า การเป็นเด็กนั้นมีทั้งเรื่องยากมากมายในชีวิตที่เราคิดไม่ตกและพยายามแก้ปัญหานั้น เมื่อเรามองย้อนกลับไป เราก็พบว่า ปัญหาเหล่านั้นมันไม่ได้ใหญ่สำหรับคนเป็นผู้ใหญ่ แต่มันเหมือนปัญหาที่หนักหนามากสำหรับเด็กๆในวัยนั้น ที่ยังไม่มีวุฒิภาวะในการแก้ปัญหาและการตัดสินใจ

การเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและมีคุณภาพนั้น ล้วนมาจากการมีพื้นฐานที่ดีของการเป็นเด็กที่รู้จักผิดชอบชั่วดีและพร้อมพัฒนาตนเองจากความผิดพลาด ยอมรับและแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างกล้าหาญและชาญฉลาด จึงไม่แปลกใจว่า เด็กใน Generation รุ่นใหม่ จะเน้นไปที่การเติบโตมาด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่นหรือผู้ร่วมโลก เพราะนั่นคือสิ่งที่ประชากรโลกพึงปฏิบัติ แต่ถ้าย้อนเวลาไปอีก ในวัยเด็กที่เรากำลังเข้าสู่เตรียมอนุบาล เนอร์เซอรี่ หรือ อนุบาล วัยนี้นั้น ได้ชื่อว่ามีความซนที่ไร้ขีดจำกัด เพราะเป็นวัยที่เริ่มสนใจสิ่งต่างๆรอบข้างและเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นวัยที่ค้นหาความเป็นตัวเองและพร้อมที่จะทำในสิ่งต่างๆ นั่นก็คือ การผจญภัยในโลกกว้างที่เขาเพิ่งจะทำความรู้จักได้เพียงไม่กี่ปี เพราะฉะนั้นแล้วกิจกรรมที่เราควรส่งเสริมให้เด็กในวัยนี้ทำ บทความนี้แชร์มาจากเว็บไซต์อัมรินทร์เบบี้แอนด์คิดส์ ซึ่งแชร์ไว้ว่า กิจกรรมเด็กวัยอนุบาล เล่นอยู่บ้านก็สนุกได้ ในครอบครัวที่มีลูกมากกว่า 1 คน เด็กๆ ก็จะมีเพื่อนพี่น้องเล่นด้วยกันเยอะหน่อย แต่ไม่ว่าจะมีลูก 1 หรือ 2 คน ก็ไม่ควรปล่อยให้ลูกๆ เล่นกันเอง หรือเล่นคนเดียว เพราะการเล่นจะเกิดประโยชน์กับตัวเด็กได้นั้น สิ่งสำคัญต้องมาจากพ่อแม่ ที่ต้องเป็นเพื่อนเล่นไปด้วยกันกับลูก คอยชี้แนะนำว่ากิจกรรมนี้เล่นยังไง ของเล่นชิ้นนี้เล่นแบบไหนถึงจะสนุก มีส่วนร่วมไปกับทุกๆ กิจกรรมที่ลูกเล่น จะช่วยให้เล่นได้สนุกสนานมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญยังเป็นการได้ใช้เวลาร่วมกันของพ่อแม่ลูก ช่วยให้สร้างสายสัมพันธ์ในครอบครัวให้อบอุ่น แน่นแฟ้นมากขึ้นด้วย ตัวต่อของเล่น Lego Lego หนึ่งในของเล่นที่เหมาะจะเล่นกับลูกวัยอนุบาลมาก ให้เลือกรุ่นตัวต่อเลโก้ที่เพิ่มความซับซ้อนขึ้นมาจากระดับต่อพื้นฐาน เด็กๆจะได้ฝึกสมาธิ และฝึกทักษะพัฒนาการสมองมีการคิดวางแผน มีความคิดสร้างสรรค์ เพราะเมื่อต่อเสร็จแล้ว ยังจะเล่นบทบาทสมมติ เป็นพนักงานขายของ พนักงานคิดเงิน หรือคนไปซื้อของ เป็นต้น แปลงร่างลังกระดาษ คุณแม่ Work From Home มีเวลาที่บ้านกับลูกมากขึ้น หลังจากทำงานเสร็จแล้วก็ให้เวลาเล่นกับลูก ชวนกันหาลังกระดาษ หรือกระดาษแข็งที่มีอยู่ที่บ้าน มาตัด(การใช้กรรไกรคุณแม่แลอย่างใกล้ชิด) เป็นรูปร่างต่างๆ เช่น ดาบพระราชา มงกุฎ ฯลฯ ให้ลูกเล่นสนุก กิจกรรมนี้เป็นการฝึกให้ลูกใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการนำเอาอุปกรณ์รอบตัวมาทำของเล่น ที่ถึงแม้ ไม่ได้ซื้อของเล่นชิ้นใหม่ เด็กๆ ก็ทำของเล่นเองได้ที่บ้าน ที่สำคัญคือยังได้ฝึกการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กให้แข็งแรงเพิ่มขึ้นด้วย

 

 

Hits: 3

Total 0 Votes
0%
ฝึกสมาธิให้ลูกในวัยเด็กและจำกัดการรับสื่อออนไลน์

ฝึกสมาธิให้ลูกในวัยเด็กและจำกัดการรับสื่อออนไลน์

เมื่อการเรียนรู้ในสิ่งต่างๆไม่มีวันสิ้นสุด และอายุเท่าไรก็ยังสามารถที่จะเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และแหล่งความรู้นั้นก็มีให้เลือกศึกษาได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในห้องเรียน อย่างสถานศึกษาที่เราส่งลูกหลานไปเรียนเพื่อศึกษาหาความรู้ และฝึกระเบียบวินัยรวมไปถึงการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กๆในรุ่นราวคราวเดียวกัน และในวันหยุดสุดสัปดาห์อย่างวันเสาร์อาทิตย์ เราก็ยังสามารถให้ลูกได้ทำกิจกรรมต่างๆที่เสริมความรู้ และยังได้ประสบการณ์ในด้านอื่นอีกด้วย

หากแต่การเรียนรู้นั้นไม่ใช่แค่มีเพียงในห้องเรียน และครูไม่ใช่บุคคลเพียงท่านเดียวที่จะมอบความรู้ให้แก่นักเรียน แต่เด็กๆสามารถหาความรู้ได้รอบๆตัว ได้จากการเล่น หรือแม้กระทั่งการดูการ์ตูน หรือรายการสำหรับเด็กๆผ่านออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดียต่างๆ พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะกำหนดเวลาในการใช้สื่อออนไลน์อย่างเคร่งครัด เพราะอาจส่งผลทางอ้อมในเรื่องสมาธิและสุขภาพสายตาของเด็กๆในอนาคตได้ ด้วยหลักสูตรการศึกษาที่หลากหลายที่ให้ผู้ปกครองได้เลือกให้แก่บุตรหลานเพื่อเตรียมตัวให้เขาเป็นประชากรโลกได้อย่างแข็งแกร่งนั้นก็มีทั้งหลักสูตรอเมริกัน และหลักสูตรอังกฤษอย่าง British international school Bangkok นอกจากนี้พ่อแม่ผู้ปกครองควรเริ่มฝึกสมาธิให้ลูกๆ ซึ่งเว็บไซต์ไมโลได้แชร์ไว้ว่า ลดสิ่งเร้ารอบข้าง ในขณะที่ลูกมีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น อ่านหนังสืออยู่ ไม่ควรเปิดเพลงเสียงดัง ควรทำให้สภาพแวดล้อมให้เงียบสงบที่สุด จะเป็นการฝึกสมาธิเด็กกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า  สร้างแรงจูงใจ ผู้ปกครองอาจจะต้องเสริมแรงผลักดัน เพื่อให้มีกำลังใจการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้บรรลุเป้าหมาย เช่น ให้เล่นเกม 1 ชั่วโมงหลังจากที่ตั้งใจทำการบ้าน เด็กจะรู้สึกมีเป้าหมาย และจะตั้งใจทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ เลือกกิจกรรมหรือเกมฝึกทักษะ เด็กในแต่ละช่วงอายุจะมีกิจกรรมที่แตกต่างกันออกไป เด็กวัยอายุ 7-12 ปี เหมาะกับฝึกเล่นเกมที่มีกฏ กติกา หรือเลือกกิจกรรมฝึกสมาธิเด็ก ที่ได้เสริมสร้างประสบการณ์ไปในตัว เช่น ดนตรี กีฬา ศิลปะ เป็นต้น   ลดความเครียด คลายความกังวล  ความเครียด และความกังวลส่งผลโดยตรงกับสมาธิของเด็กในวัยประถม คุณพ่อคุณแม่เป็นปัจจัยหลักสำคัญที่จะช่วยลดปัจจัยความเครียดรอบด้านได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางบ้าน หรือความเครียดจากตัวเด็กเอง ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยลูกหากิจกรรมคลายเครียดเพื่อให้ลูกผ่อนคลาย และสมองเปิดโล่งพร้อมตั้งสมาธิในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬากับลูก ไปจนถึง กิจกรรมที่ให้ความบันเทิงอย่างการฟังเพลง หรือเล่นดนตรี เป็นต้น  เตรียมร่างกายให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน หรือเลือกดื่มเครื่องดื่มที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะกับเด็กอายุ 7-12 ปี จำพวกโปรตีนและแคลเซียม เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงและพัฒนาการของร่างกายให้พร้อมทำทุกกิจกรรม

 

 

Hits: 7

Total 0 Votes
0%
เพราะการศึกษาคือสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญมากที่สุดสำหรับลูก

เพราะการศึกษาคือสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญมากที่สุดสำหรับลูก

สำหรับคนเป็นพ่อแม่หรือผู้ปกครองที่มีลูกหลานที่จะต้องดูแล แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับลูกหลานนั้นก็คือการได้รับการศึกษาที่มีมาตรฐานและเหมาะสมกับเด็กแต่ละคน ซึ่งหลักสูตรการศึกษานั้นต่างก็มีความสำคัญและความจำเป็นสำหรับเด็กๆ เราไม่อาจละเลยรายละเอียดต่างๆได้ เพราะทุกรายละเอียดนั้นสำคัญสำหรับการพัฒนาศักยภาพของเด็กๆที่จะเติบโตอย่างมีคุณภาพทั้งด้านวิชาการ ด้านความคิดสร้างสรรค์และด้านสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง

ความสำคัญของการให้ความใส่ใจในเรื่องการศึกษาของบุตรหลานนั้น พิสูจน์ได้ว่า เราเป็นผู้ปกครองที่มีคุณภาพเช่นกัน เพราะเราไม่ผลักภาระการดูแลเด็กให้กับผู้อื่น เพราะสิ่งนี้คือการปฏิบัติร่วมกัน ทางสถานศึกษาและที่บ้าน สถานศึกษาทั้งรัฐบาล เอกชน หรือจะเป็นนานาชาติอย่าง international school in Thailand หรือ international school in Bangkok ต่างก็มีนโยบายที่เห็นความสำคัญในเรื่องการเรียนและการให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางในเรื่องการศึกษา ที่บ้านควรสนับสนุนในเรื่องการทำกิจกรรมของเด็กๆและต้องหมั่นฝึกสมาธิให้เด็กด้วย ซึ่งทางเว็บไซต์ happyschoolbreak ได้แชร์ไว้ว่า การอ่านหนังสือให้ฟัง คิดตามแล้วอาจจะรู้สึกธรรมดา แต่ความธรรมดานั้นกลับแฝงมาด้วยคุณค่าที่มากมายเลยทีเดียวสำหรับกิจกรรมอย่างชวนลูกอ่านหนังสือ เพราะเมื่อเด็กๆ อ่านหนังสือ ความสนใจทั้งหมดจะมุ่งไปที่เรื่องราวในหนังสือโดยทิ้งโลกที่เหลือไว้เบื้องหลัง ดังนั้น ลองใช้เวลาสัก 15-20 นาทีก่อนไปโรงเรียน หรือก่อนนอนชวนลูกอ่านหนังสือ ลูกของเราจะมีสมาธิมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ชวนดูทีวี เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่ว่า ทีวี หรือรายการต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต จะต้องผ่านการคัดเลือกโดยพ่อแม่เพื่อให้เหมาะสมกับความรู้และวัยของเด็กๆ และต้องระวังเป็นอย่างยิ่งว่า เด็กที่มีอายุ 2 ขวบขึ้นไป สามารถเลียนแบบพฤติกรรมในรายการที่พวกเขาดูได้แล้ว เมื่อเลือกรายการที่ดีและกระตุ้นความสนใจของเด็กๆ เป็นที่เรียบร้อย ก็ให้ตั้งหัวข้อขึ้นมาจากนั้นให้พ่อแม่ลูกช่วยกันพูดคุยเกี่ยวกับรายการที่เพิ่งได้ดูจบไป ซึ่งนั่นหมายความว่า เด็กๆ จะต้องใช้มีสมาธิกับการดูรายการนั้นๆ มากทีเดียว เลือกเล่นเกมส์สสร้างสมาธิจากแอปพลิเคชั่นหรือคอมพิวเตอร์ อย่างเพิ่งหันหลังให้กับอินเทอร์เน็ตเสียทีเดียว เมื่อมันยังมีประโยชน์ต่อการพัฒนาความสามารถหรือสมาธิของเด็กๆ อยู่บ้าง ลองเลือกเกมให้เด็กๆ ได้เล่นดูบ้าง ซึ่งในปัจจุบันก็มีมากมายหลายเว็บ และหลายแอปพลิเคชั่น ฟรีซ! อารมณ์คล้ายเก้าอี้ดนตรี แต่แทนที่เมื่อเพลงจบทุกคนจะหาเก้าอี้ของตัวเองเพื่อนั่งลง ก็กลายเป็นว่าทุกคนต้องทำตัวนิ่งๆ ฟรีซตัวเองให้อยู่กับที่แทน โดยผู้ปกครองสามารถเลือกให้คละเคล้ากันได้ทั้งเพลงช้าและเพลงเร็ว รวมไปถึงเพลงเร็วมากกกกกก เพื่อให้เด็กๆ ได้เต้นให้เข้ากับจังหวะ หรือจะท้าทายสมาธิของเด็กๆ โดยการเต้นให้ตรงกันข้ามกับจังหวะเพลงก็ได้ อย่างให้เต้นช้าๆ เมื่ออยู่ในจังหวะเพลงเร็ว

 

Hits: 5

Total 0 Votes
0%
ต่อยอดความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพให้เก่งรอบด้านในยุคดิจิทัล

ต่อยอดความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพให้เก่งรอบด้านในยุคดิจิทัล

การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ประโยคนี้เราอาจจะได้ยินมาโดนตลอด และยังไม่ค่อยเข้าใจอย่างลึกซึ้งมากนัก จนกระทั่งเมื่อเรามีอายุมากขึ้น เราจึงตระหนักได้ว่า เรายังสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้ตลอด ไม่ว่าจะอายุเท่าไร ความรู้และสิ่งใหม่ๆนั้นรอคอยให้เราได้ค้นพบ ยิ่งในยุคดิจิทัลที่มีเทคโนโลยีครอบคลุมแทบจะทุกอย่าง หากเราไม่มีความรู้ในด้านนี้ การใช้ชีวิตในประจำวันของเราอาจติดขัดและพบเจอปัญหามากขึ้น เช่น หากเราจะทำธุรกรรมด้านการเงิน แล้วเราไม่รู้วิธีการใช้โมบายแบงค์กิ้ง เราก็จะต้องเสียเวลาเดินทางไปที่ธนาคาร

จำเป็นหรือไม่ ที่เราต้องเก่งรอบด้าน เก่งในทุกเรื่อง คำตอบนี้เราเท่านั้นคือคนที่รู้ดีที่สุด ถ้าความรู้นั้นมันสร้างประโยชน์ในแก่การดำเนินชีวิตในประจำวันของเรา ก็ถือว่าเราเก่งในด้านนั้นแล้ว การเก่งในด้านของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน บางคนเก่งในเรื่องการใช้กำลังด้านกีฬาต่างๆ จึงไม่แปลกใจเลยว่า ไม่ว่าจะลงเล่นกีฬาชนิดใด คนเหล่านั้นสามารถทำได้ดีเสมอ ศักยภาพในด้านการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาขนาดใด เราก็สามารถแก้ไขได้เสมอ แม้ว่าจะต้องใช้เวลาในการดำเนินการ เช่น หากเราโอนเงินไปผิดบัญชี แน่นอนว่าปัญหานี้แค่ได้ยินชื่อ ก็สร้างความปวดหัวแล้ว โดยเฉพาะเรื่องเงิน เราสามารถเริ่มได้จากการติดต่อเจ้าของบัญชี ธนาคาร และลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ และยื่นเรื่องไปที่ธนาคาร หากยังไม่ได้เงินคืน อาจจะต้องถึงเพจสื่อต่างๆที่สามารถสร้างแรงกดดันได้ และนี่คือการแก้ปัญหาในยุคดิจิทัล นอกจากนี้พื้นฐานการเรียนรู้ของเราก็มีส่วนสำคัญในการพัฒนาศักยภาพ ซึ่งบางคนเรียนจากหลักสูตรธรรมดา บางคนเรียนในหลักสูตร International school แต่ในท้ายที่สุดไม่ว่าจะเรียนจากหลักสูตรไหน หากเรามีใจรักที่จะพัฒนาตัวเอง เราก็จะสามารถต่อยอดความรู้ต่างๆได้เสมอ ในเว็บไซต์ภารกิจได้แชร์บทความไว้ว่า ในตอนที่เริ่มเข้าสู่โลกการทำงาน จำเป็นต้องมีทักษะ Hard Skills หรือทักษะทางวิชาชีพในงานนั้น อีกทั้งใช้เวลาหลายปีเพื่อฝึกฝนให้เกิดความชำนาญเฉพาะทางรวมถึงอาจเรียนเพิ่มเติมจากมหาวิทยาลัยในขั้นสูงขึ้นไป แต่ลำพังทักษะด้าน Hard Skills อย่างเดียวนั้นดูจะไม่เพียงพอที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในการทำงานกับองค์กร สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นและเป็นที่ยอมรับคือ องค์กรส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับผู้ที่มีทักษะการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นหรือ Soft Skills ซึ่งเป็นทักษะที่ไม่มีสอนในมหาวิทยาลัย ถ้าต้องการก้าวหน้าในอาชีพ ดังนั้น Soft Skills จึงเป็นทักษะในการทำงานที่จําเป็นในอนาคต ซึ่งส่งผลต่อความก้าวหน้า เป็นส่วนช่วยให้ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ราบรื่น และประสบความสำเร็จ ทักษะการสื่อสารเป็นทักษะที่ต้องใช้อยู่เสมอ เนื่องจากการทำงานในองค์กรต้องติดต่อกับผู้อื่นตลอดเวลา เช่น หัวหน้า ลูกน้อง ผู้ร่วมงานในทีม ซัพพลายเออร์ รวมถึงติดต่อสื่อสารกับลูกค้าเพื่อเสนอขายสินค้าหรือบริการ การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ข้อมูลถูกต้องชัดเจน ตรงประเด็น ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่ตกหล่น รวมถึงรู้จักเลือกใช้คำพูดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ นอกเหนือจากการพูดแล้ว การฟังก็เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวคือ การเป็นผู้ฟังที่ดีจะทำให้เข้าใจสิ่งที่ผู้พูดต้องการอย่างแท้จริง ขณะรับฟัง ไม่ควรรีบด่วนสรุป หรือไม่อดทนฟังจนจบ ทำให้ไม่เข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้พูด และเป็นสาเหตุให้เกิดความล้มเหลวในการติดต่อสื่อสาร

Hits: 1

Total 0 Votes
0%