ซื้อสลากกินแบ่งฯ ก่อนสมรสกัน แต่ออกรางวัลหลังจากที่สมรสกัน เงินรางวัลที่ได้ ถือว่า เป็นสินสมรส คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1053/2537

ซื้อสลากกินแบ่งฯ ก่อนสมรสกัน แต่ออกรางวัลหลังจากที่สมรสกัน เงินรางวัลที่ได้ ถือว่า เป็นสินสมรส คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1053/2537

ซื้อสลากกินแบ่งฯ ก่อนสมรสกัน
แต่ออกรางวัลหลังจากที่สมรสกัน
เงินรางวัลที่ได้ ถือว่า เป็นสินสมรส
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1053/2537
โจทก์บรรยายฟ้องโดยระบุว่าโจทก์จำเลยได้ร่วมกันซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเมื่อวันที่อะไร ประจำงวดใด และได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลขณะที่โจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย และอ้างเหตุจำเป็นในการที่โจทก์ขอเป็นผู้จัดการเงินรางวัลที่จำเลยถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลแต่ผู้เดียวเอาไว้ ฟ้องโจทก์ได้บรรยายโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับแล้ว ส่วนการที่โจทก์จำเลยจะซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ไหนจากใคร เป็นเพียงรายละเอียดที่สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้ และจำเลยเองก็เข้าใจข้อหาโจทก์ดี สามารถต่อสู้คดีโจทก์ได้ถูกต้องฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม 
แม้ภรรยาเดิมของจำเลยจะฟ้องเพิกถอนการหย่า และศาลมีคำพิพากษาตามยอมให้เพิกถอนการจดทะเบียนหย่าแล้วก็ตาม แต่เป็นการทำภายหลังจากที่โจทก์จำเลยจดทะเบียนสมรสกันถูกต้องตามกฎหมายแล้ว การสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงไม่เป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่พ.ศ.2519 มาตรา 1496 ประกอบด้วยมาตรา 1452 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น
จำเลยใช้เงินของจำเลยซื้อสลากกินแบ่งฯก่อนสมรสกับโจทก์สลากกินแบ่งฯออกรางวัลหลังจากที่โจทก์จำเลยสมรสกันแล้ว และถูกรางวัล เงินรางวัลที่จำเลยได้รับมาจากการถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลระหว่างสมรสถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสย่อมเป็นสินสมรสตาม ป.พ.พ. บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่พ.ศ.2519 มาตรา 1474 (1)
ป.พ.พ.บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 มาตรา 1485บัญญัติว่าสามีหรือภริยาอาจร้องขอต่อศาลให้ตนเป็นผู้จัดการสินสมรสโดยเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งหรือเข้าร่วมจัดการในการนั้นได้ ถ้าการที่จะทำเช่นนั้นจะเป็นประโยชน์ยิ่งกว่า เป็นข้อยกเว้นจากหลักทั่วไป เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์จำเลยทำสัญญาก่อนสมรสกันไว้ เงินรางวัลที่เหลือฝากในธนาคารซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสินสมรส โจทก์จำเลยย่อมเป็นผู้จัดการสินสมรสร่วมกันอยู่แล้ว กรณีจึงไม่มีเหตุจำเป็นใด ๆ ที่โจทก์จะเป็นผู้จัดการเงินรางวัลดังกล่าวเพียงผู้เดียวแต่อย่างใด
#ทนายโทนี่ #ทนายสุทธิชัย ปัญญโรจน์

ไม่เป็นไร วางเป้าหมายใหม่ วางแผนใหม่  เชื่อว่าหลายคน กำลังเจอเหตุการณ์แบบนี้ ใช้ชีวิตอยู่ไปเรื่อยๆ  แล้วพบว่า ตอนนี้ เรารู้สึกว่า  เส้นทางที่เราเดินอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่เส้นทางของเรา  ไม่ใช่ทางที่เราอยากเดิน ทั้งๆที่ในอดีตเราฝันว่า “ ใช่” #อาจารย์โทนี่ #สุทธิชัย ปัญญโรจน์

ไม่เป็นไร วางเป้าหมายใหม่ วางแผนใหม่ เชื่อว่าหลายคน กำลังเจอเหตุการณ์แบบนี้ ใช้ชีวิตอยู่ไปเรื่อยๆ แล้วพบว่า ตอนนี้ เรารู้สึกว่า เส้นทางที่เราเดินอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่เส้นทางของเรา ไม่ใช่ทางที่เราอยากเดิน ทั้งๆที่ในอดีตเราฝันว่า “ ใช่” #อาจารย์โทนี่ #สุทธิชัย ปัญญโรจน์

ไม่เป็นไร วางเป้าหมายใหม่ วางแผนใหม่

เชื่อว่าหลายคน กำลังเจอเหตุการณ์แบบนี้

ใช้ชีวิตอยู่ไปเรื่อยๆ

แล้วพบว่า ตอนนี้ เรารู้สึกว่า

เส้นทางที่เราเดินอยู่ตอนนี้

ไม่ใช่เส้นทางของเรา

ไม่ใช่ทางที่เราอยากเดิน

ทั้งๆที่ในอดีตเราฝันว่า “ ใช่”

#อาจารย์โทนี่ #สุทธิชัย ปัญญโรจน์

ไม่เป็นไร วางเป้าหมายใหม่ วางแผนใหม่

เชื่อว่าหลายคน กำลังเจอเหตุการณ์แบบนี้

ใช้ชีวิตอยู่ไปเรื่อยๆ

แล้วพบว่า ตอนนี้ เรารู้สึกว่า

เส้นทางที่เราเดินอยู่ตอนนี้

ไม่ใช่เส้นทางของเรา

ไม่ใช่ทางที่เราอยากเดิน

ทั้งๆที่ในอดีตเราฝันว่า “ ใช่”

#อาจารย์โทนี่ #สุทธิชัย ปัญญโรจน์

อาหารและพฤติกรรมที่ช่วยให้ ซิเดกร้า ออกฤทธิ์ดียิ่งขึ้น

อาหารและพฤติกรรมที่ช่วยให้ ซิเดกร้า ออกฤทธิ์ดียิ่งขึ้น

การใช้ ซิเดกร้า: ใช้บ่อยแค่ไหนถึงจะพอเหมาะและปลอดภัยต่อร่างกาย?

ซิเดกร้า (Sildenafil) เป็นยาที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้ชายที่มีปัญหาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เพราะช่วยให้การแข็งตัวของอวัยวะเพศมีประสิทธิภาพและยาวนานขึ้น ทำให้สามารถ เพิ่มความอึดทนท่านชาย และสร้างความมั่นใจในกิจกรรมบนเตียงได้มากกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม หลายคนมักมีคำถามว่า ซิเดกร้าสำหรับผู้ชาย ควรใช้บ่อยแค่ไหนจึงจะปลอดภัยและได้ผลดีที่สุด

1. คำแนะนำทั่วไปในการใช้ ซิเดกร้า

แพทย์มักจะแนะนำให้รับประทาน ซิเดกร้า ก่อนเริ่มกิจกรรมทางเพศประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์เต็มที่ ยามีระยะเวลาการออกฤทธิ์ในร่างกายประมาณ 4–5 ชั่วโมง ขนาดยาที่เหมาะสมโดยทั่วไปจะอยู่ระหว่าง 25 มก. ถึง 100 มก. ทั้งนี้ควรปรับตามสภาพร่างกายและคำแนะนำจากแพทย์

2. ความถี่ที่เหมาะสม

การใช้ ซิเดกร้าสำหรับผู้ชาย ควรจำกัดไม่เกิน 1 ครั้งต่อวัน เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียง เช่น ปวดหัว มึนงง ตาพร่ามัว หรือความดันโลหิตลดลงอย่างรวดเร็ว การใช้ยาถี่เกินไปไม่เพียงแต่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด แต่ยังอาจทำให้ร่างกายเกิดความเคยชินกับยา ทำให้ประสิทธิภาพลดลง

3. ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้ ซิเดกร้า

  • สุขภาพโดยรวม: ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือโรคตับ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

  • การใช้ยาร่วมกัน: หากรับประทานยาไนเตรต (Nitroglycerin) หรือยาที่มีผลต่อความดัน ควรแจ้งแพทย์ เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงรุนแรง

  • อายุ: ผู้สูงอายุอาจต้องปรับขนาดยาหรือความถี่ให้เหมาะสม

4. เคล็ดลับการใช้ให้ได้ผลและปลอดภัย

  • ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อปรับขนาดยาตามความเหมาะสมของร่างกาย

  • รับประทานเมื่อจำเป็น ไม่ควรใช้เป็นกิจวัตรประจำวัน

  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์มากเกินไป เพราะอาจทำให้ประสิทธิภาพของยาและการแข็งตัวลดลง

  • สังเกตอาการผิดปกติ เช่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือการแข็งตัวที่นานเกิน 4 ชั่วโมง ควรหยุดใช้และพบแพทย์ทันที

5. สรุป

ซิเดกร้า และ ซิเดกร้าสำหรับผู้ชาย เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับผู้ที่มีปัญหาสมรรถภาพทางเพศ และต้องการ เพิ่มความอึดทนท่านชาย แต่ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย ควรใช้ไม่เกิน 1 ครั้งต่อวัน พร้อมดูแลสุขภาพกายและใจให้พร้อมเสมอ เพื่อให้กิจกรรมบนเตียงเต็มไปด้วยความมั่นใจและประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม

ซิเดกร้า ไวอากร้าไทย รับรองของแท้

ซิเดกร้า ไวอากร้าไทย ยาปลุกอารมณ์ ของแท้  ช่วยทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้ดีขึ้น ชะลอการหลั่ง เพิ่มความอึดทนท่านชาย

เป็นยา ไวอากร้า ที่มีฤทธิ์กระตุ้นการขยายตัวของหลอดเลือด ช่วยให้สมองสั่งการผ่านเส้นประสาทไปยังอวัยวะเพศ ทำให้แข็งตัวขณะมีเพศสัมพันธ์ ช่วยให้การร่วมรักดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ยาวนาน และประทับใจ ซิเดกร้า สำหรับผู้ชาย
อาการอวัยวะเพศอ่อนตัวขณะมีเพศสัมพันธ์ อาการ แข็งไม่สุด นกเขาไม่ขัน หรือเรียกอีกอย่างว่า อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ซิเดกร้า ไว้อากร้าไทย ของแท้ ช่วยปัญหาได้เป็นอย่างดี และมีความปลอดภัย รับรองโดยองค์การเภสัชกรรม (GPO) มีตัวยา ซิลเดนาฟิล ซิเตรท 100 % (Sildenafil Citrate) ซึ่งเป็น ตัวยาเดียวกับ ไวอากร้าอเมริกา

ติดต่อเรา
Line@ : @112cscdt
โทร : 086-380-7312

เปรียบเทียบการใช้รถกระบะขนของกับรถเทรลเลอร์ ข้อดีและข้อเสีย

เปรียบเทียบการใช้รถกระบะขนของกับรถเทรลเลอร์ ข้อดีและข้อเสีย

บริการ รับจ้างขนของกรุงเทพ ครบวงจร รวดเร็ว ปลอดภัย ราคาคุ้มค่า

การขนย้ายสิ่งของในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นการย้ายบ้าน ย้ายหอพัก หรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ จำเป็นต้องใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญที่มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรและอุปกรณ์ เพื่อให้การขนย้ายเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย บริการ รับจ้างขนของกรุงเทพ จึงเป็นคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวก ประหยัดเวลา และมั่นใจได้ว่าสิ่งของจะถึงที่หมายอย่างปลอดภัย

รถขนของย้ายหอ เหมาะสำหรับนักศึกษาและคนทำงาน

สำหรับผู้ที่ต้องการย้ายหอพักหรือคอนโด การใช้บริการ รถขนของย้ายหอ เป็นตัวเลือกที่สะดวกและรวดเร็ว ช่วยประหยัดเวลาและแรงงาน เนื่องจากทีมงานมีประสบการณ์ในการจัดเก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบ ป้องกันความเสียหาย และพร้อมเคลื่อนย้ายทันทีในครั้งเดียว ไม่ต้องขนหลายรอบ

บริการรถเทรลเลอร์กรุงเทพ สำหรับงานขนส่งขนาดใหญ่

ในกรณีที่ต้องขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ เครื่องจักร หรือสินค้าที่มีน้ำหนักมาก การเลือกใช้ บริการรถเทรลเลอร์กรุงเทพ จะช่วยให้การขนส่งเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ รถเทรลเลอร์สามารถรองรับน้ำหนักได้มาก เหมาะกับการขนส่งสินค้าที่ต้องการความมั่นคงและการจัดวางที่รอบคอบ

รถเทรลเลอร์รับจ้าง รองรับทุกความต้องการ

หากคุณต้องการความยืดหยุ่นในการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นการเช่าแบบรายวัน รายเที่ยว หรือระยะยาว บริการ รถเทรลเลอร์รับจ้าง สามารถปรับให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้า ทั้งในด้านระยะทาง ประเภทสินค้า และกำหนดเวลาจัดส่ง พร้อมทีมงานมืออาชีพคอยดูแลตลอดเส้นทาง

ทำไมต้องเลือกเรา

  • มีประสบการณ์ในการให้บริการขนส่งทุกประเภท

  • รถทุกคันผ่านการตรวจเช็คและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ

  • ทีมงานมืออาชีพ ดูแลเอาใจใส่ในทุกขั้นตอน

  • ราคายุติธรรม พร้อมประเมินค่าใช้จ่ายล่วงหน้า

  • บริการรวดเร็ว ตรงต่อเวลา

สรุป

ไม่ว่าคุณจะต้องการ รับจ้างขนของกรุงเทพรถขนของย้ายหอบริการรถเทรลเลอร์กรุงเทพ หรือ รถเทรลเลอร์รับจ้าง เราพร้อมให้บริการอย่างครบวงจร เพื่อให้การขนส่งและขนย้ายของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และคุ้มค่าที่สุด

NOUT SERVICE

นุชเซอร์วิส

Phone

062 698 6696 091 448 6905

ความผิดฐานลักทรัพย์เป็นการเอาทรัพย์ไป เป็นความผิดสําเร็จเมื่อทรัพย์เคลื่อนที่คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 413/2552จำเลยยังมิได้พาเตาอบไฟฟ้าของผู้เสียหายออกไปพ้นนอกห้างสรรพสินค้าของผู้เสียหาย แต่ก็ได้เคลื่อนย้ายเตาอบไฟฟ้าออกจากจุดที่ผู้เสียหายเก็บหรือวางทรัพย์นั้นไว้ ทั้งยังผ่านจุดที่ลูกค้าจะต้องชำระค่าสินค้าแก่พนักงานเก็บเงินไปแล้ว จึงถือได้ว่าจำเลยพาทรัพย์ของผู้เสียหายเคลื่อนที่ไปแล้วโดยมีเจตนาทุจริต การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดสำเร็จ#ทนายโทนี่ #ทนายสุทธิชัย ปัญญโรจน์

ความผิดฐานลักทรัพย์เป็นการเอาทรัพย์ไป เป็นความผิดสําเร็จเมื่อทรัพย์เคลื่อนที่คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 413/2552จำเลยยังมิได้พาเตาอบไฟฟ้าของผู้เสียหายออกไปพ้นนอกห้างสรรพสินค้าของผู้เสียหาย แต่ก็ได้เคลื่อนย้ายเตาอบไฟฟ้าออกจากจุดที่ผู้เสียหายเก็บหรือวางทรัพย์นั้นไว้ ทั้งยังผ่านจุดที่ลูกค้าจะต้องชำระค่าสินค้าแก่พนักงานเก็บเงินไปแล้ว จึงถือได้ว่าจำเลยพาทรัพย์ของผู้เสียหายเคลื่อนที่ไปแล้วโดยมีเจตนาทุจริต การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดสำเร็จ#ทนายโทนี่ #ทนายสุทธิชัย ปัญญโรจน์

ความผิดฐานลักทรัพย์เป็นการเอาทรัพย์ไป เป็นความผิดสําเร็จเมื่อทรัพย์เคลื่อนที่คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 413/2552จำเลยยังมิได้พาเตาอบไฟฟ้าของผู้เสียหายออกไปพ้นนอกห้างสรรพสินค้าของผู้เสียหาย แต่ก็ได้เคลื่อนย้ายเตาอบไฟฟ้าออกจากจุดที่ผู้เสียหายเก็บหรือวางทรัพย์นั้นไว้ ทั้งยังผ่านจุดที่ลูกค้าจะต้องชำระค่าสินค้าแก่พนักงานเก็บเงินไปแล้ว จึงถือได้ว่าจำเลยพาทรัพย์ของผู้เสียหายเคลื่อนที่ไปแล้วโดยมีเจตนาทุจริต การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดสำเร็จ#ทนายโทนี่ #ทนายสุทธิชัย ปัญญโรจน์

ทำสัญญาขายฝาก ขอผ่อนจ่ายดอกเบี้ยและต้นเงิน เป็นรายเดือน คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2514/2561                 ดอกเบี้ยที่โจทก์ผ่อนชำระให้แก่จำเลยที่ 1 ในอัตราร้อยละ 3 ต่อเดือน เป็นเงิน 2,100 บาท หรือเท่ากับ 25,200 บาท ต่อปี เมื่อนำไปรวมกับต้นเงิน 70,000 บาท เป็นเงิน 95,200 บาท เป็นจำนวนใกล้เคียงกับราคาสินไถ่ 95,000 บาท การที่โจทก์ชำระดอกเบี้ยทุกเดือน จึงเป็นการชำระดอกเบี้ยตามสัญญากู้และแสดงว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 มีเจตนาทำสัญญากู้ยืมเงินตั้งแต่ต้น ไม่มีเจตนาที่จะทำสัญญาขายฝาก การนำโฉนดที่ดินมาวางเป็นเพียงให้จำเลยที่ 1 ยึดถือประกันหนี้เงินกู้ยืมเท่านั้น สัญญาขายฝากที่ทำไว้จึงเป็นนิติกรรมอำพรางการกู้ยืมเงินและตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคหนึ่ง ต้องบังคับตามสัญญากู้ยืมเงินซึ่งเป็นนิติกรรมที่ถูกอำพรางตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคสอง              แม้การขายฝากที่ดินจะตกเป็นโมฆะ ต้องเพิกถอนสัญญาขายฝาก เป็นผลให้ที่ดินพิพาทยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ก็ตาม แต่จำเลยที่ 1 ได้ขายที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 2 ไปก่อนแล้ว ซึ่งจำเลยที่ 2 ให้การต่อสู้ว่ารับโอนที่ดินพิพาทมาโดยสุจริต เสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนแล้ว ประกอบกับโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 2 รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจริต และจากทางนำสืบของโจทก์ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 จะได้รู้ว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทกันจริง จำเลยที่ 2 จึงเป็นบุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริตและต้องเสียหายจากการแสดงเจตนาลวง ย่อมได้รับคุ้มครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคหนึ่ง ตอนท้าย โจทก์จึงไม่อาจเพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ได้ #ทนายโทนี่ #ทนายสุทธิชัย ปัญญโรจน์

ทำสัญญาขายฝาก ขอผ่อนจ่ายดอกเบี้ยและต้นเงิน เป็นรายเดือน คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2514/2561 ดอกเบี้ยที่โจทก์ผ่อนชำระให้แก่จำเลยที่ 1 ในอัตราร้อยละ 3 ต่อเดือน เป็นเงิน 2,100 บาท หรือเท่ากับ 25,200 บาท ต่อปี เมื่อนำไปรวมกับต้นเงิน 70,000 บาท เป็นเงิน 95,200 บาท เป็นจำนวนใกล้เคียงกับราคาสินไถ่ 95,000 บาท การที่โจทก์ชำระดอกเบี้ยทุกเดือน จึงเป็นการชำระดอกเบี้ยตามสัญญากู้และแสดงว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 มีเจตนาทำสัญญากู้ยืมเงินตั้งแต่ต้น ไม่มีเจตนาที่จะทำสัญญาขายฝาก การนำโฉนดที่ดินมาวางเป็นเพียงให้จำเลยที่ 1 ยึดถือประกันหนี้เงินกู้ยืมเท่านั้น สัญญาขายฝากที่ทำไว้จึงเป็นนิติกรรมอำพรางการกู้ยืมเงินและตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคหนึ่ง ต้องบังคับตามสัญญากู้ยืมเงินซึ่งเป็นนิติกรรมที่ถูกอำพรางตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคสอง แม้การขายฝากที่ดินจะตกเป็นโมฆะ ต้องเพิกถอนสัญญาขายฝาก เป็นผลให้ที่ดินพิพาทยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ก็ตาม แต่จำเลยที่ 1 ได้ขายที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 2 ไปก่อนแล้ว ซึ่งจำเลยที่ 2 ให้การต่อสู้ว่ารับโอนที่ดินพิพาทมาโดยสุจริต เสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนแล้ว ประกอบกับโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 2 รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจริต และจากทางนำสืบของโจทก์ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 จะได้รู้ว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทกันจริง จำเลยที่ 2 จึงเป็นบุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริตและต้องเสียหายจากการแสดงเจตนาลวง ย่อมได้รับคุ้มครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคหนึ่ง ตอนท้าย โจทก์จึงไม่อาจเพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ได้ #ทนายโทนี่ #ทนายสุทธิชัย ปัญญโรจน์

ทำสัญญาขายฝาก ขอผ่อนจ่ายดอกเบี้ยและต้นเงิน เป็นรายเดือน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2514/2561
ดอกเบี้ยที่โจทก์ผ่อนชำระให้แก่จำเลยที่ 1 ในอัตราร้อยละ 3 ต่อเดือน เป็นเงิน 2,100 บาท หรือเท่ากับ 25,200 บาท ต่อปี เมื่อนำไปรวมกับต้นเงิน 70,000 บาท เป็นเงิน 95,200 บาท เป็นจำนวนใกล้เคียงกับราคาสินไถ่ 95,000 บาท การที่โจทก์ชำระดอกเบี้ยทุกเดือน จึงเป็นการชำระดอกเบี้ยตามสัญญากู้และแสดงว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 มีเจตนาทำสัญญากู้ยืมเงินตั้งแต่ต้น ไม่มีเจตนาที่จะทำสัญญาขายฝาก การนำโฉนดที่ดินมาวางเป็นเพียงให้จำเลยที่ 1 ยึดถือประกันหนี้เงินกู้ยืมเท่านั้น สัญญาขายฝากที่ทำไว้จึงเป็นนิติกรรมอำพรางการกู้ยืมเงินและตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคหนึ่ง ต้องบังคับตามสัญญากู้ยืมเงินซึ่งเป็นนิติกรรมที่ถูกอำพรางตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคสอง
แม้การขายฝากที่ดินจะตกเป็นโมฆะ ต้องเพิกถอนสัญญาขายฝาก เป็นผลให้ที่ดินพิพาทยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ก็ตาม แต่จำเลยที่ 1 ได้ขายที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 2 ไปก่อนแล้ว ซึ่งจำเลยที่ 2 ให้การต่อสู้ว่ารับโอนที่ดินพิพาทมาโดยสุจริต เสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนแล้ว ประกอบกับโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 2 รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจริต และจากทางนำสืบของโจทก์ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 จะได้รู้ว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทกันจริง จำเลยที่ 2 จึงเป็นบุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริตและต้องเสียหายจากการแสดงเจตนาลวง ย่อมได้รับคุ้มครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคหนึ่ง ตอนท้าย โจทก์จึงไม่อาจเพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ได้