ฝังเข็มตัวช่วยชาวพลัสไซส์ มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไรมาดูกัน

ฝังเข็มตัวช่วยชาวพลัสไซส์ มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไรมาดูกัน

เมื่อพูดถึงการมีน้ำหนักตัวเยอะ หลายคนถึงกับกุมขมับกันเป็นแถว เพราะถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาโลกแตกที่แก้ไขยาก การมีน้ำหนักตัวมากเกิดจากปัจจัยร่วมหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็น ต้นตอทางพันธุกรรม ความผิดปกติของระบบการเผาผลาญในร่างกาย สภาวะทางอารมณ์และจิตใจ การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง รวมไปถึงการขาดการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทั้งนี้การแก้ปัญหาให้ตรงจุดและสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนในระยะยาวจำเป็นต้องประเมินร่างกายของแต่ละบุคคลว่ามีสาเหตุความอ้วนมาจากเรื่องใด ในปัจจุบันการแก้ไขมีหลากหลายวิธี หนึ่งในทางเลือกอย่างการฝังเข็มลดความอ้วนก็กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น บทความนี้จะมาเปรียบเทียบให้เห็นกันชัดๆถึงข้อดี-ข้อเสียของการฝังเข็มลดน้ำหนัก

การฝังเข็มคืออะไร?

การฝังเข็มเป็นศาสตร์แพทย์แผนจีนโบราณที่ได้รับการยอมรับในทางการแพทย์สากลว่าสามารถรักษาโรคได้ดีเทียบหรือมากกว่าการรักษาแผนปัจจุบัน การใช้เข็มตันเล็กแหลมปักทั่วร่างกายตามจุดลมปราณทิ้งไว้ 15-30 นาที เพื่อกระตุ้นเส้นประสาทและปรับสมดุลการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติ

การฝังเข็มช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร?

เนื่องจากหนึ่งในสาเหตุการมีน้ำหนักเกินมาตรฐานมาจากการทำงานของอวัยวะในร่างกายอย่าง ระบบต่อมไรท่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อมไทรอยด์ที่ทำให้เกิดความผิดปกติของการเผาผลาญพลังงาน การสร้างฮอร์โมนมากจนทำให้เกิดการสะสมไขมัน การทำงานของไต ตับ และม้ามไม่มีประสิทธิภาพ การฝังเข็มจะไปกระตุ้น ‘ชี่ (Qi)’ หรือลมปราณและคลื่นพลังงานในร่างกายให้หมุนเวียน ฟื้นคืนความสมดุลของอวัยวะ ลดความเครียด ความอยากอาหารและการผลิตกรดในกระเพาะอาหาร

ข้อดีของการฝังเข็มลดน้ำหนัก

  1. ช่วยลดน้ำหนักผ่านวิธีเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญในร่างกายโดยไม่ต้องผ่าตัด
  2. กระตุ้นการขับของเสียในร่างกายให้มีประสิทธิภาพ ลดการสะสมไขมัน
  3. บรรเทาความเครียดและความกังวล
  4. ช่วยฟื้นฟูพลังงานในร่างกายให้สดชื่น
  5. กระตุ้นสมองในส่วนของการลดความต้องการอาหาร
  6. เป็นการรักษาแบบธรรมชาติไม่ต้องทานยา
  7. สามารถทำควบคู่กับการรักษาแบบอื่นๆเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

ข้อเสียของการฝังเข็มลดน้ำหนัก

  1. อาจใช้เวลาเพื่อการแสดงผลลัพธ์ที่ชัดเจน
  2. ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวควรได้รับการตรวจอย่างละเอียดและอนุญาตจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  3. อาจมีเลือดออก อาการบวมช้ำ
  4. ในวัยคนที่มีอายุ 20-40 ปี จะเห็นผลลัพธ์มากที่สุดเนื่องจากระบบในร่างกายยังไม่สึกหรอ สามารถฟื้นฟูได้ ในขณะที่คนอายุเยอะจะเห็นผลน้อยกว่า
  5. การรักษาที่ไม่มีมาตรฐานก่อให้เกิดความเสี่ยงติดเชื้อ

สรุป

การฝังเข็มเป็นเพียงอีกทางเลือกหนึ่งในการช่วยลดน้ำหนัก ผู้ที่สนใจควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด เข้ารับการประเมินร่างกายจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เลือกผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือมีใบรับรอง และคลินิกให้บริการที่สะอาด ไม่ใช่เข็มซ้ำ อุปกรณ์ทุกชิ้นต้องผ่านการทำความสะอาดปลอดเชื้อ รวมถึงเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายแต่ละที่ก่อนการตัดสินใจเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

 

‘Invisalign Teen’ โปรแกรมจัดฟันใสที่ออกแบบมา เพื่อวัยรุ่นโดยเฉพาะ

‘Invisalign Teen’ โปรแกรมจัดฟันใสที่ออกแบบมา เพื่อวัยรุ่นโดยเฉพาะ

การหมั่นใส่ใจดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอช่วยเสริมสร้างสุขภาพและภาพลักษณ์ที่ดี โดยเฉพาะช่องปากก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ไม่ควรมองข้าม หลายคนเชื่อว่าหากไม่ได้มีปัญหาด้านทันตกรรมที่รุนแรงอันก่อให้เกิดความลำบากในการดำรงชีวิตอย่างฟันคุดหรือปัญหาโรคปริทันต์ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปพบทันตแพทย์ แต่รู้หรือไม่ว่าฟันซ้อนเก หรือฟันสบลึก เป็นจุดเริ่มต้นของโรคอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นจุดบอดที่ทำให้เศษอาหารเข้าไปติดได้ง่าย หรือการสบฟันที่ผิดธรรมชาติอาจทำให้การบดเคี้ยวอาหารไม่มีประสิทธิภาพเกิดเป็นอาการท้องอืด ดังนั้นการเริ่มแก้ไขฟันให้เป็นระเบียบตั้งแต่เนิ่นๆจึงช่วยป้องกันปัญหาอื่นๆตามมา การจัดฟันในเด็กวัยรุ่นเริ่มเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองหลายคนคำนึงถึงมากขึ้นเพื่อสุขภาพฟันที่ดีในระยะยาวของบุตรหลาน ทางการแพท์จึงพัฒนาเทคโนโลยีการจัดฟัน Invisalign Teen เป็นโปรแกรมการจัดฟันที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างฟันให้เหล่าวัยรุ่นโดยเฉพาะ

การจัดฟัน Invisalign Teen คืออะไร?
การจัดฟัน Invisalign เป็นเทคโนโลยีการจัดฟันแบบใส อำพรางการมองเห็นเครื่องมือจัดฟันระหว่างการรักษา ที่ช่วยแก้ไขปัญหาโครงสร้างฟันตั้งแต่แบบง่ายไปจนซับซ้อน ถูกแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามจุดประสงค์การรักษา Invisalign Teen เป็นการจัดฟันใสสำหรับเด็กและวัยรุ่น 8-18 ปี ที่ซึ่งส่วนมากในวัยนี้มักมีปัญหาฟันห่าง ฟันซ้อน และขากรรไกรบนคร่อมส่วนล่าง ช่วยปรับการเจริญของรูปหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทำไมต้อง Invisalign Teen?
1.Invisalign ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยคาดการณ์การเคลื่อนฟัน และสร้างเครื่องมือที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล จึงมีความแม่นยำสูง
2.เนื่องจากพฤติกรรมของวัยรุ่นเป็นวัยที่มีการทำกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้เยอะ การระมัดระวังตัวอาจมีไม่มาก การจัดฟันแบบใสจึงลดความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บในช่องปากระหว่างการเล่นเมื่อเทียบกับการจัดฟันแบบโลหะ
3.ตัวเครื่องมือจะแนบติดกับผิวฟันไม่ทำให้เกิดการออกเสียงผิดเพี้ยน
4.การถอดเครื่องมือช่วยให้ผู้ป่วยวัยรุ่นสามารถทำความสะอาดฟันได้ง่ายและครอบคลุมยิ่งขึ้น
5.ช่วยหลีกเลี่ยงการล้อเลียนเรื่องภาพลักษณ์ในสังคมวัยรุ่น
6.ชุดเครื่องมือจะมีตัวบอกระยะการสวมใส่ คือหากสีฟ้าที่เครื่องมือกลายเป็นสีใสแปลว่าถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนชุดเครื่องมือชิ้นใหม่ ทำให้เด็กๆสามารถจัดการดูแลตัวเองได้อย่างง่ายดาย

Invisalign Teen มีขั้นตอนการรักษาอย่างไร?
1.พบแพทย์เพื่อประเมินพื้นฐานโครงสร้างฟัน
2.เอ็กซเรย์ พิมพ์ฟัน และทำการสแกนฟันแบบ 3 มิติ เพื่อประเมินการเคลื่อนตัวของฟัน รวมทั้งการออกแบบเครื่องมือเพื่อสภาพฟันแต่ละบุคคลโดยเฉพาะ
3.ผู้ป่วยลองใส่เครื่องมือ ขั้นตอนนี้แพทย์จะมีการแนะนำวิธีการดูแลรักษา ทั้งนี้อาจมีการติดตั้งเครื่องมือเสริมอื่นๆหากเห็นว่าสมควรตามแต่ละกรณี
4.ผู้ป่วยมาพบแพทย์เพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าของการรักษาทุกๆ 1.5-2 เดือน
5.เมื่อการรักษาเสร็จสิ้น ผู้ป่วยก็สามารถเผยรอยยิ้มได้อย่างมั่นใจ

เติมฟิลเลอร์ 7 จุดนี้ รับรองว่าหน้าปัง

เติมฟิลเลอร์ 7 จุดนี้ รับรองว่าหน้าปัง

ภาพลักษณ์ถือเป็นสิ่งที่หนุ่มสาวรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกันมากขึ้นในยุคนี้ เพราะคนส่วนใหญ่เชื่อว่าการมีภาพลักษณ์ที่ดีจะเสริมทั้งบุคลิกให้ดูน่าดึงดูดโดดเด่น และมีโหงวเฮ้งที่ดีเสริมความปังตามแบบฉบับสายมู การเสริมความงามจึงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายจนเกือบจะกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ของชีวิตกันเลยก็ว่าได้ หนึ่งในหัตถกรรมความงามที่เป็นที่รู้จักอันดับต้นๆ คงหนีไม่พ้นการเติมฟิลเลอร์ เพราะเป็นการตกแต่งขนาดเล็ก ที่ช่วยแก้ปัญหายิบย่อยบนใบหน้าได้ดี ตอบโจทย์ทั้งวัยรุ่นและวัยเก๋าที่ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย เมื่ออายุมากขึ้น กระบวนการฟื้นฟูเซลล์ตามธรรมชาติเริ่มลดประสิทธิภาพลง ยิ่งในปัจจุบันที่มีปัจจัยอื่นๆเข้ามาเพิ่ม เช่น การทำงานหนัก นอนดึก ทานอาหารไม่มีประโยชน์ ความเครียดต่างๆ ที่เป็นตัวเร่งให้เซลล์ร่างกายเสื่อมโทรมเร็วขึ้น จึงจำเป็นต้องหาตัวช่วยฟื้นฟูก่อนจะยิ่งกู้คืนยาก ฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มที่เลียนแบบสารในร่างกาย เข้ามาช่วยเติมเต็มส่วนที่สึกหรอในบริเวณต่างๆ และนี่คือ 7 จุดบนใบหน้าที่ต้องบอกว่าเติมฟิลเลอร์ปุ๊บสวยปั๊บแน่นอน


1.หน้าผาก

หลายคนมีพื้นฐานโครงสร้างหน้าผากแบน มีรอยยุบ รอยบุ๋ม รอยย่น ที่เผยความแก่กว่าวัย การเติมหน้าผากจะช่วยเสริมความสดใส ให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น หน้าผากที่มีความโหนกนูนยังบ่งบอกถึงการมีวาสนาดี มีวิสัยทัศน์กว้างไกลในทางด้านความเชื่อโหงวเฮ้งด้วยเช่นกัน การเติมหน้าผากจะใช้ปริมาณฟิลเลอร์มากกว่าบริเวณอื่น ประมาณ 3-5 cc จึงจะสามารถเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน และแพทย์ที่เลือกใช้ต้องมีประสบการณ์สูง มีเทคนิคที่ดีในการฉีดในระดับที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการไหลย้อยของฟิลเลอร์ รวมถึงความเสี่ยงที่จะโดนเส้นประสาทโดยรอบ

 

2.ขมับ
บริเวณขมับ คือตั้งแต่บริเวณหางตาไปจนสุดไรผม ส่วนมากมักจะเกิดรอยยุบบุ๋ม เป็นการเน้นโหนกแก้มให้เห็นชัดมากขึ้น การเติมขมับจะช่วยลดความแข็งกระด้างของใบหน้า ทำให้รูปหน้าดูหวานอ่อนโยนขึ้น แลดูเด็กลง การมีขมับตอบอาจส่งผลในแง่ลบของความเชื่อโหงวเฮ้งด้านความรักและคู่ครอง โดยทั่วไปแล้วจะนิยมเติมฟิลเลอร์ที่ขมับ 2-4 cc

3.ระหว่างคิ้ว

บริเวณนี้เป็นจุดที่คนส่วนใหญ่มักมีริ้วรอยเหี่ยวย่นมาเป็นอุปสรรค ซึ่งเกิดจากการแสดงสีหน้า เช่นการโกรธ สงสัย ขมวดคิ้ว เกิดเป็นรอยพับรอยยับในแนวตั้ง เพียงเติมฟิลเลอร์ 1 cc คุณก็สามารถเติมเต็มร่องลึกให้ดูตื้นขึ้น ช่วยปรับให้ใบหน้าดูเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ รองรับคิ้วที่เปรียบเสมือนมงกุฏของใบหน้าให้เข้ารูปกันได้ดียิ่งขึ้น

 

4.ใต้ตา

ผิวบริเวณใต้ตาเป็นส่วนที่บอบบองที่สุดของหน้า การนอนดึก โรคภูมิแพ้ และไขมันฝ่อลงทำให้ตาดูคล้ำหมอง เป็นร่องลึก ตาโหล ตาลึก ไม่สดใส ใต้ตาได้ชื่อว่าเป็นจุดที่ฟื้นฟูยากที่สุด การใช้เพียงอายครีมหรือเซรั่ม อาจไม่เพียงพอสำหรับการกู้คืนผิวรอบดวงตา ฟิลเลอร์ปริมาณ 2-4 cc สามารถช่วยเติมเต็มให้ผิวใต้ตาดูอิ่มฟูอุ้มน้ำ ลดเลือนถุงใต้ตาให้ดูจางลง ทำให้ผิวเรียบเนียนไร้ริ้วรอย คืนใบหน้าทีอ่อนเยาว์กลับมาอีกครั้ง

5.ร่องน้ำหมาก
ร่องน้ำหมากคือ ร่องบริเวณมุมปาก กล้อมเนื้อส่วนนี้เป็นอีกจุดที่เกิดริ้วรอยได้ง่ายจากการยิ้ม การหัวเราะ การรับประทานอาหาร หรือแม้แต่ระหว่างนอนหลับ หากใครชอบนอนตะแคงจนติดเป็นนิสัย ในระยะยาวเมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนในชั้นผิวที่ลดลง ผิวขาดความกระชับ ก็สามารถทำให้เกิดร่องลึกร่องตื้นได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้หากเราปล่อยให้ผิวร่องน้ำหมากหย่อนคล้อยไปนานวัน ก็จะทำให้มุมปากตก ใบหน้าดูบึ้งตึง เหมือนคนที่โกรธตลอดเวลา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถใช้ตัวยา 1 cc ผสานเทคนิคในการฉีดฟิลเลอร์เพื่อยกกระชับ และจะยิ่งเสริมผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นหากเติมร่วมกับร่องแก้ม ทำแล้วมั่นใจได้เลยต้องมีคนทักว่าหน้าเด็กลงหลายปี

 

6.ปาก

ต้องยกให้เป็นที่สุดของความฮอตไม่หยุดในยุคนี้ ฟิลเลอร์ปากนิยมกันมากในหมู่ดารานางแบบและสาวๆทั่วไป เพราะฟิลเลอร์ไม่เพียงเข้ามาเติมเต็มร่องปากให้ดูอิ่มฟู ชุ่มชื่นน่าจุ๊บ ทาลิปสติกไม่ตกร่อง แต่ยังช่วยตกแต่งรูปปากในฝันอีกด้วย หลายคนมีปัญหาปากบาง ปากหนา ปากไม่เป็นรูป ไม่ว่าจะเป็นแนวสาวสายฝอที่ชอบปากเอิบอิ่มซ่อนความเซ็กซี่ หรือจะเป็นทรงปากกระจับแบบเกาหลีที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น ฟิลเลอร์สามารถเนรมิตความต้องการให้สาวๆได้ดังใจ โดยแต่ละแบบขึ้นกับเทคนิคและความชำนาญของแพทย์แต่ละคน ส่วนมากใช้ตัวยาเพียง 1 cc ก็สามารถคงผลลัพธ์ได้นานถึง 1 ปี

 

7.คาง

สำหรับใครที่มีใบหน้าสั้น คางบุ๋ม คางตัด คางเบี้ยว แต่ไม่อยากเจ็บตัวจากการผ่าตัดเสริมซิลิโคน ฟิลเลอร์คางถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น ไม่บวมช้ำ และให้ผลลัพธ์ทันทีหลังการรักษา ฟิลเลอร์คาง จะเป็นการเติม HA เข้าไปบริเวณคาง ปั้นรูปทรงต่างๆได้ตามต้องการ คงผลลัพธ์นาน 1-2 ปี และสลายตัวตามธรรมชาติ จึงตอบโจทย์คนที่อาจจะอยากปรับแต่งโครงหน้าเพิ่มเติมในอนาคต แต่หากใครที่ชอบแบบถาวรควรเลือกเป็นการเสริมคางด้วยซิลิโคนจะเหมาะกว่านั่นเองค่ะ

 

สรุป
ฟิลเลอร์เป็นนวัตกรรมความงามสารพัดประโยชน์ที่มั่นใจได้ว่าถูกอกถูกใจสาวๆ แต่อย่างไรก็ตาม ทุกการรักษามีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนการตัดสินใจเข้ารับบริการทุกครั้ง อาจขอดูรีวิวจากลูกค้าจริงประกอบการพิจารณาทั้งในแง่ของผลลัพธ์ แบบที่ต้องการ แพทย์ที่มีประสบการณ์สูงจะช่วยให้ผลลัพธ์ที่คาดหวังมีความแม่นยำมากขึ้น และไม่ลืมที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แท้ เพื่อหลีกเลี่ยงผลที่ไม่พึงประสงค์ การใช้ของปลอมที่มีราคาถูกอาจทำให้หน้าเบี้ยว หน้าติดเชื้อ ไม่สลายเองตามธรรมชาติ ต้องทำการขูดฟิลเลอร์ออกซึ่งถือเป็นเรื่องที่ยุ่งยากบานปลาย ไม่คุ้มความเสี่ยงที่ได้แน่นอนค่ะ

ดูดไขมันด้วย Bodytite, Vaser และ Bodyjet ฉบับเข้าใจง่าย ต่างกันอย่างไร? แบบไหนที่เหมาะกับคุณ?

ดูดไขมันด้วย Bodytite, Vaser และ Bodyjet ฉบับเข้าใจง่าย ต่างกันอย่างไร? แบบไหนที่เหมาะกับคุณ?

หนุ่มๆสาวๆทุกคนต่างปรารถนาจะมีหุ่นที่เป๊ะปังตามแบบฉบับของตัวเอง แต่ด้วยพื้นฐานโครงสร้างร่างกาย วิถีการดำเนินชีวิต อาหารการกินต่างๆ มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นไม่ใช่การกำจัดไขมันทุกวิธีที่จะเหมาะสมตอบโจทย์แต่ละคน การดูดไขมันถือเป็นวิธีที่ช่วยกำจัดเหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสมในจุดต่างๆของร่างกาย ซึ่งอย่างที่เรารู้กันดีว่าไขมันลักษณะนี้อาจไม่ได้กำจัดง่ายๆด้วยการควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียว แม้แต่การดูดไขมันก็ยังถูกแบ่งออกเป็นหลายแบบตามเครื่องมือที่ใช้ หนุ่มสาวคนไหนที่มีคำถามคาใจว่าแต่ละแบบต่างกันอย่างไร บทความนี้มีคำตอบ

การดูดไขมันคืออะไร??

การดูดไขมัน เป็นหัตถกรรมการผ่าตัดชนิดหนึ่งที่มีการเปิดแผลขนาดเล็กบริเวณที่มีไขมันสะสม เพื่อนำเอาไขมันที่ไม่พึงประสงค์ออกมา วิธีนี้สามารถกำจัดไขมันได้อย่างรวดเร็ว ตรงจุด เห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจน แต่ต้องใช้เวลาพักฟื้นระยะเล็กน้อย อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีในปัจจุบันมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในทางการแพทย์ก็เช่นเดียวกัน จากเดิมคือการใช้มือเพื่อดันให้ไขมันออกมา ส่งผลให้เซลล์รอบข้างได้รับความเสียหาย เครื่องมือที่ใช้กำจัดไขมันจึงถูกออกแบบให้แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อุดช่องโหว่เพื่อลดความเสี่ยงที่ตามมา ดังนั้นเครื่องรุ่นใหม่จึงสามารถเปิดแผลที่มีขนาดเล็กลง ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และสามารถรักษาเซลล์ไขมันเพื่อนำไปใช้บริเวณอื่นต่อได้ เครื่องมือยอดนิยมตอนนี้ได้แก่ Bodytite Vaser และ Bodyjet

Bodytite Vaser และ Bodyjet ต่างกันอย่างไร??

อันไหนที่เหมาะกับเรา??

จริงๆแล้วเจ้าเครื่องดูดไขมันทั้ง 3 แบบนี้ล้วนมีความปลอดภัยสูง ได้รับการรับรองจากทั้ง FDA อเมริกา และอย.จากไทย เน้นดูดไขมันสะสมบริเวณต้นขา แขน เอว สะโพก แต่เราอาจเลือกเครื่องที่เหมาะสมกับตัวเองจากจุดเด่น เช่น หากคุณมีผิวเปลือกส้มจากเซลลูไลท์เยอะอาจเลือกเป็น Bodytite ที่จะช่วยดูดไขมันพร้อมทั้งสร้างผิวกระชับในขั้นตอนเดียว หรือถ้าคุณเป็นคนที่ไขมันเยอะมาก อยากได้ผลลัพธ์รวดเร็วทันใจ ไม่ต้องกลับมาทำซ้ำบ่อยๆ Vaser ก็เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ด้านนี้โดยเฉพาะ ส่วนคนไหนที่อยากยิงนก 1 ครั้ง ได้ 2 ตัว แน่นอนว่า ดูดไขมัน body jet สร้างมาเพื่อสิ่งนี้ ทั้งดูดไขมันและนำไขมันไปเติมส่วนอื่นที่ต้องการ เช่น บริเวณหน้าผาก แก้ม หรือบริเวณอื่น

สรุป

ทุกการรักษาล้วนมีความเสี่ยงและผลข้างเคียง เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด คุณจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ควรเข้าไปปรึกษาแพทย์โดยตรง เพื่อประเมินพื้นฐานร่างกายอย่างละเอียด หาทางออกที่ดีที่สุดร่วมกัน เลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเคสพลาด เนื่องจากปัจจุบันนี้มีสถานบริการผุดขื้นมากมาย สังเกตการให้คำแนะนำว่าจริงใจตรงไปตรงมา หรือเน้นขายของ อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาเพียงเพราะสามารถเสนอสิ่งที่เราปรารถนาได้ รวมถึงการเลือกใช้เครื่องมือแท้เพื่อผลลัพธ์ที่คาดหวังได้นั่นเองค่ะ