ภริยาฟ้องเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นจะต้องบรรยายฟ้องถึงพฤติการณ์แสดงตนโดยเปิดเผยของหญิงอื่นด้วยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5856/2567

ภริยาฟ้องเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นจะต้องบรรยายฟ้องถึงพฤติการณ์แสดงตนโดยเปิดเผยของหญิงอื่นด้วยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5856/2567

ภริยาฟ้องเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นจะต้องบรรยายฟ้องถึงพฤติการณ์แสดงตนโดยเปิดเผยของหญิงอื่นด้วยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5856/2567

จำเลยรับมอบรถยนต์ไว้ในครอบครองเพื่อเป็นประกันเงินกู้ยืม พฤติการณ์ที่จำเลยย้ายบ้านและไม่แจ้งให้ผู้เสียหายที่ 2 ทราบถึงที่อยู่แห่งใหม่เพื่อที่จะได้นำเงินไปไถ่ถอนและรับรถยนต์ และตัดขาดการติดต่อกับผู้เสียหายที่ 2 ไม่ทวงถามให้ผู้เสียหายที่ 2 ชำระเงินกู้ทั้งที่ผู้เสียหายที่ 2 ชำระหนี้มาเพียง 2 งวด ยังไม่ครบถ้วนที่กู้ยืมไป และปฏิเสธว่าจำเลยไม่ได้รับมอบรถยนต์ไว้จากผู้เสียหายที่ 2 บ่งชี้ว่าจำเลยมีเจตนาเบียดบังเอารถยนต์ไปเป็นของจำเลยหรือบุคคลที่ 3 โดยทุจริต เป็นความผิดฐานยักยอกตาม ป.อ. 352 วรรคหนึ่ง

จำเลยรับมอบรถยนต์ไว้ในครอบครองเพื่อเป็นประกันเงินกู้ยืม พฤติการณ์ที่จำเลยย้ายบ้านและไม่แจ้งให้ผู้เสียหายที่ 2 ทราบถึงที่อยู่แห่งใหม่เพื่อที่จะได้นำเงินไปไถ่ถอนและรับรถยนต์ และตัดขาดการติดต่อกับผู้เสียหายที่ 2 ไม่ทวงถามให้ผู้เสียหายที่ 2 ชำระเงินกู้ทั้งที่ผู้เสียหายที่ 2 ชำระหนี้มาเพียง 2 งวด ยังไม่ครบถ้วนที่กู้ยืมไป และปฏิเสธว่าจำเลยไม่ได้รับมอบรถยนต์ไว้จากผู้เสียหายที่ 2 บ่งชี้ว่าจำเลยมีเจตนาเบียดบังเอารถยนต์ไปเป็นของจำเลยหรือบุคคลที่ 3 โดยทุจริต เป็นความผิดฐานยักยอกตาม ป.อ. 352 วรรคหนึ่ง

จำเลยรับมอบรถยนต์ไว้ในครอบครองเพื่อเป็นประกันเงินกู้ยืม พฤติการณ์ที่จำเลยย้ายบ้านและไม่แจ้งให้ผู้เสียหายที่ 2 ทราบถึงที่อยู่แห่งใหม่เพื่อที่จะได้นำเงินไปไถ่ถอนและรับรถยนต์ และตัดขาดการติดต่อกับผู้เสียหายที่ 2 ไม่ทวงถามให้ผู้เสียหายที่ 2 ชำระเงินกู้ทั้งที่ผู้เสียหายที่ 2 ชำระหนี้มาเพียง 2 งวด ยังไม่ครบถ้วนที่กู้ยืมไป และปฏิเสธว่าจำเลยไม่ได้รับมอบรถยนต์ไว้จากผู้เสียหายที่ 2 บ่งชี้ว่าจำเลยมีเจตนาเบียดบังเอารถยนต์ไปเป็นของจำเลยหรือบุคคลที่ 3 โดยทุจริต เป็นความผิดฐานยักยอกตาม ป.อ. 352 วรรคหนึ่ง

สัญญาค้ำประกันที่นายจ้างให้ทำแบบไม่จำกัดวงเงินความรับผิด  สัญญาค้ำประกันนั้น ย่อมตกเป็นโมฆะบังคับใช้ไม่ได้ ผู้ค้ำประกันจึงไม่ต้องรับผิด เพราะฝ่าฝืนประกาศกระทรวงฯ มีผลให้สัญญาค้ำประกันตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๐  เทียบเคียง  ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 354/2561

สัญญาค้ำประกันที่นายจ้างให้ทำแบบไม่จำกัดวงเงินความรับผิด สัญญาค้ำประกันนั้น ย่อมตกเป็นโมฆะบังคับใช้ไม่ได้ ผู้ค้ำประกันจึงไม่ต้องรับผิด เพราะฝ่าฝืนประกาศกระทรวงฯ มีผลให้สัญญาค้ำประกันตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๐ เทียบเคียง ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 354/2561

สัญญาค้ำประกันที่นายจ้างให้ทำแบบไม่จำกัดวงเงินความรับผิด

สัญญาค้ำประกันนั้น ย่อมตกเป็นโมฆะบังคับใช้ไม่ได้ ผู้ค้ำประกันจึงไม่ต้องรับผิด เพราะฝ่าฝืนประกาศกระทรวงฯ มีผลให้สัญญาค้ำประกันตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๐

เทียบเคียง ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 354/2561

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  6943/2562 ชายหญิงไม่มีเจตนาจดทะเบียนสมรส ทรัพย์สินที่มอบให้แก่กันไม่เป็นของหมั้นและสินสอด ฝ่ายชายจะอ้างว่า ฝ่ายหญิงผิดสัญญาหมั้น และเรียกของหมั้นและสินสอดคืนและค่าทดแทนจากฝ่ายหญิงไม่ได้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6943/2562 ชายหญิงไม่มีเจตนาจดทะเบียนสมรส ทรัพย์สินที่มอบให้แก่กันไม่เป็นของหมั้นและสินสอด ฝ่ายชายจะอ้างว่า ฝ่ายหญิงผิดสัญญาหมั้น และเรียกของหมั้นและสินสอดคืนและค่าทดแทนจากฝ่ายหญิงไม่ได้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6943/2562 ชายหญิงไม่มีเจตนาจดทะเบียนสมรส ทรัพย์สินที่มอบให้แก่กันไม่เป็นของหมั้นและสินสอด ฝ่ายชายจะอ้างว่า ฝ่ายหญิงผิดสัญญาหมั้น และเรียกของหมั้นและสินสอดคืนและค่าทดแทนจากฝ่ายหญิงไม่ได้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1827 / 2566 ผู้ตายสมัครใจเข้าวิวาทต่อสู้กับจำเลย จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ ไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์หรือฏีกา แต่มีสิทธิยื่นคำร้องขอ 44/1 ค่าเสียหายจะมากน้อยเพียงใด ต้องอาศัยพฤติการณ์เป็นประมาณ ข้อสำคัญคือว่าความเสียหายนั้นเกิดขึ้นเพราะฝ่ายไหนเป็นผู้ก่อยิ่งหย่อนกว่ากันเพียงไร ตามมาตรา 442 ประกอบมาตรา 223 วรรคหนึ่ง และมาตรา 438 วรรคหนึ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1827 / 2566 ผู้ตายสมัครใจเข้าวิวาทต่อสู้กับจำเลย จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ ไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์หรือฏีกา แต่มีสิทธิยื่นคำร้องขอ 44/1 ค่าเสียหายจะมากน้อยเพียงใด ต้องอาศัยพฤติการณ์เป็นประมาณ ข้อสำคัญคือว่าความเสียหายนั้นเกิดขึ้นเพราะฝ่ายไหนเป็นผู้ก่อยิ่งหย่อนกว่ากันเพียงไร ตามมาตรา 442 ประกอบมาตรา 223 วรรคหนึ่ง และมาตรา 438 วรรคหนึ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1827 / 2566 ผู้ตายสมัครใจเข้าวิวาทต่อสู้กับจำเลย จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ ไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์หรือฏีกา แต่มีสิทธิยื่นคำร้องขอ 44/1 ค่าเสียหายจะมากน้อยเพียงใด ต้องอาศัยพฤติการณ์เป็นประมาณ ข้อสำคัญคือว่าความเสียหายนั้นเกิดขึ้นเพราะฝ่ายไหนเป็นผู้ก่อยิ่งหย่อนกว่ากันเพียงไร ตามมาตรา 442 ประกอบมาตรา 223 วรรคหนึ่ง และมาตรา 438 วรรคหนึ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1827 / 2566 ผู้ตายสมัครใจเข้าวิวาทต่อสู้กับจำเลย จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ ไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์หรือฏีกา แต่มีสิทธิยื่นคำร้องขอ 44/1 ค่าเสียหายจะมากน้อยเพียงใด ต้องอาศัยพฤติการณ์เป็นประมาณ ข้อสำคัญคือว่าความเสียหายนั้นเกิดขึ้นเพราะฝ่ายไหนเป็นผู้ก่อยิ่งหย่อนกว่ากันเพียงไร ตามมาตรา 442 ประกอบมาตรา 223 วรรคหนึ่ง และมาตรา 438 วรรคหนึ่ง