by drsuthichai | May 3, 2025 | ทั่วไป
จงคิดบวกมากกว่าการคิดลบ
เพราะการคิดบวก จะทำให้เรา
เห็นโอกาส เพิ่มกำลังใจ สร้างความหวัง
กล้าที่จะเรียนรู้ ทำให้มีพลัง และมีความสุข
แต่…การคิดลบ จะทำให้เรา เห็นแต่ปัญหา
ตัดกำลังใจ กดทับตัวเอง กลัวความล้มเหลว
ทำให้หมดพลัง และไม่มีความสุข
สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com

by drsuthichai | May 2, 2025 | ทั่วไป
อย่าล่ามโซ่ตรวน ไว้ที่ข้อเท้าของตนเองอย่่ากักขังตัวเอง ไว้ในกรงขังที่มีชื่อว่า ความกลัวสุทธิชัย ปัญญโรจน์www.drsuthichai.com

by drsuthichai | May 1, 2025 | ทั่วไป
อย่าปล่อยให้ความล้มเหลว ความกลัวในอดีต
มาทำลายความมั่นใจของคุณในวันนี้
สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
by drsuthichai | Mar 18, 2025 | ทั่วไป
คำถามที่พบบ่อย คือลูกจ้างเป็นพนักงานขาย นำเงินที่ลูกค้าชำระรับไปเป็นของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเงินค่าจองรถ ค่าดาวน์รถและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ลูกจ้างจะ มีความผิดฐานลักทรัพย์ หรือมีความผิดฐานยักยอก
ตอบ ความผิดฐานลักทรัพย์ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2387/2564
จำเลยเป็นลูกจ้างผู้เสียหาย มีหน้าที่ขายรถยนต์ให้ลูกค้าของผู้เสียหายและเก็บเงินจากลูกค้าไม่ว่าจะเป็นเงินค่าจองรถ ด่าดาวน์รถกับ คำใช้จ่ายอื่น ๆ เกี่ยวกับการซื้อขายรถซึ่งได้รับจากลูกค้าที่ซื้อรถจากผู้เสียหาย เงินจำนวนต่าง ๆ ที่จำเลยรับไว้จากลูกค้า เป็นการรับเงินไว้ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในฐานะลูกจ้างผู้เสียหาย ซึ่งมีหน้าที่ติดต่อกับลูกค้าผู้มาซื้อรถ จำเลยเพียงแต่รับเงินและยึดถือไว้ชั่วคราวก่อนจะนำส่งมอบให้ผู้เสียหายเท่านั้น อำนาจในการครอบครองควบคุมดูแลเงินดังกล่าวจึงเป็นของผู้เสียหาย เมื่อจำเลยรับ เงินจากลูกค้าของผู้เสียหายรวม 7 ครั้งแล้วเอาเงินดังกล่าวไปโดยทุจริต การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐาน ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (11) วรรคแรก
ทนายสุทธิชัย ปัญญโรจน์ ทนายโทนี่

by drsuthichai | Mar 6, 2025 | ทั่วไป
คดี รับของโจร มีประเด็นข้อต่อสู้ ดังนี้ 1. เจ้าของทรัพย์สินที่นำไปขายนั้น เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่แท้จริงหรือไม่แต่หากว่าทรัพย์สินนั้นผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด กฎหมายไม่รับรองคุ้มครอง 2. ต้องวิเคราะห์ว่าการกระทำของผู้ที่ได้นำเอาทรัพย์สินมาขายให้นั้น มีความผิด 8 ฐานตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ เช่น ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ยักยอก ฉ้อโกง กระโชก รีดเอาทรัพย์ (ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๗)3.ราคาของทรัพย์สินที่ซื้อเทียบกับราคาท้องตลาด หากแตกต่างกันมาก เช่น ซื้อต่ำกว่าราคาปกติมาก อาจมีข้อพิรุธว่าจำเลยรู้ว่าทรัพย์มาจากการกระทำความผิด(ราคาตลาด 130,000บาทรับซื้อแค่ 3,500 บาท) 4.ผู้ขายมีข้อพิรุธหรือไม่ เช่น อายุ อาชีพ รายได้ รูปลักษณ์ลักษณะ บุคลิกภาพ ไม่ได้ขายของเป็นอาชีพ ฯลฯ (ตัวอย่าง เด็กเอาทองไปขายให้ห้างทอง) 5.ลักษณะทรัพย์สิน มีข้อพิรุธ มีทะเบียนของทรัพย์สิน หรือไม่เช่น มีร่องรอยการ ขูด เขียน ลบ ต่อเติม เสริมแต่ง หรือหากว่าเป็นทรัพย์สินที่มีทะเบียน แต่จำเลยไม่ได้ตรวจสอบ อาจแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ไม่ดี (หากเป็นทรัพย์สินที่ไม่มีทะเบียนอาจจะยากต่อการตรวสอบ เช่น พระเครื่อง ) 6.มีการออกหลักฐานหรือเอกสารต่างๆ ในการรับซื้อทรัพย์สิน หรือไม่เช่น เอกสาร สัญญา บัญชี ใบเสร็จรับเงิน ทะเบียน อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่า มีการรับซื้อด้วยความสุจริต แต่หากไม่มีการออกหลักฐานหรือเอกสารต่างๆ อาจส่อให้เห็นถึงความมีพิรุธหรือเจตนารมณ์ที่ไม่ดีได้7.การกระทำของจำเลยที่ให้ความร่วมมือกับตำรวจ เช่น การไม่หลบหนี การให้การที่เป็นประโยชน์ ตรงไปตรงมา ไม่ปกปิด ส่อให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ใจ แต่หากมีการกระทำในลักษณะไม่ให้ความร่วมมือ เช่น ปกปิด หลบเลี่ยง ไม่พูดความจริง อาจแสดงให้เห็นข้อพิรุธทนายสุทธิชัย ปัญญโรจน์ ทนายโทนี่
