ตั้งเป้าหมายสู่ความสำเร็จในชีวิต

ตั้งเป้าหมายสู่ความสำเร็จในชีวิต

ตั้งเป้าหมายในชีวิต…สู่ความสำเร็จ
โดย…สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com

ชาวประมงเดินเรือยังต้องมีเข็มทิศ คุณจะดำเนินชีวิตคุณจำเป็นจะต้องมีเป้าหมาย
เป้าหมายมีความสำคัญมากในการดำเนินชีวิต คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตกับคนที่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตนั้น มีความแตกต่างกันหลายประการ แต่สิ่งหนึ่งที่คนประสบความสำเร็จมีเหมือนกันเกือบทุกคนนั้นก็คือ “ เป้าหมาย”
จากงานวิจัยของนักวิชาการชาวสหรัฐหลายท่าน ได้ระบุตรงกันว่า การที่คนจำนวน 90-95 เปอร์เซ็นต์ มีความล้มเหลวในชีวิตเนื่องจาก การไม่มีเป้าหมายในชีวิตนั้นเอง แต่ตรงกันข้ามกับคนจำนวนเพียงแค่ 5-10 เปอร์เซ็นต์ ที่ประสบความสำเร็จ ก็เนื่องจากบุคคลเหล่านี้มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าตนเองมีความต้องการอะไร อีกทั้งยังมีแผนการที่แน่นอนในการทำงาน
จากงานวิจัยยังระบุเพิ่มเติมว่า จำนวนคนที่ล้มเหลว 90-95 เปอร์เซ็นต์ นั้นมักไม่ผูกพันกับงานที่ตนเองทำหรือทำงานที่ตนเองไม่ชอบ แต่ในขณะที่คนจำนวน 5-10 เปอร์เซ็นต์ มักผูกพันในงานที่ตนเองทำหรือทำงานที่ตนเองชอบที่สุด
จากงานวิจัยข้างต้น จึงเป็นเรื่องที่น่าเศร้าเสียใจ ที่คนส่วนใหญ่ในโลก ใช้ชีวิตโดยปราศจากเป้าหมายชีวิต อีกทั้งยังไม่มีความสุขในการทำงานเนื่องจาก คนส่วนใหญ่ไม่ได้ทำงานในงานที่ตนเองรัก
สำหรับหลายท่านมีเป้าหมายในชีวิตแล้ว แต่ทำไมไม่มีพลังในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายในชีวิต จากการอ่านค้นคว้าและศึกษา ของกระผม ได้ข้อสรุปดังนี้
1.ท่านขาดความจริงจัง ท่านขาดการหมกมุ่น ท่านขาดความปรารถนาอย่างแรงกล้าในเป้าหมายที่ท่านวางไว้
2.ท่านขาดความถี่ในการคิดหรือฝันในเป้าหมายของท่าน จงคิดและฝันทุกๆวันและบ่อยๆ
3.ท่านขาดการเขียนมันออกมาให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น จงเขียนลงในกระดาษ จงสร้างภาพฝันโดยการ หารูป บุคคลหรือสิ่งที่ท่านต้องการเป็นมาติดตามผนังบ้าน ประตู เพื่อย้ำความทรงจำ
4.ความฝันหรือเป้าหมายของท่านเล็กเกินไป การตั้งเป้าหมายเล็กเกินไป ทำให้ท่านไม่อยากที่จะลงมือทำ เช่น ตั้งเป้าหมายว่าอยากมีเงิน 100,000 บาท กับตั้งเป้าหมายว่าอยากมีเงิน 1,000,000 บาท ทำให้ความตั้งใจและการมีพลังในการทำต่างกัน แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องตั้งเป้าหมายให้ใหญ่มากๆ เช่น ตั้งเป้าหมายว่าอยากได้เงิน 100,000,000 บาท อย่างนี้อาจทำให้ท่านหมดกำลังใจ เลิกทำแล้วทำให้ไม่ประสบความสำเร็จได้
5.ท่านขาดความเชื่อมั่นในตนเองหรือคิดว่าท่านทำไม่ได้ การคิดลบมักทำให้หมดพลัง แต่การคิดบวก ว่าตนเองทำได้ ทำให้เกิดพลัง จงคิดบวกบ่อยๆและสม่ำเสมอ
6.ท่านจะต้องประกาศให้คนอื่นๆได้รู้ถึงเป้าหมาย ถึงความฝันของท่าน จงกล้าที่จะประกาศ เพราะ การกล้าที่จะประกาศจะทำให้มีคนค่อยเตือนท่าน หรือ หากท่านทำไม่ได้ท่านก็จะอาย ท่านจะเกิดพลังเพิ่มมากขึ้น
ทั้ง 6 ประการข้างต้น จึงเป็นเทคนิคที่ทำให้ท่านเกิดพลังขึ้นในการทำงานเพื่อไปสู่เป้าหมายชีวิต จงลงมือปฏิบัติแล้วท่านจะเห็นผลที่เกิดขึ้น

#image_title

การปลุกพลัง การสร้างพลัง สร้างไฟในตัวคุณ

การปลุกพลัง การสร้างพลัง สร้างไฟในตัวคุณ

การสร้างพลัง ปลุกพลัง สร้างไฟในตัวคุณ
โดย…สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com

การสร้างพลังหรือการสร้าง Energy เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง สำหรับบุคคลที่ปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จ เพราะ หลายๆคนเมื่อทำงานไปก็รู้สึก อ่อนล้า เบื่อหน่าย หมดพลัง บางคนถึงกับท้อแท้ท้อถอย แล้วลาออกจากงานไปเลยก็มี
สำหรับคำว่า Energy นี้ พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ แปลว่า “ ความไม่หวาดหวั่นต่อความยากลำบาก” แต่สำหรับกระผมขอแปลว่า “ พลังในตัวเราเอง ” ซึ่งการสร้างพลังในตัวเราเอง สามารถสร้างได้หลายวิธีด้วยกัน เช่น
1.สร้างโดยผ่านทางความคิด คนเราที่ประสบความสำเร็จในระดับสูง มักมีพลังความคิดที่ดี เช่น พลังในการคิดบวก , พลังในการคิดสร้างสรรค์ , พลังในการคิดเชิงวิเคราะห์ในการแก้ไขปัญหา , พลังในการคิดเชิงกลยุทธ์ , พลังในการคิดเชิงวิพากษ์ ฯลฯ
2.สร้างโดยผ่านทางการกระทำ บุคคลที่ประสบความสำเร็จ ถ้าหากพวกเราลองสังเกตดู เขามักจะเป็นคนที่เคลื่อนไหวแบบกระตือรือร้น กระฉับกระเฉง ว่องไว เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าที่จะแสดงออก กล้าที่จะตัดสินใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ฯลฯ
3.สร้างโดยผ่านการพูด คนที่มีพลังในตัวเองสูง มักเป็นคนที่พูดบวก การพูดของเขาจะเต็มไปด้วยความมั่นใจ พูดชัดถ้อยชัดคำ แต่ละคำพูดมักมีพลัง ดังเราจะสังเกตเห็นได้ชัดๆ จากการพูดต่อหน้าที่ชุมชนของเขา เขาจะแสดงออกอย่างเต็มเสียง เต็มอารมณ์และเต็มอาการ
4.สร้างโดยผ่านการให้กำลังใจตนเอง ผู้ประสบความสำเร็จมักเป็นคนที่มีกำลังใจในตนเองสูง กล้าที่จะทำในสิ่งที่แตกต่างออกไปหรือทำในสิ่งที่คนทั่วไปมักจะไม่กล้าทำ ซึ่งการจะทำสิ่งเหล่านี้ได้ กำลังใจเป็นสิ่งที่จะต้องมี เพราะการกระทำบางอย่าง อาจถูกดูถูกจากคนทั่วไป โดนต่อว่า นินทา ให้ร้าย แต่บุคคลที่ประสบความสำเร็จมักมีกำลังใจที่มั่นคง หนักแน่น
5.สร้างโดยผ่านการจินตนาการ จินตนาการเป็นนามธรรม ไม่สามารถจับต้องได้ แต่มีความสำคัญเป็นอันมาก หากท่านได้อ่านประวัติบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของโลก เขาเหล่านั้นมักมีความเป็นศิลปิน อีกทั้งชอบจินตนาการสิ่งต่างๆ เช่น อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เขามักนั่งจินตนาการอยู่ที่ขอบหน้าต่างเป็นเวลานาน ซึ่งจินตนาการส่วนใหญ่ของเขามักจะเกี่ยวกับเรื่องของการพูด การปกครอง ในประเทศเยอรมัน , อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ กล่าวว่า “ จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” เขามักจินตนาการเกี่ยวกับเรื่องของตัวเลข คณิตศาสตร์ เป็นต้น
6.สร้างโดยผ่านพลังแห่งความเชื่อ “ หากท่านเชื่อว่าท่านทำได้ ท่านก็จะทำได้” เป็นวลีคำพูดประโยคทองของ นโปเลียน ฮิลล์ ซึ่งได้มีการอ้างอิงไปทั่วโลก เขาเป็นที่ปรึกษาของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐหลายท่าน ความเชื่อ ความศรัทธาทำให้เกิดพลังในตัวเราขึ้นมาอย่างมากมาย เช่นความเชื่อในหลักศาสนา , ความเชื่อในคำสอนของศาสดา , ความเชื่อในพระเจ้า , ความเชื่อในสิ่งศักดิ์ ฯลฯ
7.สร้างโดยผ่านพลังของแรงดึงดูด มีหนังสือหลายเล่มได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องความดึงดูด ซึ่งมีหลักว่า หากว่าเราคิดเรื่องบวกเรื่องที่ดีๆ สิ่งที่ดีๆก็จะดึงดูดเข้ามาหาเรา แต่ตรงกันข้ามหากว่าเราคิดแต่เรื่องร้ายๆ เรื่องลบ ซึ่งร้ายๆก็จะเข้ามาหาเรา ฉะนั้น จงพูดดี ทำดี คิดดี แล้วชีวิตของท่านก็จะดีตามไปด้วย อีกทั้งยังก่อให้เกิดพลังแก่ตัวท่านเองด้วย
จากข้อความข้างต้น เราจะเห็นได้ว่าเทคนิคในการสร้างพลังในตัวเรา มีหลายวิธี ทั้งนี้ คงขึ้นอยู่กับการปรับใช้ การประยุกต์ใช้ และความชอบของแต่ละบุคคล ถ้าท่านต้องการเปลี่ยนแปลง ท่านคงต้องลงทุน ในการศึกษาเพิ่มเติม อีกทั้งต้องลงมือกระทำอย่างจริงจัง เพราะ ถ้าหากท่านอ่านแล้วไม่ได้ลงมือทำ ท่านก็จะได้แค่รู้ แต่หากท่านได้อ่านแล้ว ท่านได้นำไปลงมือทำอย่างจริงจัง ผลลัพธ์ก็คือความสำเร็จก็จะเกิดขึ้นกับตัวของท่านเอง
“ ขอให้ท่านเชื่อว่า ท่านสามารถประสบความสำเร็จ ท่านก็จะประสบความสำเร็จ”

#image_title

ใจสู้หรือเปล่า

ใจสู้หรือเปล่า

ใจมีฝัน ใจมีหวัง ใจยังสู้….ดังนั้นมันจึงสู้ตาย

โดย…สุทธิชัย ปัญญโรจน์

www.drsuthichai.com

 

“ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา           โอกาสของผู้กล้า ศรัทธาไม่มีท้อ” เนื้อหาบางตอนของเนื้อเพลง “ ศรัทธา ”  ของวงหินเหล็กไฟ ยังก้องอยู่ในหัวใจของกระผม เมื่อกระผมรู้สึก ท้อแท้ หมดกำลังใจในบางช่วงของชีวิต

หลายๆคนมีความฝัน แต่คนที่มีความฝันส่วนใหญ่มักไปไม่ถึงความฝัน ก็เนื่องมาจากหลายสาเหตุคือ

1.บางคนเป็นคนไม่มีเป้าหมายของชีวิต การมีเป้าหมายในชีวิตเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก เป้าหมายในชีวิตจะทำให้เราสามารถกำหนดทิศทางในชีวิตของเราได้ ว่าเราต้องการอะไรอย่างแท้จริง

2.บางคนไม่มีวิธีการที่จะนำไปสู่ความฝัน เมื่อมีเป้าหมายในชีวิตแล้ว การวางแผน การกำหนดวิธีการเป็นขั้นเป็นตอน มีความสำคัญมากเพราะจะทำให้เราใช้เวลาในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ แต่ละเดือน ปี ตามเป้าหมายที่เราวางเอาไว้ ไม่ออกนอกลู่นอกทาง

3.บางคนไม่มีความหวังและไม่มีความศรัทธาในตนเอง หลายคนไม่มีความศรัทธาในตนเอง คิดว่าตนเองทำไม่ได้ คิดว่าตนเองเป็นเด็กต่างจังหวัดสู้เด็กกรุงเทพฯไม่ได้ หลายคนคิดว่าไม่ได้เรียนมาสูง หลายคนคิดว่าไม่มีทุน แต่ความจริงสิ่งต่างๆนั้น เป็นข้ออ้างทั้งนั้น เมื่อเรามีเป้าหมาย เรามีการวางแผนแล้ว เราจะต้องมีความเชื่อมั่นว่าเราทำได้

4.บางคนไม่ยอมที่จะต่อสู้เพื่อได้ฝันนั้น หลายคนเมื่อมีปัญหา มักจะจดจ่ออยู่กับปัญหาหรืออุปสรรคเป็นเวลานานๆ  จนทำให้ตนเอง หมดกำลังใจหรือหมดพลังไป คนเราเกิดมาทุกคนย่อมมีปัญหา แต่อาจมีความแตกต่างในเรื่องที่ประสบพบเจอ ทั้งนี้คนที่ประสบความสำเร็จ เขาจะอดทน ต่อสู้ กับปัญหาต่างๆที่เขาได้เจอ

5.บางคนเมื่อมีฝันแล้วไม่ยอมที่จะลงทุน หลายคนมีความฝันแต่ไม่กล้าที่จะลงทุน ความฝัน เป้าหมายในชีวิต เป็นสิ่งที่ไม่ใช่ได้มาง่ายๆ หากคุณต้องการ คุณต้องยอมที่จะลงทุน ลงแรง เช่น คุณจะต้องย่อมลงทุนที่จะพัฒนาตนเอง คุณจะต้องย่อมลงทุนในการอ่านหนังสือ ฟังวิชาการ ไปอบรม คุณจะต้องยอมลงทุนในการทำมันสร้างมันให้เกิดขึ้น คุณจะต้องยอมลงทุนกับการเสียเวลาไปกับมัน

สำหรับวิธีการที่จะนำเราไปสู่ความฝันให้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ท่านสามารถทำได้ดังนี้

1.แสวงหาบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวคุณเอง  บางคนอยากเป็นนักร้องอย่างพี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ คุณก็สามารถทำได้โดยการศึกษาวิธีการ ประวัติชีวิตของพี่เบิร์ด แล้วนำเอาเทคนิคต่างๆ ของพี่เบิร์ด มาใช้ , บางคนอยากจะเป็นนักเขียน ก็ลองค้นหาดูว่า ท่านชอบวิธีการเขียน ของใคร แล้ว นำแนวทางการเขียนของเขามาเป็นแบบอย่าง

2.ฝึกพูดให้กำลังใจกับตัวเองในทุกๆวัน และทุกๆโอกาส เช่น ฉันทำได้ , ฉันเก่งที่สุด , ฉันมีความเชื่อมั่น, ฉันเต็มทีกับเป้าหมาย, ฉันยอดเยี่ยม ฯลฯ การพูดให้กำลังใจกับตัวเองทุกๆวัน จะทำให้ท่านเกิดพลังในการต่อสู้กับเหตุการณ์ต่างๆ

3.ฝึกเดิน ฝึกท่าทาง เลียนแบบผู้ที่ประสบความสำเร็จ หากท่านลองสังเกตดูบุคคลที่ประสบความสำเร็จมักมีท่าทางที่กระตือรือร้น กระฉับกระเฉง ยิ้มแย้มแจ่มใส ดูแล้วมีพลัง ตรงกันข้ามกับบุคคลธรรมดาโดยทั่วไป มักมีท่าทาง ที่ไม่กระตือรือร้น เดินช้า ไม่มีความกระฉับกระเฉง ดังนั้น หากว่าคุณต้องการที่จะประสบความสำเร็จ ท่านควรถอดแบบท่าทางการเดิน การยืน การพูดของบุคคลที่ประสบความสำเร็จ  เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับตัวของคุณเอง

4.ฝึกคิดในแง่ดี แง่บวก ให้มากขึ้น หลายๆคน มีความคิดที่ลบอยู่ตลอดเวลา ทำให้ตนเองไม่เกิดความเชื่อมั่น และไม่กล้าที่จะสร้างสรรค์งานแปลกๆ ใหม่ๆ ขึ้น บุคคลที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ เขาจะมีความคิดที่บวกมากกว่าความคิดในเชิงลบ

5.ฝึกฟังเพลง อ่านหนังสือ ฟังเทป ฟังการพูด ที่เกี่ยวข้องกับการให้กำลังใจ ให้แง่คิด ซึ่งจะทำให้เราเกิดพลังในตนเองขึ้นมา เช่น ฟังเพลง ขออย่ายอมแพ้ ,  รางวัลแด่คนช่างฝัน , กำลังใจ , ฝันมีชีวิต , ความฝันอันสูงสุด หรือ ฟังเทปวิชาการของบันดาลนักพูดที่เขาประสบความสำเร็จในชีวิตในระดับที่สูง  เป็นต้น

หากท่านมีความฝัน ท่านจำเป็นจะต้องมีความหวัง ท่านจำเป็นจะต้องต่อสู้ เพื่อไปให้ถึงฝัน สุดท้ายนี้กระผมเชื่อว่า ท่านทำได้อย่างแน่นอน ขอให้ท่านประสบความสำเร็จในชีวิตและไปให้ถึงฝั่งฝันทุกๆคนครับ

#image_title

เดินไปให้ถึงจุดสุดยอด

เดินไปให้ถึงจุดสุดยอด

ก้าวเดินคลานไปให้ถึงจุดสุดยอดของชีวิต
โดย…สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com

วิลเลี่ยม เจมส์ นักจิตวิทยาชื่อดังของสหรัฐ กล่าวว่า “ คนโดยทั่วไปใช้ศักยภาพอันโดดเด่นของตนเองเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น”
นั่นหมายความว่า คนเราส่วนใหญ่ใช้ความสามารถ ใช้ขุมทรัพย์ที่มีอยู่ในร่างกายและจิตใจของเรา เพียงน้อยนิด แล้วเราจะทำอย่างไรถึงจะเรียกใช้ ศักยภาพในตัวของเราให้มากยิ่งขึ้น คำตอบก็คือ ท่านสามารถเรียกใช้ศักยภาพของตนเองให้มากขึ้นด้วยเทคนิคดังนี้
1.ท่านจะต้องรู้จักตั้งเป้าหมายชีวิต เป้าหมายชีวิตมีความสำคัญมาก คนที่ไม่มีเป้าหมายในชีวิตเปรียบเสมือนเรือที่ไม่มีหางเสือ เรือลำนั้นก็มักจะลอยอยู่กลางทะเล มักไปไม่ถึงฝั่ง การตั้งเป้าหมายชีวิตจะทำให้เรานำศักยภาพมาใช้ได้มากยิ่งขึ้น เช่น ผู้นำในประวัติศาสตร์โลกในหลายประเทศ บางท่านตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นประธานาธิบดี จึงทำให้เขาเหล่านั้นพัฒนาตนเองในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพูด การเขียน การพัฒนาบุคลิกภาพ การพัฒนาความคิดการศึกษาหาความรู้จากการฟัง การอ่านหนังสือต่างๆ เป็นต้น
2.ท่านจะต้องปลุกตัวเองให้มีความกระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา ฝึกการเคลื่อนไหวร่างกายให้เคลื่อนไหวร่างกายให้เร็วขึ้น ฝึกพัฒนาความคิด ฝึกการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนมีชีวิตชีวา ฝึกยิ้มเยอะๆ ยิ้มเก่งๆ ฝึกทำงานด้วยความกระฉับกระเฉง
3.ท่านจะต้องกล้าตัดสินใจอย่างเด็ดขาดหรือกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างจริงจัง หากว่าท่านมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าจะลดน้ำหนัก ท่านจะสามารถลดน้ำหนักได้ การตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจังหมายถึง การตัดสิ่งที่คุณสนใจอย่างอื่นๆทิ้งให้หมด ให้เหลืออยู่เฉพาะสิ่งที่คุณสนใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างจริงจังเท่านั้น
4.ท่านจะต้องมีการวางแผนที่ดี แฟรงค์ เบทเจอร์ นักขายประกันชีวิตแนวหน้าของอเมริกา เขาได้เตรียมแผนการหรือวางแผนการทำงานตอนกลางคืนว่าจะทำอะไร จะติดต่อใคร แล้วก็ออกไปทำงานตามแผนการที่วางเอาไว้ในตอนเช้า
5.ท่านจะต้องหาบุคคลที่เป็นต้นแบบ หากว่าท่านต้องการประสบความสำเร็จด้านใด ท่านควรหาต้นแบบและทำการศึกษาประวัติ เทคนิค วิธีการต่างๆ ที่เขาใช้ แล้วท่านลองทำตาม ท่านก็จะประสบความสำเร็จในชีวิตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
6.ท่านจะต้องฝันหรือจินตนาการ สิ่งที่ท่านต้องการที่จะประสบความสำเร็จในทุกๆวัน การจินตนาการจะดึงดูดสิ่งที่ท่านปรารถนาเข้ามาในชีวิต เคยมีการทดลองในสหรัฐอเมริกา โดยเอานักบาสเกตบอลมา 3 คน คนแรกให้ซ้อมตามปกติ คนที่สองไม่ให้ซ้อมและคนที่สาม ให้ฝึกซ้อมในจินตนาการ โดยมีการกำหนดเวลาทดลอง 2 สัปดาห์ ผลปรากฏว่า คนที่หนึ่งกับคนที่สาม ทำคะแนนได้ใกล้เคียงกัน ส่วนคนที่สอง คะแนนแย่ลงกว่าเดิมมาก ดังนั้น ท่านจึงควรฝึกจินตนาการให้บ่อยๆ
7.ท่านจะต้องฝึกพูด ฝึกให้กำลังใจตนเอง ในแง่บวกอยู่เสมอ การฝึกพูดในแง่บวกกับตนเองจะเป็นการโปรแกรมสิ่งต่างๆ ที่เราพูดลงไปในสมอง เช่น ฉันทำได้ , ฉันมีพลัง , ฉันเก่ง , ฉันสุดยอด , ฉันยอดเยี่ยม ฯลฯ เมื่อท่านฝึกพูดกับตัวเองบ่อยๆ ด้วยเสียงที่ดังๆกับตัวเอง จะทำให้ท่านเกิดความเชื่อมั่นในตนเองมากขึ้น
ปัจจัยข้างต้นเหล่านี้ เป็นปัจจัยบางส่วนที่ทำให้ท่านดึงศักยภาพของตนเองออกมาใช้และเกิดการพัฒนาตนเองได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่มีความสำคัญที่สุดก็คือ อย่ามัวแต่อ่าน แต่ขอให้จงลงมือทำอย่างจริงจัง เมื่อเวลาผ่านไป ท่านก็จะพบว่าตนเอง ก้าวมาได้ไกลมากแล้ว จงฝึกฝน ฝึกฝนและฝึกฝน อย่างต่อเนื่องแล้วท่านจะยืนอยู่บนจุดสุดยอดของชีวิตของท่าน

#image_tit

สู่ความสำเร็จ

สู่ความสำเร็จ

สู่ความสำเร็จ…ด้วยความสม่ำเสมอ มากพอ นานพอ
โดย…สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com

เคยมีคนไปถาม อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ บุคคลที่โลกยกย่องให้เป็นอัจฉริยะว่า คนที่ประสบความสำเร็จเขามีสูตรอย่างไรในการทำงาน อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ให้ข้อแนะนำมา 3 ข้อ สั้นๆคือ “ สม่ำเสมอ มากพอ นานพอ” ซึ่งกระผมขอขยายความดังนี้
สม่ำเสมอ คือ บุคคลที่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าอาชีพอะไร เขาจะทำงานด้วยความสม่ำเสมอ ไม่หยุดยั้ง แม้ว่าฝนจะตกฟ้าจะร้อง แดดจะร้อนสักเพียงใด เขาจะไม่หยุดทำงาน แต่ในทางตรงกันข้าม เขาจะทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการทำงาน คนที่มีความสม่ำเสมอ มักถือว่าเป็นบุคคลที่มีความขยันขันแข็ง เขาจะทำงานจนวันสุดท้ายและท้ายสุดของชีวิตเลยทีเดียว
มากพอ คือ เขาจะมีการตั้งเป้าหมายในการทำงาน เช่น งานเขียนหากตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเขียนให้ได้เพียงวันละ 1 หน้า กับอีกคนตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเขียนให้ได้วันละ 5 หน้า เวลาผ่านไป 1 เดือน สรุปคนแรกเขียนได้ 30 หน้า กับอีกคนเขียนได้ 120 หน้า ท่านคิดว่า ใครจะมีโอกาสเป็นนักเขียนที่เก่งกว่ากันครับ แน่นอนครับคนที่สอง เพราะเขาทำสิ่งนั้น “มากพอ” ครับ
นานพอ คือ คนที่ประสบความสำเร็จมักทำงานในอาชีพที่เขารัก นานพอ ไม่ใช่ทำแค่ วันสองวันถอดใจเสียแล้ว หรือทำแค่ 1 เดือน ก็หยุดทำอย่างนี้คงประสบความสำเร็จได้ยาก แต่คนที่ประสบความสำเร็จในระดับสูงสุด เขาจะทำงานนั้น ตลอดชีวิตของเขา จนกระทั่งลมหายใจเฮือกสุดท้าย
ดังนั้น การทำงาน ด้วยความสม่ำเสมอ มากพอ และนานพอ เป็นแง่คิดของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ซึ่งท่านได้เสียชีวิตไปนานแล้ว แต่หลักการดังกล่าวยังคงใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย

#image_title