สิ่งดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

สิ่งดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

1. โรงเเรม ที่พักต่างๆ ควรร่วมมือกับสถานพยาบาล คลินิก โรงพยาบาล ออกแบบบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถมาพักผ่อนร่วมกับการตรวจร่างกายประจำปี การดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทีมงานมืออาชีพ

2. ร้านอาหาร เลือกใช้วัตถุดิบที่ดี สด สะอาด ไม่มีสารเคมี ทำอาหารที่ไม่มีส่วนผสมของเกลือเเละน้ำตาลที่มากเกินไป เเละเนื่องจากนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมักจะค่อนข้างมีอายุ จึงควรทำเมนูให้อ่านง่าย เเละ บอกคุณค่าทางโภชนาการ

3. การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เปิดประสบการณ์การพักผ่อน เช่น ไปพักโฮมสเตย์เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตกับคนในพื้นที่ หรือ การเดินทางไปเที่ยวฟาร์มออเเกนิคเพื่อเลือกซื้อผัก ผลไม้ ที่ปลอดสารพิษ

สนใจการท่องเที่ยว Wellness Tourism ✅ สามารถติดต่อเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID: nat.nsk
? 062-8595241
____________________________________________

ติดตามเราเพิ่มเติมได้ที่
ลงทะเบียน เพื่อรับสิทธิ์ VIP NATNARA PRIVILEGE CLUB : https://www.natnara-travel.com/form/21/sign-up
Website: https://www.natnara-travel.com
Facebook : https://www.facebook.com/natnaratravelandhotel
YouTube : https://www.youtube.com/channel/UCbUYtwcCb6cIRUVYX3nFDzA
Instagram : https://www.instagram.com/natnara_travel
Twitter : https://twitter.com/NatnaraTravel

 

ภูมิปัญญาไทยกับ wellness tourism

ภูมิปัญญาไทยกับ wellness tourism

มรดกทางภูมิปัญญาแบบ ‘พื้นบ้าน’ ของไทย เชื่อมโยงกับมิติทางสุขภาพอยู่แล้ว ถือเป็นต้นทุนที่เข้มแข็งของเมืองไทยที่สามารถประยุกต์เพื่อดึงดูดนักเดินทางเข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่กำลังซื้อสูง มีสัดส่วนเดินทางเข้าพักและอยู่อาศัยระยะเวลานาน และมีการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อการท่องเที่ยวแต่ละครั้งสูงกว่านักท่องเที่ยวแบบปกติ

1. อาหารถิ่นสำหรับผู้ประกอบการอาจต่อยอดให้ ‘อาหารถิ่น’ มีภาพลักษณ์ของการเป็นเมนูเพื่อสุขภาพสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ละภูมิภาคมีเอกลักษณ์และวัตถุดิบเฉพาะตัว อาหารถิ่นสอดแทรกมิติทางสุขภาพมาตั้งแต่ดั้งเดิม เช่น นิยมรับประทานเป็นสำรับช่วยให้ได้รับสารอาหารหลากหลาย ส่วนใหญ่เน้นกินร่วมกับผักและมีส่วนผสมของเครื่องเทศอยู่มากช่วยเพิ่มกากใยและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ บางพื้นที่ใช้กรรมวิธีการหมักทำให้ได้สารอาหารอื่นเพิ่มขึ้น เช่น โปรไบโอติกและพรีไบโอติก เป็นต้น

2. มวยไทยนักท่องเที่ยวต่างชาติชื่นชอบศิลปะการต่อสู้อย่าง ‘มวยไทย’ เป็นจำนวนมาก มุมของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) มวยไทยจึงจัดเป็นกิจกรรมออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างสุขภาพร่างกาย และยังสอดคล้องกับลักษณะการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) ไปพร้อมกันสำหรับ ‘มวยไทย’ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเข้ามาสัมผัสในลักษณะของการเรียนเพื่อเป็นทักษะป้องกันตัว ในขณะเดียวกันการเรียนมวยก็ถือเป็นการขยับร่างกายเรียกเหงื่อที่ช่วยเผาผลาญ ถือเป็นการออกกำลังกาย ซึ่งเชื่อมโยงไปกับด้านสุขภาพได้เช่นกัน

3. นวดแผนไทยนวดไทย คือ กิจกรรมการนวดเพื่อผ่อนคลายและชะลอวัยเพื่อความงามเป็นกิจกรรมที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมายาวนาน องค์ความรู้การนวดแผนไทยมีมาแต่โบราณ จึงสามารถนำมาสร้างจุดขายเพื่อการรักษาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ส่วนการทำสปา พอก ขัด อบตัวในบริบทของการชะลอวัยและความงาม เมืองไทยมีวัตถุดิบและภูมิปัญญาการนำพืชสมุนไพรจากธรรมชาติมาใช้เพื่อการดูแลความงามอยู่แล้ว จึงถือเป็นต้นทุนที่ดีต่อการส่งเสริมสุขภาพ

4. ธรรมชาติบำบัด คือ ภูเขา ทะเล เป็นวิวทิวทัศน์ที่กระตุ้นให้มีแรงบันดาลใจต่อการดูแลสุขภาพ เช่น กิจกรรมปั่นจักรยานเลียบชายหาด กิจกรรมเดินป่า กิจกรรมปีนเขา นอกจากเป็นการมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงผจญภัย ก็ยังมีนัยยะของการออกกำลังกายซ่อนอยู่ สถานที่ทางธรรมชาติบางแห่งสามารถต่อยอดไปสู่การบำบัดความเหนื่อยล้าหรือการดูแลผิวพรรณ เช่น บ่อน้ำพุร้อน บ่อโคลนบำบัด การอบสมุนไพร เป็นต้น

สนใจการท่องเที่ยว Wellness Tourism ✅ สามารถติดต่อเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID: nat.nsk
? 062-8595241
____________________________________________

ติดตามเราเพิ่มเติมได้ที่
ลงทะเบียน เพื่อรับสิทธิ์ VIP NATNARA PRIVILEGE CLUB : https://www.natnara-travel.com/form/21/sign-up
Website: https://www.natnara-travel.com
Facebook : https://www.facebook.com/natnaratravelandhotel
YouTube : https://www.youtube.com/channel/UCbUYtwcCb6cIRUVYX3nFDzA
Instagram : https://www.instagram.com/natnara_travel
Twitter : https://twitter.com/NatnaraTravel

 

ทำไมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพถึงเติบโต

ทำไมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพถึงเติบโต

ปัจจัยที่ทำให้การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเติบโต

1.การขยายตัวของชนชั้นกลางทั่วโลกที่ มีระดับรายได้ที่สูงขึ้นซึ่งให้ความสำคัญ กับการใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวมากขึ้น

2.ผู้บริโภคทั่วโลกหันมาใส่ใจเรื่อง สุขภาพของตนเองมากขึ้น ซึ่งถูกกระตุ้น จากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non- Communicable Diseases, NCDs) และ ความเครียดจากการทำงาน

3.เทรนด์การท่องเที่ยวที่นิยม การสัมผัสประสบการณ์ แปลกใหม่ในแหล่งท่องเที่ยว มากกว่าการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม

4. โรคต่อต่อไม่เรื้อรังไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคและไม่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ แต่เป็นโรคที่เกิดจากนิสัยหรือพฤติกรรม การดำเนินชีวิต โดยมักเป็น ผู้ป่วยในช่วงวัยทำงานที่ ใช้ชีวิตไม่ถูกต้อง เช่น ไม่ออกกำลังาย ทานอาหารที่มีไขมันสูง เครียดสะสม พักผ่อนน้อย ดื่มเเอลกอฮอลล์

สนใจการท่องเที่ยว Wellness Tourism ✅ สามารถติดต่อเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID: nat.nsk
? 062-8595241
____________________________________________

ติดตามเราเพิ่มเติมได้ที่
ลงทะเบียน เพื่อรับสิทธิ์ VIP NATNARA PRIVILEGE CLUB : https://www.natnara-travel.com/form/21/sign-up
Website: https://www.natnara-travel.com
Facebook : https://www.facebook.com/natnaratravelandhotel
YouTube : https://www.youtube.com/channel/UCbUYtwcCb6cIRUVYX3nFDzA
Instagram : https://www.instagram.com/natnara_travel
Twitter : https://twitter.com/NatnaraTravel

 

เทรนด์ของธุรกิจ WELLNESS

เทรนด์ของธุรกิจ WELLNESS

เทรนด์ของธุรกิจ wellnessGLOBAL WELLNESS INSTITUTION ได้เคยประเมินเอาไว้ถึงเทรนด์ของธุรกิจ Wellness เอาไว้ 5 เทรนด์ใหญ่ๆ

1. การดูเเลส่งเสริมสุขภาพเเละความงามส่วนบุคคลเเละเวชศาสตร์ชะลอวัย เช่น คลีนิกเสริมความงามต่างๆ

2. รูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพหรือ wellness tourism ที่อาจจะตั้งใจไปเเบบเป็นจุดประสงค์หลัก หรือ เป็นเเค่ส่วนประกอบในการท่องเที่ยวก็ได้

3. ด้านอาหารสุขภาพ เน้นอาหารที่มีประโยชน์ ปลอดสารเคมี

4. ด้านการออกกำลังกาย คือ เป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ร่างกาย เช่น ฟิตเนส ปีนเขา

5. ด้านการป้องกันเเละดูเเลสุขภาพ เน้นการตรวจสอบเเละการตรวจรักษา เพื่อดูเเลสุขภาพ

สนใจการท่องเที่ยว Wellness Tourism ✅ สามารถติดต่อเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID: nat.nsk
? 062-8595241
____________________________________________

ติดตามเราเพิ่มเติมได้ที่
ลงทะเบียน เพื่อรับสิทธิ์ VIP NATNARA PRIVILEGE CLUB : https://www.natnara-travel.com/form/21/sign-up
Website: https://www.natnara-travel.com
Facebook : https://www.facebook.com/natnaratravelandhotel
YouTube : https://www.youtube.com/channel/UCbUYtwcCb6cIRUVYX3nFDzA
Instagram : https://www.instagram.com/natnara_travel
Twitter : https://twitter.com/NatnaraTravel

 

6Step เที่ยวอย่างไรถึงเรียกว่า Low Carbon Tourism

6Step เที่ยวอย่างไรถึงเรียกว่า Low Carbon Tourism

 

เทรนด์การท่องเที่ยวที่กำลังมาแรงในช่วงนี้คงไม่พ้นการท่องเที่ยวแบบ “Low carbon” หรือ การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนแน่นอน

ปัจจุบันโลกของเรากำลังตกอยู่ในภาวะโลกร้อนอันเกิดมาจากฝีมือมนุษย์ ไม่เว้นแม้แต่ตัวเราเอง ทุกย่างก้าวกิจวัตรประจำวันของมนุษย์มักจะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาอยู่เสมอแม้ไม่ได้ตั้งใจก็ตาม โดยกิจกรรมของมนุษย์ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ได้แก่ “การท่องเที่ยว” นั่นเอง เพราะการท่องเที่ยวต้องมีการเดินทางโดยรถยนต์ มีการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง รวมไปถึงการทำลายแหล่งท่องเที่ยวจนเสื่อมโทรม ส่งผลถึงสิ่งแวดล้อมที่ไม่สามารถรองรับการปล่อยมลพิษจากพฤติกรรมเหล่านี้ได้

ปัจจุบันผู้คนเริ่มตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น และต้องการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตเพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันผู้คนก็ไม่สามารถละทิ้งพฤติกรรมการท่องเที่ยวได้ ด้วยเหตุนี้จึงเกิดเป็นการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่อย่างที่เรียกกันว่า “Low Carbon Tourism” การท่องเที่ยวที่เน้นไปในแหล่งชุมชน สัมผัสเสน่ห์ความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่น ซึมซับเรื่องราวของสถานที่มากกว่าการเดินทางมาเพื่อถ่ายรูปแล้วก็กลับอย่างที่เคยเป็น

หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักว่าการท่องเที่ยวแบบ Low Carbon เป็นอย่างไร ต่างจากการท่องเที่ยวธรรมดาอย่างไร พวกเรา ณัฐนารา ได้เห็นถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม จึงจะพาทุกท่านไปเรียนรู้ 6 step with Low Carbon Tourism ท่องเที่ยวอย่างไรให้ยั่งยืนกันค่ะ

Step1 ท่องเที่ยวอย่างไม่เร่งรีบ เป็นการเดินทางด้วยพาหนะไร้เชื้อเพลิง ค่อย ๆ ดื่มด่ำไปกับธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวระหว่างทางแทนการใช้รถยนต์ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ

Step2 ลิ้มรสชาติของอาหารท้องถิ่น รับประทานอาหารพื้นบ้านที่ทำโดยชาวบ้าน และรับรสชาติอันแปลกใหม่ นอกจากจะได้ประสบการณ์ที่น่าจดจำแล้วยังเป็นการสนับสนุนอาชีพของชาวบ้าน ไม่เปลืองคาร์บอนในการขนส่งอาหารจากข้างนอกเพราะเรารับประทานอาหารจากวัตถุดิบพื้นบ้านนั่นเอง

Step3 เข้าพักโรงแรมสีเขียว เลือกพักโรงแรมที่ผ่านมาตรฐาน Green leaf หรือ พักโฮมสเตย์ของชาวบ้าน เพื่อเป็นการกระจายรายได้ให้แก่ชุมชน ทั้งยังลดการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองจากการให้บริการที่เกินความจำเป็นของโรงแรมทั่วไป

Step4 เรียนรู้และสัมผัสวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทำความรู้จักกับชาวบ้านในพื้นที่เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ ๆ สัมผัสความน่ารักและอบอุ่นของชาวบ้านที่พร้อมโอบกอดนักท่องเที่ยวด้วยความเต็มใจ

Step5 ไม่ทำลายสถานที่ ไม่ทิ้งขยะภายในชุมชน งดการหยิบจับสิ่งของโดยพละการ และห้ามทำลาย ขีดเขียนแหล่งท่องเที่ยว เพื่อเป็นการเคารพและให้เกียรติ

Step6 ดื่มด่ำไปกับวัฒนธรรม การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่อย่างที่เรียกกันว่า “Low Carbon Tourism” การท่องเที่ยวที่เน้นไปในแหล่งชุมชน สัมผัสเสน่ห์ความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่น ซึมซับเรื่องราวของสถานที่มากกว่าการเดินทางมาเพื่อถ่ายรูปแล้วก็กลับอย่างที่เคยเป็น

 

สนใจการท่องเที่ยว Low Carbon Tourism สามารถติดต่อเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID: nat.nsk
? 062-8595241
____________________________________________

ติดตามเราเพิ่มเติมได้ที่
ลงทะเบียน เพื่อรับสิทธิ์ VIP NATNARA PRIVILEGE CLUB : https://www.natnara-travel.com/form/21/sign-up
Website: https://www.natnara-travel.com
Facebook : https://www.facebook.com/natnaratravelandhotel
YouTube : https://www.youtube.com/channel/UCbUYtwcCb6cIRUVYX3nFDzA
Instagram : https://www.instagram.com/natnara_travel
Twitter : https://twitter.com/NatnaraTravel

รูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

รูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

รูปเเบบของการจัดการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ

รูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในประเทศไทยนั้นมีกิจกรรมที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการนวดแผนไทย นวดเท้า หรือการอบและการประคบสมุนไพร เป็นต้น โดยรูปแบบของการจัดการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพที่เป็นที่นิยมมีทั้งหมด ดังนี้

1. การนวดแผนไทย ถือเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ และเป็นศาสตร์ในการบำบัดอีกแขนงหนึ่งของแพทย์แผนไทย โดยประโยชน์ของการนวดแผนไทยนั้นมีหลากหลายเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการช่วยคลายปวด หรือทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำได้ดีขึ้น แถมยังช่วยบรรเทาอาการปวดตามข้อต่อ และกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

2. นวดเท้า เท้าเป็นอวัยวะที่มีความสัมพันธ์กับส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ซึ่งการนวดเท้าแบบไทยจะเป็นการกดจุดบนเท้า โดยนวดที่ฝ่าเท้า หลังเท้า และขา เพื่อกระตุ้นเลือดลมให้ไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดความตึงเครียด ป้องกันการเกิดอาการท้องผูก และช่วยให้รู้สึกสบายตัวมากขึ้น

3. การอบและการประคบสมุนไพร เป็นการบำบัดรูปแบบหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพใจ และช่วยกระตุ้นอารมณ์ให้รู้สึกผ่อนคลาย

4. สุวคนธบำบัด เป็นการบำบัดด้วยกลิ่นหอมที่ได้จากน้ำมันหอมระเหยที่สกัดมาจากส่วนต่างๆ ของสมุนไพร เช่น รากไม้ เปลือกไม้ ดอกไม้ และใบไม้ เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีสารสกัดที่มาจากสัตว์ด้วย เช่น อำพันทอง ที่ได้มาจากสำรอกปลาวาฬ ชะมดเช็ด บีเวอร์ และกวาง

5. การบริการอาบน้ำแร่ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ได้รับการพัฒนา และสนับสนุนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมากขึ้น เพราะว่าการอาบน้ำแร่นั้นสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดกระดูก และกล้ามเนื้อ ช่วยทำความสะอาดผิวหนัง และรูขุมขนได้ดี และช่วยให้การหมุนเวียนของโลหิตดีขึ้น โดยในประเทศไทยมีทั้งน้ำพุร้อน และบ่อน้ำร้อนที่มีอยู่ในหลายๆ จังหวัด เช่น ลำปาง ยะลา และตรัง เป็นต้น

6.วารีบำบัด เป็นการบำบัด และส่งเสริมสุขภาพร่างกายด้วยการใช้น้ำเป็นตัวช่วยเสริม เช่น การวิ่งในน้ำ การเต้นแอโรบิกในน้ำ และการเล่นโยคะในน้ำ เป็นต้น เพื่อช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีอาการปวดหลัง หรือผู้ที่มีอาการปวดเมื่อยอยู่บ่อยครั้ง นอกจากนั้นยังมีวิธีการทำวารีบำบัดแบบง่ายๆ ด้วยการอาบน้ำร้อน และน้ำเย็นสลับกัน โดยเริ่มจากอาบน้ำร้อนก่อนประมาณ 3-5 นาที แล้วจึงค่อยสลับไปอาบน้ำเย็น ซึ่งวิธีนี้ยังสามารถช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้นได้อีกด้วย

7. การบริการอาหารและเครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพ เป็นรูปแบบของการจัดการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพที่ต้องถูกใจสายกินอย่างแน่นอน โดยการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพรูปแบบนี้จะนำ พืช ผัก และสมุนไพรที่มีประโยชน์มาประกอบอาหารให้กับนักท่องเที่ยว เช่น อาหารที่มีส่วนประกอบของผักอย่างเดียว หรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ทำมาจากสมุนไพร เป็นต้น เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์

8. รูปแบบของการจัดการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพอย่างการบริหารร่างกาย โยคะ เป็นการท่องเที่ยวที่มีการบรรจุโปรแกรมบริหารร่างกายเข้าไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นโยคะ หรือ การบริหารร่างกายแบบอื่นๆ เพื่อช่วยส่งเสริมสุขภาพที่ดี ช่วยให้จิตใจสงบมากขึ้น และสามารถช่วยคลายเครียดได้ดี

9. การบริการผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพและความงาม เป็นการนำสารสกัดจากธรรมชาติ หรือสมุนไพรมาผลิตเป็นเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็นการพอกหน้า ขัดตัว หรือขัดเท้า เป็นต้น เพื่อช่วยให้ผิวพรรณสดใส และได้ผ่อนคลายด้วยการสปา แถมยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบสปา และความงามได้อีกด้วย

10. การท่องเที่ยวแบบการฝึกสมาธิแนวพุทธศาสตร์ เป็นการนำการท่องเที่ยวตามธรรมชาติมาประยุกต์เข้ากับวิถีพุทธศึกษา เช่น การนั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม และการบวชพราหมณ์ เพื่อบำบัดสุขภาพจิตใจให้เกิดความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และปล่อยวาง พร้อมกับนำหลักคำสอนมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

 

สนใจการท่องเที่ยว Wellness Tourism ✅ สามารถติดต่อเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID: nat.nsk
? 062-8595241
____________________________________________

ติดตามเราเพิ่มเติมได้ที่
ลงทะเบียน เพื่อรับสิทธิ์ VIP NATNARA PRIVILEGE CLUB : https://www.natnara-travel.com/form/21/sign-up
Website: https://www.natnara-travel.com
Facebook : https://www.facebook.com/natnaratravelandhotel
YouTube : https://www.youtube.com/channel/UCbUYtwcCb6cIRUVYX3nFDzA
Instagram : https://www.instagram.com/natnara_travel
Twitter : https://twitter.com/NatnaraTravel

 

 

รับจองโรงแรม/ที่พัก

รับจองโรงแรม/ที่พัก

ใครที่กำลังมองหาโรงแรม ที่พักดีๆ จองกับเราสิครับ “Natnara”
✅รับจองโรงแรม
☎️สนใจติดต่อ
LINE ID: nat.nsk
? 062-8595241
___________________________________________
รับจัดการประสานงานการท่องเที่ยว ?
รับจองที่พัก , โรงแรม ในประเทศไทย ทุกจังหวัด ?
___________________________________________
ติดตามเราเพิ่มเติมได้ที่
ลงทะเบียน เพื่อรับสิทธิ์ VIP Nhttps://www.natnara-travel.com/form/ATNARA PRIVILEGE CLUB : 21/sign-up
Website: https://www.natnara-travel.com
Facebook : https://www.facebook.com/natnaratravelandhotel
YouTube : https://www.youtube.com/channel/UCbUYtwcCb6cIRUVYX3nFDzA
Instagram : https://www.instagram.com/natnara_travel
Twitter : https://twitter.com/NatnaraTravel
____________________________________________________________________________________
#จองโรงแรม #ส่วนลดโรงแรม #รับจองโรงแรม
#โรงแรมหรู #สำรองห้องพัก #รับจองที่พัก #รับจองร้านอาหาร #ส่วนลดที่พัก #ส่วนลดห้องพัก #ห้องพักราคาถูก #โรงแรมราคาถูก #ที่พักราคาถูก #เราเที่ยวด้วยกัน #ที่พักร่วมเราเที่ยวด้วยกัน #ท่องเที่ยว #เที่ยวยุคโควิด #เบื่อโควิด #ทัวร์ #โควิด19 #เที่ยวยุคโควิด #ท่องเที่ยว2565 #เที่ยวภายในประเทศ #เที่ยวต่างประเทศ #เที่ยวต่างประเทศ2565 #บริษัททัวร์ใกล้ฉัน #ไทยเที่ยวไทย #เที่ยวทั่วไทย #แพคเกจท่องเที่ยว2565 #แพคเกจท่องเที่ยว #บริษัททัวร์ #บริการทัวร์ #เราเที่ยวด้วยกัน #ท่องเที่ยวไทย2565 #ดินเนอร์แม่น้ำเจ้าพระยา #ทัวร์ญี่ปุ่น #ทัวร์ออสเตรเลีย #ทัวร์นิวซีแลนด์ #ทัวร์โปรตุเกส
#ทัวร์ฮังการี #ทัวร์อิหร่าน #ทัวร์ไทย #ทัวร์ภาคเหนือ #ทัวร์ภาคใต้ #โปรลดราคาท่องเที่ยว #ที่พักราคาถูก #ทัวร์ราคาถูก #โปรไฟไหม้ #ทัวร์ลดราคา

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพคืออะไร

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพคืออะไร

ความหมายของการท่องเที่ยวเเบบ wellness tourism

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ  หมายถึง การเดินทางท่องเที่ยวเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามในเเหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหรือวัฒนธรรม ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตและพักผ่อนหย่อนใจ โดยแบ่งเวลาจากการท่องเที่ยว เพื่อมาทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพหรือการบำบัดรักษาฟื้นฟูสุขภาพ เช่น การรับคำปรึกษาแนะนำด้านสุขภาพ การออกกำลังกายอย่างถูกวิธี การนวด อบ ประคบสมุนไพร การฝึกปฏิบัติสมาธิ ตลอดจน การตรวจร่างกาย การรักษาพยาบาล และอื่นๆ

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health Tourism) อาจแบ่งออกได้ตามจุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์ของโปรแกรมกิจกรรมการท่องเที่ยว และความต้องการของนักท่องเที่ยวเป็น 2 ประเภทหลักดังนี้

1. การท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ  เป็นการเดินทางไปท่องเที่ยวเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติหรือวัฒนธรรม เพื่อการเรียนรู้วิถีชีวิตและพักผ่อนหย่อนใจ โดยแบ่งเวลาจากการท่องเที่ยวส่วนหนึ่งมาทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในที่พักแรมหรือนอกที่พักแรมอย่างถูกวิธี ตามหลักวิชาการและมีคุณภาพมาตรฐานอย่างแท้จริง เช่น การนวด  อบ ประคบสมุนไพร การบริการสุวคนธบำบัด และวารีบำบัด

2.การท่องเที่ยวเชิงบำบัดรักษาสุขภาพ  เป็นการเดินทางไปท่องเที่ยวเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและวัฒนธรรมเพื่อการเรียนรู้วิถีชีวิตและพักผ่อนหย่อนใจ โดยแบ่งเวลาส่วนหนึ่งจากการท่องเที่ยวไปรับบริการบำบัดรักษาสุขภาพการรักษา พยาบาล และการฟื้นฟูสุขภาพในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่มีคุณภาพมาตรฐาน เช่น การตรวจร่างกาย การรักษาโรคต่างๆ การทำฟันและการรักษาสุขภาพฟัน การผ่าตัดเสริมความงาม การผ่าตัดแปลงเพศ และอื่นๆโดยทั่วไปจึงมักมีการจัดโปรแกรมการท่องเที่ยวที่บรรจุโปรแกรมการเข้ารับบริการบำบัดรักษาโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสุขภาพต่างๆที่หลากหลาย เช่น การตรวจร่างกาย การรักษาโรคต่างๆ  การท่องเที่ยวเชิงบำบัดรักษาสุขภาพจึงเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่มุ่ง ประโยชน์ต่อการรักษาฟื้นฟูสุขภาพนักท่องเที่ยวเป็นสำคัญ

สนใจการท่องเที่ยว Wellness Tourism ✅ สามารถติดต่อเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID: nat.nsk
? 062-8595241
____________________________________________

ติดตามเราเพิ่มเติมได้ที่
ลงทะเบียน เพื่อรับสิทธิ์ VIP NATNARA PRIVILEGE CLUB : https://www.natnara-travel.com/form/21/sign-up
Website: https://www.natnara-travel.com
Facebook : https://www.facebook.com/natnaratravelandhotel
YouTube : https://www.youtube.com/channel/UCbUYtwcCb6cIRUVYX3nFDzA
Instagram : https://www.instagram.com/natnara_travel
Twitter : https://twitter.com/NatnaraTravel

 

สอนตัดต่อวิดีโอเบื้องต้นด้วยโปรแกรม Adobe Premiere Pro

สอนตัดต่อวิดีโอเบื้องต้นด้วยโปรแกรม Adobe Premiere Pro

ทำไมยุคนี้ต้องมี skills ตัดต่อวิดีโอ

ในยุคปัจจุบันนี้ เนื้อหาวิดีโอเป็นสื่อที่สำคัญและมีความสำคัญอย่างมากในการสื่อสาร โดยเฉพาะในการโฆษณาและการสร้างความสนใจให้กับผู้ชม การสร้างเนื้อหาวิดีโอที่มีคุณภาพสูงและน่าสนใจ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า และสร้างความน่าสนใจและความจำให้กับผู้ชม

การตัดต่อวิดีโอเป็นสกิลที่สำคัญในการสร้างเนื้อหาวิดีโอที่มีคุณภาพสูง การใช้งานโปรแกรมตัดต่อวิดีโออย่าง Adobe Premiere Pro ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มความสามารถในการสร้างเนื้อหาวิดีโอที่มีคุณภาพสูงและน่าสนใจได้ และยังสามารถปรับแต่งและประยุกต์ใช้วิดีโอในแต่ละกรณีได้อย่างหลากหลาย

นอกจากนี้ การตัดต่อวิดีโอเป็นสกิลที่มีความน่าสนใจและมีอนาคตที่ดีในตลาดงานด้านสื่อสารมวลชน หากมีสกิลในการตัดต่อวิดีโอแล้ว จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้งานและเติบโตในอาชีพด้านสื่อสารมวลชนได้ดีขึ้น

วันนี้ C-Skills News จะมาแนะนำคอร์สสอนตัดต่อวิดีโอเบื้องต้นด้วยโปรแกรม Adobe Premiere Pro ที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น สอนโดย สรวิชญ์ บุญมาก Co-Founder of C-Skills.co ที่มีประสบการณ์ตัดต่อวิดีโอมามากกว่า 10 ปี ผลงานตัดต่อให้ช่อง yimnoi yimyai , BO YOSHI CHANNEL , BORIBOON FAMILY เนื้อหา 7 บทเรียน ระยะเวลาเรียน 1 ชั่วโมง

ะนำคอมพิวเตอร์พื้นฐานสำหรับตัดต่อวิดีโอ

การตัดต่อวิดีโอมีความต้องการในเรื่องของความสามารถของคอมพิวเตอร์ในการประมวลผลข้อมูลวิดีโอ ดังนั้น คอมพิวเตอร์ที่ใช้สำหรับตัดต่อวิดีโอจะต้องมีสเปคสูงเพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่นและมีคุณภาพ

ต่อไปนี้คือคอมพิวเตอร์สเปคสำหรับการตัดต่อวิดีโอด้วยโปรแกรม Adobe Premiere Pro ที่แนะนำ:

  1. CPU: Intel Core i7 หรือ i9 หรือ AMD Ryzen 7 หรือ 9
  2. RAM: 16GB ขึ้นไป
  3. การ์ดจอ: NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti หรือ NVIDIA GeForce RTX 3070 หรือ AMD Radeon RX 6700 XT
  4. การ์ดเสียง: ซาวด์การ์ดที่รองรับ ASIO
  5. พื้นที่เก็บข้อมูล: มากกว่า 500GB SSD

โดยสเปคข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น ขึ้นอยู่กับงบประมาณและความต้องการของผู้ใช้งานว่าจะเลือกสเปคใดที่เหมาะสมกับการใช้งานของตนเองได้ดีที่สุด

รู้จักโปรแกรม Adobe Premiere Pro

Adobe Premiere Pro เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพที่มีการใช้งานแพลตฟอร์ม Windows และ Mac OS ใช้งานกันอย่างแพร่หลายในวงการผู้ทำวิดีโอ เช่น ผู้ทำภาพยนตร์ วิดีโอโปรโมท เนื้อหา Youtube และผู้ที่ต้องการตัดต่อวิดีโอส่วนตัว

โปรแกรม Adobe Premiere Pro มีความสามารถในการตัดต่อวิดีโอในแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตัดต่อภาพเคลื่อนไหว ตัดต่อเสียง ปรับแต่งภาพและเสียง การทำ Motion Graphics การใส่เอฟเฟกต์ การปรับสีและการแก้ไขภาพที่ลดคุณภาพ เป็นต้น

นอกจากนี้ Adobe Premiere Pro ยังสามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมอื่น ๆ ของ Adobe เช่น Adobe After Effects และ Adobe Audition เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งภาพและเสียงได้อย่างละเอียดและมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

การตั้งค่า Project ก่อนเริ่มงาน

การตั้งค่า Project เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนที่จะเริ่มต้นการทำงานใน Adobe Premiere Pro เพราะจะมีผลต่อคุณภาพและความสะดวกสบายในการทำงานของคุณ ดังนั้นต่อไปนี้เป็นขั้นตอนการตั้งค่า Project ใน Adobe Premiere Pro:

  1. เปิด Adobe Premiere Pro และเลือก “New Project” จากหน้าต่างที่เปิดขึ้นมา
  2. ตั้งค่าคุณสมบัติของ Project โดยเลือกค่าต่าง ๆ ตามต้องการ เช่น ชื่อ Project, ขนาดภาพ, อัตราส่วน, ความละเอียด, และอื่น ๆ ตามที่ต้องการ
  3. ตั้งค่าระบบเวลาของ Project โดยเลือกค่าตามความต้องการ เช่น อัตราเฟรม, ระยะเวลาแต่ละเฟรม, และอื่น ๆ ตามที่ต้องการ
  4. เลือกสถานที่เก็บไฟล์ Project และตั้งค่าการบันทึกไฟล์ Project โดยเลือกตำแหน่งที่ต้องการเก็บไฟล์และตั้งชื่อไฟล์ Project
  5. เลือก “OK” เพื่อสร้าง Project ใหม่

เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการตั้งค่า Project คุณสามารถเริ่มต้นทำงานใน Adobe Premiere Pro ได้แล้วโดยเลือก “New Sequence” เพื่อสร้าง Sequence ที่ต้องการใน Project ของคุณ โดยสามารถตั้งค่า Sequence ได้ตามต้องการเช่นเดียวกับการตั้งค่า Project

Adobe Premiere Pro เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่มีความสามารถหลากหลาย เช่น การตั้งค่า Project, Sequence และ Keyboard Shortcut ที่ต้องทำก่อนเริ่มต้นงาน การ import Footage เข้ามาในโปรแกรม และการตัดต่อวิดีโอเบื้องต้น รวมถึงการใส่ซับไตเติ้ลและ Grading Color ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจในการนำงานตัดต่อวิดีโอของเราไปใช้ในงานต่าง ๆ อีกทั้งยังมีการเพิ่มเสียง ลดเสียง และอัดเสียงเข้าไปในวิดีโอ รวมถึงวิธีการ Export Project เพื่อส่งงานให้เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งทุกขั้นตอนนี้เป็นสิ่งสำคัญในการตัดต่อวิดีโอด้วยโปรแกรม Adobe Premiere Pro ที่ได้ผลงานคุณภาพและมีประสิทธิภาพในการใช้งานจริงๆ

อ่านต่อ >> สอนตัดต่อวิดีโอเบื้องต้นด้วยโปรแกรม Adobe Premiere Pro

ถ้าเพื่อนๆสนใจเรามีสอนแบบวิดีโอเนื้อหา 7 บทเรียน ระยะเวลาเรียน 1 ชั่วโมง และมีไฟล์งานให้ทดลองตัดจริง >> คอร์สตัดต่อวิดีโอเบื้องต้นด้วยโปรแกรม Adobe Premiere Pro

ติดตามคอนเทนต์ได้ที่ :

Facebook: bit.ly/3JYDPYm

Website : bit.ly/3JKNfFE

C-Skills.co แพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ ที่จะยกระดับให้คุณทำงานได้อย่างมืออาชีพ

เติมสะโพกด้วยไขมันตัวเอง แบบนี้ก็มีเหรอ?

เติมสะโพกด้วยไขมันตัวเอง แบบนี้ก็มีเหรอ?

การเติมสะโพกเป็นกระบวนการศัลยกรรมอย่างหนึ่งโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่เป็นที่นิยมมากขึ้นทุกปี มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจส่งผลต่อรูปทรงบั้นท้ายของคุณ ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนของน้ำหนัก อายุ และพันธุกรรม ล้วนส่งผลต่อขนาดและรูปร่างของบั้นท้ายของคุณ ดังนั้นการควบคุมรูปร่างจึงมักเป็นสิ่งที่ทำได้ค่อนข้างยาก อย่างไรก็ตาม หากคุณสนใจที่จะมีก้นที่กลมและอวบอิ่มขึ้น เติมสะโพกให้รูปร่างมีสัดส่วนสวยงาม สามารถทำได้หลายวิธี แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการใช้ไขมันของตัวเองกัน

การฉีดไขมันเสริมสะโพก

วิธีการนี้ ศัลยแพทย์จะนำไขมันออกจากบริเวณที่ไม่ต้องการ เช่น หน้าท้องหรือต้นขา และนำไปใส่ในบั้นท้ายและสะโพก โดยหลักการแล้ว วิธีการเสริมสะโพกนี้เป็นการผสมผสานเทคนิค ระหว่างการดูดไขมันและการเสริมก้น แม้ว่าปริมาณที่ใช้เสริมจะไม่สูงเท่ากับการเสริมหน้าอก แต่ก็ช่วยอธิบายได้ว่าทำไมจึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนเสริมความงามที่เติบโตเร็วมากในปัจจุบัน เพราะไม่ใช่แค่การเพิ่มขนาดของบั้นท้ายเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ได้บั้นท้ายที่เข้ารูปขึ้น และปรับสัดส่วนใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเอว หน้าท้อง หรือต้นขา

ขั้นตอนการเติมสะโพกด้วยไขมัน

คุณอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับการฉีดไขมันมาบ้าง แต่คุณรู้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างขั้นตอนนี้ สำหรับขั้นตอนเริ่มต้น โดยปกติจะต้องดมยาสลบก่อน จากนั้นใช้เทคนิคการดูดไขมัน ซึ่งเป็นการนำไขมันออกจากร่างกายส่วนล่าง ไขมันนี้จะถูกทำให้บริสุทธิ์และฉีดเข้าไปในบริเวณเป้าหมาย ที่บั้นท้ายของผู้ป่วยเพื่อเติมสะโพก ก่อนการทำหัตถการ คุณสามารถพูดคุยปรึกษากับศัลยแพทย์เกี่ยวกับรูปลักษณ์และขนาดที่คุณต้องการได้ 

การดูแลตัวเองหลังเติมสะโพก

กระบวนการเสริมก้นนี้จะส่งผลให้คุณรู้สึกเจ็บระบมบ้าง แต่ยาแก้ปวดตามร้านขายยาทั่วไปสามารถช่วยบรรเทาได้ หรือในบางกรณี แพทย์อาจสั่งจ่ายยาแก้ปวดที่จำเป็นเพิ่มเติมให้ ผู้ป่วยจะไม่สามารถนั่งหรือออกแรงกดที่บริเวณนั้นเป็นเวลา 2-3 สัปดาห์ หากดูตัวเองและปฏิบัติตามคำแนะนำในการฟื้นฟูร่างกายได้ดี คุณจะสามารถกลับมานั่งปกติได้ในเวลาไม่นาน นอกจากนี้ เบาะรองนั่งหรือหมอนทรงโดนัท จะช่วยลดแรงกดทับจากบั้นท้ายของคุณหลังการเติมสะโพกได้ ช่วยทำให้คุณนั่งสบายขึ้น 

สรุป

ปัจจุบันการเติมสะโพกเป็นกระบวนการเสริมความงามที่เป็นที่ต้องการมาก มีหลายวิธีการในการทำให้สะโพกของคุณดูกลมโตและได้สัดส่วน แต่วิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด 1 ใน 2 ในการทำเช่นนี้คือการย้ายไขมัน หากคุณสนใจจะทำอาจต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมและปรึกษาแพทย์สำหรับการเสริมความงามด้วยวิธีการนี้