ผู้ที่มีชื่อในทะเบียนที่ดินได้รับข้อสันนิษฐานว่า

ผู้ที่มีชื่อในทะเบียนที่ดินได้รับข้อสันนิษฐานว่า

ผู้ที่มีชื่อในทะเบียนที่ดินได้รับข้อสันนิษฐานว่าเป็นผู้มีสิทธิครอบครองตามกฎหมายดีกว่าคำพิพากษาฎีกาที่ 4679/2559 ที่ดินตามสำเนาหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) โจทก์ซื้อมาเมื่อปี 2535 ตามสารบัญจดทะเบียนในเอกสารดังกล่าวอันเป็นทะเบียนที่ดิน โจทก์จึงได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตาม ป.พ.พ. มาตรา 1373 ว่าเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง จำเลยต้องนำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานนั้นทนายโทนี่ ทนายสุทธิชัย ปัญญโรจน์

ผู้ตายเป็นหนี้โจทก์อยู่และถึงแก่ความตาย

ผู้ตายเป็นหนี้โจทก์อยู่และถึงแก่ความตาย

ผู้ตายเป็นหนี้โจทก์อยู่และถึงแก่ความตาย จำเลยซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายย่อมรับไปทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่อโจทก์
คำพิพากษาฎีกาที่ 809 / 2545
โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของ ท. ผู้ตายให้ชำระหนี้และไถ่ถอนจำนองที่ ท. ได้จำนองที่ดินเป็นประกันหนี้เงินกู้ไว้แม้โจทก์ฟ้องคดีหลังจาก ท. ถึงแก่ความตายไปเกิน 1 ปี คดีขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1754 วรรคสามแล้ว แต่บทบัญญัติดังกล่าวยกเว้นมิให้ใช้บังคับในกรณีสิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้ตามมาตรา 193/27 แม้คดีขาดอายุความแล้ว ก็ยังยอมให้โจทก์ผู้รับจำนองใช้สิทธิบังคับเอาจากทรัพย์สินที่จำนองได้ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของ ท. ให้ชำระหนี้โจทก์จากทรัพย์สินที่จำนองได้
โจทก์ไม่ได้มอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือแก่ ร. ทนายโจทก์ให้บอกกล่าวบังคับจำนอง แต่เมื่อ ร. ได้บอกกล่าวบังคับจำนองในนามของโจทก์และโจทก์ยอมรับเอาการบอกกล่าวแล้ว ย่อมถือว่าโจทก์ได้ให้สัตยาบันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 823 และถือว่าโจทก์ได้บอกกล่าวบังคับจำนองแก่จำเลยแล้ว

ท. ผู้ตายเป็นหนี้โจทก์อยู่และถึงแก่ความตาย จำเลยซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายย่อมรับไปทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่อโจทก์ โจทก์มีสิทธิที่จะฟ้องเรียกร้องบังคับชำระหนี้เอาจากจำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมได้เท่าที่ไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกที่ได้รับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1601 ส่วนจำเลยจะได้รับมรดกของผู้ตาย และผู้ตายจะมีทรัพย์มรดกหรือไม่ เป็นเรื่องต้องว่ากันในชั้นบังคับคดี

การนำเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่น

การนำเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่น

การนำเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่น ว่าการกระทำความผิดอาญาศาลยกฟ้อง การกระทำนี้จะถือว่าเป็นความผิดฐานฟ้องเท็จหรือไม่คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6430/2560การที่จำเลยกับ อ. เข้าไปเก็บผลผลิตปาล์มน้ำมันไปขายได้เงิน 713,733 บาท จริง ซึ่งรายได้ดังกล่าวเป็นดอกผลของทรัพย์มรดกของผู้ตายที่ต้องแบ่งแก่ทายาททุกคนเท่าๆกัน แต่จำเลยกลับแบ่งให้โจทก์และ จ. ไม่เท่ากัน ส่วนที่เหลือจำเลยกับ อ. ได้ไปเกินกว่าส่วนแบ่งที่ตนควรจะได้รับ เมื่อฝ่ายโจทก์ทวงถาม ฝ่ายจำเลยกลับท้าให้โจทก์ฟ้อง พฤติการณ์ของจำเลยกับพวกย่อมทำให้โจทก์เข้าใจได้ว่าจำเลยกับพวกร่วมกันเบียดบังเอาเงินผลผลิตปาล์มน้ำมันไปเป็นของตนโดยทุจริต ดังนั้น การที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันยักยอกเงินผลผลิตปาล์มน้ำมันตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3573/2555 ของศาลชั้นต้น จึงเป็นการใช้สิทธิทางศาลกล่าวหาจำเลยไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หาใช่โจทก์เอาความอันเป็นเท็จฟ้องจำเลยการที่จำเลยมาฟ้องโจทก์หาว่าโจทก์เอาความอันเป็นเท็จฟ้องจำเลย ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3893/2555 ของศาลชั้นต้น ทั้งที่รู้แล้วว่าเรื่องที่จำเลยนำมาฟ้องโจทก์เป็นความเท็จ จึงเป็นฟ้องเท็จตาม ป.อ. มาตรา 175 เมื่อจำเลยฟ้องเท็จแล้ว แม้ศาลจะยกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง การกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดฐานฟ้องเท็จตามบทบัญญัติดังกล่าวอ้างอิง ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 175 ผู้ใดเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญา หรือว่ากระทำความผิดอาญาแรงกว่าที่เป็นความจริง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาททนายโทนี่ ทนายสุทธิชัย ปัญญโรจน์

ทางสาธารณะมิได้จำกัดแต่เฉพาะทางบกเท่านั้น ทางน้ำก็เป็นทางสาธารณะได้ แม่น้ำเจ้าพระยาจึงถือว่าเป็นทางสาธารณะคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 220/2567 ทางจำเป็นตาม ป.พ.พ.มาตรา 1349 เป็นการจำกัดหรือลิดรอนอำนาจแห่งกรรมสิทธิ์ที่ดินของผู้อื่น จึงต้องแปลความโดยเคร่งครัดแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของโจทก์ยังคงมีสภาพเป็นทางสาธารณะ แม้การสัญจรจะไม่สะดวกและไม่สอดคล้องกับความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองเท่าการสัญจรทางบกก็ไม่ทำให้สิ้นสภาพเป็นทางสาธารณะไป ทางพิพาทในที่ดินของจำเลยทั้งสี่จึงไม่เป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์(ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องและยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสี่ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้จำเลยทั้งสี่เปิดทางพิพาทให้เป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349 ทางสาธารณะมิได้จำกัดแต่เฉพาะทางบกเท่านั้น ทางน้ำก็เป็นทางสาธารณะได้ และ พิพากษากลับให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสี่)

ทางสาธารณะมิได้จำกัดแต่เฉพาะทางบกเท่านั้น ทางน้ำก็เป็นทางสาธารณะได้ แม่น้ำเจ้าพระยาจึงถือว่าเป็นทางสาธารณะคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 220/2567 ทางจำเป็นตาม ป.พ.พ.มาตรา 1349 เป็นการจำกัดหรือลิดรอนอำนาจแห่งกรรมสิทธิ์ที่ดินของผู้อื่น จึงต้องแปลความโดยเคร่งครัดแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของโจทก์ยังคงมีสภาพเป็นทางสาธารณะ แม้การสัญจรจะไม่สะดวกและไม่สอดคล้องกับความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองเท่าการสัญจรทางบกก็ไม่ทำให้สิ้นสภาพเป็นทางสาธารณะไป ทางพิพาทในที่ดินของจำเลยทั้งสี่จึงไม่เป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์(ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องและยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสี่ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้จำเลยทั้งสี่เปิดทางพิพาทให้เป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349 ทางสาธารณะมิได้จำกัดแต่เฉพาะทางบกเท่านั้น ทางน้ำก็เป็นทางสาธารณะได้ และ พิพากษากลับให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสี่)

ทางสาธารณะมิได้จำกัดแต่เฉพาะทางบกเท่านั้น ทางน้ำก็เป็นทางสาธารณะได้ แม่น้ำเจ้าพระยาจึงถือว่าเป็นทางสาธารณะคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 220/2567 ทางจำเป็นตาม ป.พ.พ.มาตรา 1349 เป็นการจำกัดหรือลิดรอนอำนาจแห่งกรรมสิทธิ์ที่ดินของผู้อื่น จึงต้องแปลความโดยเคร่งครัดแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของโจทก์ยังคงมีสภาพเป็นทางสาธารณะ แม้การสัญจรจะไม่สะดวกและไม่สอดคล้องกับความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองเท่าการสัญจรทางบกก็ไม่ทำให้สิ้นสภาพเป็นทางสาธารณะไป ทางพิพาทในที่ดินของจำเลยทั้งสี่จึงไม่เป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์(ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องและยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสี่ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้จำเลยทั้งสี่เปิดทางพิพาทให้เป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349 ทางสาธารณะมิได้จำกัดแต่เฉพาะทางบกเท่านั้น ทางน้ำก็เป็นทางสาธารณะได้ และ พิพากษากลับให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสี่)

หากผู้รับจำนองประสงค์จะบังคับจำนองเอาแก่ทรัพย์สิน  ผู้รับจำนองต้องบอกกล่าวให้ลูกหนี้ชำระหนี้ก่อนด้วยตามเงื่อนไขใน ป.พ.พ. มาตรา 728 วรรคหนึ่งคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5226/2567 (หลักกฎหมาย ป.พ.พ. มาตรา 728, 735)โจทก์มิได้ฟ้องบริษัท อ. ลูกหนี้ผู้กู้ยืมเงินเป็นจำเลย และแม้โจทก์จะฟ้อง ช. เป็นจำเลยที่ 1 แต่โจทก์ก็ฟ้องในฐานะที่ ช. เป็นทายาทโดยธรรมของ ส. ผู้ค้ำประกันและผู้จำนองอีกคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ฟ้อง ช. เป็นจำเลยในฐานะผู้จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 82147 เมื่อผู้รับจำนองประสงค์จะบังคับจำนองเอาแก่ทรัพย์สินซึ่งจำนองตาม ป.พ.พ. มาตรา 735 ผู้รับจำนองต้องบอกกล่าวให้ลูกหนี้ชำระหนี้ก่อนด้วยตามเงื่อนไขใน ป.พ.พ. มาตรา 728 วรรคหนึ่ง เมื่อโจทก์มิได้บอกกล่าวไปยังบริษัท อ. ลูกหนี้ก่อนด้วยว่าให้ชำระหนี้ โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยที่ 2 เพื่อบังคับจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 82147 ได้

หากผู้รับจำนองประสงค์จะบังคับจำนองเอาแก่ทรัพย์สิน ผู้รับจำนองต้องบอกกล่าวให้ลูกหนี้ชำระหนี้ก่อนด้วยตามเงื่อนไขใน ป.พ.พ. มาตรา 728 วรรคหนึ่งคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5226/2567 (หลักกฎหมาย ป.พ.พ. มาตรา 728, 735)โจทก์มิได้ฟ้องบริษัท อ. ลูกหนี้ผู้กู้ยืมเงินเป็นจำเลย และแม้โจทก์จะฟ้อง ช. เป็นจำเลยที่ 1 แต่โจทก์ก็ฟ้องในฐานะที่ ช. เป็นทายาทโดยธรรมของ ส. ผู้ค้ำประกันและผู้จำนองอีกคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ฟ้อง ช. เป็นจำเลยในฐานะผู้จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 82147 เมื่อผู้รับจำนองประสงค์จะบังคับจำนองเอาแก่ทรัพย์สินซึ่งจำนองตาม ป.พ.พ. มาตรา 735 ผู้รับจำนองต้องบอกกล่าวให้ลูกหนี้ชำระหนี้ก่อนด้วยตามเงื่อนไขใน ป.พ.พ. มาตรา 728 วรรคหนึ่ง เมื่อโจทก์มิได้บอกกล่าวไปยังบริษัท อ. ลูกหนี้ก่อนด้วยว่าให้ชำระหนี้ โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยที่ 2 เพื่อบังคับจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 82147 ได้

หากผู้รับจำนองประสงค์จะบังคับจำนองเอาแก่ทรัพย์สิน  ผู้รับจำนองต้องบอกกล่าวให้ลูกหนี้ชำระหนี้ก่อนด้วยตามเงื่อนไขใน ป.พ.พ. มาตรา 728 วรรคหนึ่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5226/2567
(หลักกฎหมาย ป.พ.พ. มาตรา 728, 735)

โจทก์มิได้ฟ้องบริษัท อ. ลูกหนี้ผู้กู้ยืมเงินเป็นจำเลย และแม้โจทก์จะฟ้อง ช. เป็นจำเลยที่ 1 แต่โจทก์ก็ฟ้องในฐานะที่ ช. เป็นทายาทโดยธรรมของ ส. ผู้ค้ำประกันและผู้จำนองอีกคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ฟ้อง ช. เป็นจำเลยในฐานะผู้จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 82147 เมื่อผู้รับจำนองประสงค์จะบังคับจำนองเอาแก่ทรัพย์สินซึ่งจำนองตาม ป.พ.พ. มาตรา 735 ผู้รับจำนองต้องบอกกล่าวให้ลูกหนี้ชำระหนี้ก่อนด้วยตามเงื่อนไขใน ป.พ.พ. มาตรา 728 วรรคหนึ่ง เมื่อโจทก์มิได้บอกกล่าวไปยังบริษัท อ. ลูกหนี้ก่อนด้วยว่าให้ชำระหนี้ โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยที่ 2 เพื่อบังคับจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 82147 ได้

ขณะเกิดเหตุจำเลยไม่ได้อยู่กินฉันสามีภริยากับมารดาผู้เสียหายแล้ว แต่จำเลยเคยอุปการะผู้เสียหายเสมือนบิดา เมื่อมารดาพาผู้เสียหายไปฝากพักอาศัยอยู่ และจำเลยได้มีพฤติการณ์ล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เสียหาย จึงมีลักษณะเป็นการกระทำที่จำเลยมีอำนาจบังคับเหนือผู้เสียหาย จำเลยจึงต้องรับโทษหนักขึ้นคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5524/2567(เล่ม 9 หน้า 2038) หลักกฎหมาย ป.อ. มาตรา 285แม้ขณะเกิดเหตุจำเลยไม่ได้อยู่กินฉันสามีภริยากับ ก. แล้ว และอำนาจปกครองของผู้เสียหายตามกฎหมายเป็นของ ก. ก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ขณะเกิดเหตุ ก. พาผู้เสียหายไปฝากให้พักอาศัยอยู่กับจำเลยซึ่งก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายเคยพักอาศัยอยู่กับจําเลยหลายปีโดยจำเลยอุปการะเลี้ยงผู้เสียหายเสมือนเป็นบิดา เช่นนี้ พฤติการณ์ล่วงละเมิดทางเพศที่จำเลยกระทำต่อผู้เสียหายจึงมีลักษณะเป็นการกระทำที่จำเลยมีอำนาจบังคับเหนือผู้เสียหาย ซึ่งก่อนเกิดเหตุเคยอยู่ในความอุปการะของจำเลย และขณะเกิดเหตุ ก. ได้ฝากให้ผู้เสียหายอยู่ในความดูแลของจำเลย ทำให้ผู้เสียหายต้องมีความเคารพยำเกรงและเชื่อฟังจำเลย ผู้เสียหายจึงเป็นผู้อยู่ภายใต้อำนาจด้วยประการอื่นใดของจำเลยตามความหมายของ ป.อ. มาตรา 285 แล้ว ดังนี้ เมื่อจำเลยพยายามกระทำชำเราผู้เสียหายในระหว่างที่ผู้เสียหายอยู่ภายใต้อำนาจด้วยประการอื่นใดของจำเลยแล้ว จำเลยจึงต้องรับโทษหนักขึ้น

ขณะเกิดเหตุจำเลยไม่ได้อยู่กินฉันสามีภริยากับมารดาผู้เสียหายแล้ว แต่จำเลยเคยอุปการะผู้เสียหายเสมือนบิดา เมื่อมารดาพาผู้เสียหายไปฝากพักอาศัยอยู่ และจำเลยได้มีพฤติการณ์ล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เสียหาย จึงมีลักษณะเป็นการกระทำที่จำเลยมีอำนาจบังคับเหนือผู้เสียหาย จำเลยจึงต้องรับโทษหนักขึ้นคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5524/2567(เล่ม 9 หน้า 2038) หลักกฎหมาย ป.อ. มาตรา 285แม้ขณะเกิดเหตุจำเลยไม่ได้อยู่กินฉันสามีภริยากับ ก. แล้ว และอำนาจปกครองของผู้เสียหายตามกฎหมายเป็นของ ก. ก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ขณะเกิดเหตุ ก. พาผู้เสียหายไปฝากให้พักอาศัยอยู่กับจำเลยซึ่งก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายเคยพักอาศัยอยู่กับจําเลยหลายปีโดยจำเลยอุปการะเลี้ยงผู้เสียหายเสมือนเป็นบิดา เช่นนี้ พฤติการณ์ล่วงละเมิดทางเพศที่จำเลยกระทำต่อผู้เสียหายจึงมีลักษณะเป็นการกระทำที่จำเลยมีอำนาจบังคับเหนือผู้เสียหาย ซึ่งก่อนเกิดเหตุเคยอยู่ในความอุปการะของจำเลย และขณะเกิดเหตุ ก. ได้ฝากให้ผู้เสียหายอยู่ในความดูแลของจำเลย ทำให้ผู้เสียหายต้องมีความเคารพยำเกรงและเชื่อฟังจำเลย ผู้เสียหายจึงเป็นผู้อยู่ภายใต้อำนาจด้วยประการอื่นใดของจำเลยตามความหมายของ ป.อ. มาตรา 285 แล้ว ดังนี้ เมื่อจำเลยพยายามกระทำชำเราผู้เสียหายในระหว่างที่ผู้เสียหายอยู่ภายใต้อำนาจด้วยประการอื่นใดของจำเลยแล้ว จำเลยจึงต้องรับโทษหนักขึ้น

ขณะเกิดเหตุจำเลยไม่ได้อยู่กินฉันสามีภริยากับมารดาผู้เสียหายแล้ว แต่จำเลยเคยอุปการะผู้เสียหายเสมือนบิดา เมื่อมารดาพาผู้เสียหายไปฝากพักอาศัยอยู่ และจำเลยได้มีพฤติการณ์ล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เสียหาย จึงมีลักษณะเป็นการกระทำที่จำเลยมีอำนาจบังคับเหนือผู้เสียหาย จำเลยจึงต้องรับโทษหนักขึ้นคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5524/2567(เล่ม 9 หน้า 2038) หลักกฎหมาย ป.อ. มาตรา 285แม้ขณะเกิดเหตุจำเลยไม่ได้อยู่กินฉันสามีภริยากับ ก. แล้ว และอำนาจปกครองของผู้เสียหายตามกฎหมายเป็นของ ก. ก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ขณะเกิดเหตุ ก. พาผู้เสียหายไปฝากให้พักอาศัยอยู่กับจำเลยซึ่งก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายเคยพักอาศัยอยู่กับจําเลยหลายปีโดยจำเลยอุปการะเลี้ยงผู้เสียหายเสมือนเป็นบิดา เช่นนี้ พฤติการณ์ล่วงละเมิดทางเพศที่จำเลยกระทำต่อผู้เสียหายจึงมีลักษณะเป็นการกระทำที่จำเลยมีอำนาจบังคับเหนือผู้เสียหาย ซึ่งก่อนเกิดเหตุเคยอยู่ในความอุปการะของจำเลย และขณะเกิดเหตุ ก. ได้ฝากให้ผู้เสียหายอยู่ในความดูแลของจำเลย ทำให้ผู้เสียหายต้องมีความเคารพยำเกรงและเชื่อฟังจำเลย ผู้เสียหายจึงเป็นผู้อยู่ภายใต้อำนาจด้วยประการอื่นใดของจำเลยตามความหมายของ ป.อ. มาตรา 285 แล้ว ดังนี้ เมื่อจำเลยพยายามกระทำชำเราผู้เสียหายในระหว่างที่ผู้เสียหายอยู่ภายใต้อำนาจด้วยประการอื่นใดของจำเลยแล้ว จำเลยจึงต้องรับโทษหนักขึ้น

ดูแลอาคารและลูกบ้านอย่างมั่นใจ ด้วยบริษัทบริหารคอนโดที่เชื่อถือได้

ดูแลอาคารและลูกบ้านอย่างมั่นใจ ด้วยบริษัทบริหารคอนโดที่เชื่อถือได้

ดูแลครบวงจร เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของลูกบ้าน

ในการดูแลอาคารชุดหรือคอนโดมิเนียมให้เป็นระเบียบ ปลอดภัย และน่าอยู่ บริษัทบริหารคอนโด (หรือ บริษัทนิติบุคคลคอนโดบริษัทนิติบุคคลหมู่บ้าน) เข้ามามีบทบาทสำคัญในการจัดการด้านต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ทั้งเรื่องอาคาร สาธารณูปโภค การเงิน และความสัมพันธ์กับลูกบ้าน

ต่อไปนี้คือ ขั้นตอนการทำงาน ที่สำคัญของ บริษัทบริหารคอนโด ที่ดี


1. รับมอบหมายและประเมินโครงการ

บริษัทเริ่มต้นจากการพูดคุยและทำสัญญากับเจ้าของโครงการหรือคณะกรรมการ นิติบุคคล จากนั้นลงพื้นที่เพื่อประเมินระบบอาคาร สิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่ส่วนกลาง และจำนวนยูนิต ก่อนเริ่มวางแผนบริหาร


2. วางแผนการบริหารจัดการ

บริษัทนิติบุคคลคอนโด จะจัดทำแผนการบริหารครอบคลุมทั้ง

  • บุคลากร (เช่น นิติบุคคล รปภ. แม่บ้าน ช่าง)

  • แผนการซ่อมบำรุงระบบอาคาร

  • งบประมาณประจำปี และ

  • กฎระเบียบเบื้องต้นที่เหมาะสมกับลูกบ้าน


3. บริการลูกบ้านอย่างมืออาชีพ

หนึ่งในหน้าที่หลักของ บริษัทบริหารคอนโด คือการดูแลลูกบ้านให้ได้รับความสะดวกและความพึงพอใจ เช่น

  • รับเรื่องร้องเรียน

  • จัดการแจ้งซ่อม

  • ออกประกาศหรือหนังสือแจ้ง

  • จัดประชุมใหญ่/วิสามัญ

  • ประสานงานกับคณะกรรมการนิติบุคคล


4. บริหารจัดการการเงิน

บริษัทจะรับผิดชอบในการจัดเก็บค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟส่วนกลาง และรายจ่ายอื่น ๆ พร้อมจัดทำระบบบัญชีที่โปร่งใส เช่น

  • ใบแจ้งหนี้ / ใบเสร็จ

  • งบการเงินประจำเดือน

  • รายงานรายรับ-รายจ่าย

เพื่อเสนอให้คณะกรรมการและเจ้าของร่วมตรวจสอบได้อย่างชัดเจน


5. ซ่อมบำรุงและดูแลระบบอาคาร

การดูแลระบบส่วนกลาง เช่น ไฟฟ้า ประปา ลิฟต์ ระบบรักษาความปลอดภัย ฯลฯ ต้องดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งเรียกผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบตามรอบ เช่น

  • ตรวจสอบเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)

  • จัดทำรายงานซ่อมบำรุง

  • ประสานงานงานซ่อมฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว


6. ดูแลทรัพย์สินส่วนกลาง

บริษัทนิติบุคคลหมู่บ้าน และ บริษัทนิติบุคคลคอนโด ต้องจัดการพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ทั้งในแง่ความสะอาด ความปลอดภัย และการใช้งานร่วมกันของลูกบ้าน เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องประชุม สวนหย่อม ฯลฯ


7. รายงานผลและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

บริษัทจะต้องสื่อสารผลการดำเนินงานกับคณะกรรมการ และปรับปรุงแผนการทำงานตามความคิดเห็นของลูกบ้าน เพื่อพัฒนาโครงการอย่างยั่งยืน


✨ สรุป

การบริหารคอนโดมิเนียมไม่ใช่แค่เรื่องเอกสาร แต่คือการดูแล “คุณภาพชีวิต” ของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง บริษัทบริหารคอนโด ที่มีระบบจัดการดี จะช่วยให้นิติบุคคลมีความมั่นคง อาคารมีความปลอดภัย และลูกบ้านมีความสุขในทุกวัน

บริษัทบริหารคอนโด บริษัทนิติบุคคลหมู่บ้าน

Premium Choice Service บริษัทบริหารคอนโด และบริษัทนิติบุคคลหมู่บ้าน พร้อมดูแลโครงการของคุณอย่างมืออาชีพ ครบ จบ ในที่เดียว การออกแบบการบริการจากประสบการณ์ของบริษัทผู้บริหารและการบริการงานด้านอสังหาริมทรัพย์บริษัทบริหารคอนโดทั้งอาคารชุด (คอนโด) และ บริษัทนิติบุคคลหมู่บ้าน มากกว่า 20 ปี

Contact

093-319-9642

Facebook : Premium choice service-รับบริหารคอนโด และหมู่บ้าน

34 ลาดพร้าว 81 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

หลอกลวงเอาที่ดินที่ตนไม่มีสิทธิมาหลอกขายการซื้อขายที่ดินจึงเป็นโมฆะ ต้องคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8755/2551จำเลยหลอกลวงเอาที่ดินที่ตนไม่มีสิทธิมาหลอกขายให้โจทก์ ทำให้โจทก์เข้าใจว่าจำเลยมีสิทธิครอบครองสามารถโอนสิทธิและนำไปออกเอกสารสิทธิได้ เป็นการสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมสัญญา การซื้อขายที่ดินจึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 156 และต้องนำบทบัญญัติว่าด้วยลาภมิควรได้มาใช้บังคับ จำเลยจึงต้องคืนเงินให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี

หลอกลวงเอาที่ดินที่ตนไม่มีสิทธิมาหลอกขายการซื้อขายที่ดินจึงเป็นโมฆะ ต้องคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8755/2551จำเลยหลอกลวงเอาที่ดินที่ตนไม่มีสิทธิมาหลอกขายให้โจทก์ ทำให้โจทก์เข้าใจว่าจำเลยมีสิทธิครอบครองสามารถโอนสิทธิและนำไปออกเอกสารสิทธิได้ เป็นการสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมสัญญา การซื้อขายที่ดินจึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 156 และต้องนำบทบัญญัติว่าด้วยลาภมิควรได้มาใช้บังคับ จำเลยจึงต้องคืนเงินให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี

หลอกลวงเอาที่ดินที่ตนไม่มีสิทธิมาหลอกขาย
การซื้อขายที่ดินจึงเป็นโมฆะ ต้องคืนเงินพร้อมดอกเบี้ย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8755/2551

จำเลยหลอกลวงเอาที่ดินที่ตนไม่มีสิทธิมาหลอกขายให้โจทก์ ทำให้โจทก์เข้าใจว่าจำเลยมีสิทธิครอบครองสามารถโอนสิทธิและนำไปออกเอกสารสิทธิได้ เป็นการสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมสัญญา การซื้อขายที่ดินจึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 156 และต้องนำบทบัญญัติว่าด้วยลาภมิควรได้มาใช้บังคับ จำเลยจึงต้องคืนเงินให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี

Beef Steak Pattaya Guide: Experience Quality Dining at Longhorn Steakhouse

Beef Steak Pattaya Guide: Experience Quality Dining at Longhorn Steakhouse

If you’re searching for the juiciest beef steak Pattaya has to offer, look no further than Longhorn Steakhouse Pattaya — your ultimate destination for premium grilled delights in the heart of the city.

Established in 2012, Longhorn Steakhouse has become a favorite grill restaurant in Pattaya, known for its high-quality imported beef, warm Texas-style ambiance, and professional service. Whether you’re a tourist exploring the coast or a local craving a hearty meal, our restaurant promises a steak experience like no other.

Why We’re the Best Beef Restaurant in Pattaya

At Longhorn, every dish is crafted with passion. We use only top-grade imported cuts, perfectly aged and seared to your liking. From tender ribeyes to flavorful sirloins, our menu satisfies all steak lovers looking for a memorable steak in Pattaya.

Pair your meal with a fine wine or a cold beer, and enjoy our cozy, western-inspired décor that sets us apart as the best beef restaurant in Pattaya. Whether it’s a family dinner, date night, or group gathering, we’ve got the perfect setting for you.

A Must-Visit Grill Restaurant in Pattaya

What makes Longhorn truly special is not just our steaks, but our attention to detail and commitment to quality. As a leading grill restaurant Pattaya, we go beyond just beef — offering grilled chicken, lamb chops, seafood, and irresistible sides to complete your dining experience.

Our central location makes us easy to reach, and our friendly team ensures every guest feels at home. We also cater to private events and special occasions upon request.

Come Taste the Real Steak Pattaya Has to Offer

Whether you’re a seasoned steak lover or trying your first beef steak Pattaya experience, Longhorn Steakhouse welcomes you with open arms and sizzling plates. Book your table today and treat yourself to the best steak Pattaya has to offer.

CONTACT

Tel : +66 81-860-1575

FB : Longhorn Steakhouse & Grill Pattaya

คนเราที่เกิดทุกข์ก็เพราะความคิดปรุงแต่งเรานำเอาความคิดปรุงแต่งนำหน้าจิตดั้งเดิมหรือความจริงแท้อยู่ตลอดเวลาหากว่าเราสับเปลี่ยนโดยการนำเอาจิตดั้งเดิมหรือความจริงแท้มานำหน้าความคิดปรุงแต่ง อยู่ด้านหลัง เราก็จะไม่เกิดทุกข์อีกทั้ง จิตดั้งเดิมหรือความจริงแท้ก็จะรู้เท่าทันความคิดปรุงแต่ง

คนเราที่เกิดทุกข์ก็เพราะความคิดปรุงแต่งเรานำเอาความคิดปรุงแต่งนำหน้าจิตดั้งเดิมหรือความจริงแท้อยู่ตลอดเวลาหากว่าเราสับเปลี่ยนโดยการนำเอาจิตดั้งเดิมหรือความจริงแท้มานำหน้าความคิดปรุงแต่ง อยู่ด้านหลัง เราก็จะไม่เกิดทุกข์อีกทั้ง จิตดั้งเดิมหรือความจริงแท้ก็จะรู้เท่าทันความคิดปรุงแต่ง