by SompitMekmok | Jun 30, 2025 | ทั่วไป

Rediscover Freedom and Joy in Retirement – Welcome to Hua Hin
Retirement should be a time of peace and fulfillment, but too often it turns into monotony. Wake up, eat, read, sleep — repeat. If you’re starting to feel that each day looks just like the last, it might be time to rethink what retirement can truly be.
Imagine a place where your mornings begin with the gentle sounds of ocean waves and your afternoons are filled with meaningful activities — from painting in the garden to enjoying Thai cuisine with new friends. That place is Hua Hin, Thailand.
At our Retirement Homes in Hua Hin, we believe retirement should be anything but boring. Located in one of Thailand’s most beloved coastal towns, our community blends the comforts of home with the exotic charm of tropical living. Here, life is relaxed, but never dull.
You’ll enjoy clean air, lush surroundings, and warm sunshine almost every day of the year. More importantly, you’ll have the freedom to do more of what you love — and perhaps discover new passions you never had time for before.
Our facilities are designed to support both independent and assisted living. Whether you’re looking for privacy or social connection, you’ll find a space that suits your lifestyle. Wellness programs, hobby clubs, and friendly staff are all part of the experience.
Life in Hua Hin is also affordable. Your money goes further here, without sacrificing comfort or care. And thanks to the welcoming local culture and strong expat community, you’ll feel right at home — even thousands of miles away from your old routine.
So, if your retirement life feels too quiet, too still, or simply too predictable — maybe it’s time for a change. Maybe it’s time for a new chapter in a new place.
Learn more about our vibrant community at Retirement Homes in Hua Hin
by Mr.Home | Jun 30, 2025 | ทั่วไป

หากคุณกำลังวางแผนปูพื้นหน้าบ้าน ทำทางเดินในสวน หรือแม้แต่ปูพื้นลานจอดรถ สิ่งแรก ๆ ที่ต้องคิดก็คือ “จะใช้แผ่นปูทางเท้าขนาดไหนดี?”
แผ่นปูทางเท้าคอนกรีตอาจดูเหมือนเรียบง่าย แต่ขนาดของแผ่นนั้นส่งผลต่อทั้งราคา ความแข็งแรง การจัดวาง และรูปลักษณ์โดยรวมอย่างไม่น่าเชื่อ
วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จัก 5 ขนาดแผ่นปูทางเท้ายอดนิยม ที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้ พร้อมเทคนิคเลือกขนาดให้ คุ้มค่าและเหมาะกับงานที่สุด ไม่ต้องเสียเงินเกินจำเป็น!
ทำไมขนาดของแผ่นปูทางเท้าถึงสำคัญ?
ก่อนจะไปดูแต่ละขนาด มาทำความเข้าใจเบื้องต้นกันก่อนว่า “ทำไมต้องเลือกขนาดให้ดี?” เพราะแผ่นปูทางเท้าแต่ละขนาดมีผลต่อ…
-
✅ ต้นทุนต่อ ตร.ม. – ขนาดเล็กมักใช้แผ่นจำนวนมาก ต้นทุนแรงงานสูงกว่า
-
✅ ความเร็วในการติดตั้ง – แผ่นใหญ่ปูเร็วกว่า แต่อาจหนักและวางยาก
-
✅ ลวดลายและความสวยงาม – บางขนาดเหมาะกับลายแบบโมเดิร์น บางขนาดให้ฟีลธรรมชาติ
-
✅ การใช้งาน – งานจอดรถต้องเลือกขนาดหนาและแข็งแรงกว่างานทางเดินในสวน

1. แผ่นปูทางเท้าขนาด 30×30 ซม.
ข้อดี:
-
ราคาต่อแผ่นถูกมาก เริ่มต้นเพียง 10–15 บาท
-
น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย เหมาะกับงาน DIY
-
เหมาะสำหรับทางเดินในสวน ทางเท้ารอบบ้าน
ข้อควรระวัง:
เหมาะกับใคร? คนที่มีงบจำกัด อยากแต่งสวนเล็ก ๆ หรือทำเองที่บ้าน
ความคุ้มค่า: ★★★★☆
2. ขนาด 40×40 ซม.
ข้อดี:
-
เป็น ขนาดยอดนิยม ที่หาซื้อง่ายในท้องตลาด
-
ความหนามาตรฐาน รองรับน้ำหนักคนเดินได้สบาย
-
ดูเรียบร้อย ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป
ราคาโดยประมาณ:
เหมาะกับใคร? คนที่ต้องการความเรียบง่าย ใช้ได้ทุกจุดของบ้าน
ความคุ้มค่า: ★★★★★
3. ขนาด 50×50 ซม.
ข้อดี:
-
ครอบคลุมพื้นที่ได้เร็วขึ้น ใช้เพียง 4 แผ่น/ตร.ม.
-
ประหยัดแรงงานและเวลาปูพื้น
-
หน้าตาดู “เต็มพื้นที่” เหมาะกับลานหน้าบ้านหรือลานซักล้าง
ราคาโดยประมาณ:
ข้อควรระวัง:
เหมาะกับใคร? เจ้าของบ้านที่อยากปูพื้นที่เยอะโดยเร็ว หรือจ้างช่าง
ความคุ้มค่า: ★★★★☆
4. ขนาด 60×60 ซม.
ข้อดี:
-
ดูเรียบหรูแบบ modern minimal
-
แผ่นใหญ่ จัดวางให้ดูโล่งโปร่ง
-
เหมาะกับงานเชิงพาณิชย์ เช่น โรงแรม โฮมออฟฟิศ
ราคาโดยประมาณ:
ข้อควรระวัง:
เหมาะกับใคร? ผู้รับเหมาหรือเจ้าของโครงการที่ต้องการความหรู
ความคุ้มค่า: ★★★☆☆
5. แผ่นขนาดพิเศษ (เช่น 20×40 / 25×25 ซม.)
จุดเด่น:
ราคาโดยประมาณ:
เหมาะกับใคร? สายแต่งสวนที่ชอบเล่นลวดลาย
ความคุ้มค่า: ★★★★☆

แล้วควรเลือกขนาดไหนดี?
ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก:
-
🧱 พื้นที่ใช้งาน – ถ้าพื้นที่กว้าง ใช้แผ่นใหญ่จะประหยัดแรงกว่า
-
💸 งบประมาณ – แผ่นเล็กอาจถูกต่อแผ่น แต่รวมค่าแรงแล้วอาจไม่คุ้ม
-
🪴 ลุคที่ต้องการ – อยากได้ลุคโมเดิร์นหรือธรรมชาติ ก็มีผลต่อการเลือกขนาดเช่นกัน
หากยังไม่มีไอเดียว่าควรจัดพื้นที่ยังไง ลองเข้าไปดูบทความ หาไอเดียตกแต่งสวนและบ้าน ลองมารู้จักกับแผ่นปูทางเท้า อาจช่วยให้คุณเห็นภาพชัดขึ้นว่าจะวางแผ่นทางเท้ายังไงให้คุ้มและสวยในงบที่มี
ทิ้งท้าย อย่าเพิ่งรีบซื้อ ถ้ายังไม่รู้จุดประสงค์ของพื้นที่
การเลือกแผ่นปูทางเท้าให้คุ้มค่า ไม่ใช่แค่ดูว่าราคาถูกที่สุด แต่ต้องมองรวมไปถึง การใช้งานจริง อายุการใช้งาน และรูปลักษณ์โดยรวม
ถ้าคุณยังลังเลว่าจะจัดมุมสวนยังไงดี หรือเลือกแบบไหนดีให้เข้ากับสไตล์บ้าน ลองเข้าไปดูเพิ่มเติมในหมวด ไอเดียแต่งบ้าน เพื่อหาแรงบันดาลใจเพิ่มเติมได้เลยค่ะ 🌿
หากคุณชอบบทความนี้ ฝากกดแชร์ให้เพื่อนที่กำลังจะปูพื้นบ้านหรือทำสวนด้วยนะคะ หรือหากมีคำถามเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ เช่น บล็อกปูพื้น, คอนกรีตสำเร็จ, รั้วแบบประหยัด ก็คอมเมนต์ไว้ด้านล่างได้เลย!
by drsuthichai | Jun 30, 2025 | ทั่วไป
ผิดสัญญาเช่าและเป็นการกระทำผิดฐานละเมิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 923/2549
สัญญาเช่าอาคารทั้งสองฉบับครบกำหนดเวลาเช่าตามที่ได้ตกลงกันไว้แล้ว สัญญาเช่าย่อมระงับลง โดยมิพักต้องบอกกล่าวก่อน จำเลยซึ่งเป็นผู้เช่ามีหน้าที่ต้องส่งคืนอาคารที่เช่าแก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่า การที่จำเลยไม่ยอมส่งคืนอาคารที่เช่า เป็นการผิดสัญญาเช่าและการที่จำเลยยังครอบครองอาคารที่เช่าต่อไปโดยโจทก์ไม่ยินยอมเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยได้ทั้งฐานผิดสัญญาและฐานละเมิด เพียงแต่เมื่อใช้สิทธิเรียกเอาเบี้ยปรับฐานผิดสัญญาแล้วโจทก์ไม่อาจใช้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนฐานละเมิดได้ เพราะเป็นค่าเสียหายมูลกรณีเดียวกัน
สัญญาเช่าอาคารห้องเลขที่ 10 ข้อ 1 วรรคสองระบุว่า เมื่อสัญญาเช่าครบกำหนดหรือสิ้นสุดลงด้วยเหตุใดก็ตาม “ผู้เช่า” ต้องส่งมอบสถานที่เช่าคืนให้แก่ “ผู้ให้เช่า” ทันที ในกรณีที่ “ผู้เช่า” ไม่สามารถส่งมอบสถานที่เช่าคืนให้แก่ “ผู้ให้เช่า” “ผู้เช่า” ยินยอมชำระค่าปรับให้แก่ “ผู้ให้เช่า” วันละ 2,000 บาท นับแต่วันครบกำหนดส่งมอบจนถึงวันที่ได้ส่งมอบสถานที่เช่าคืนให้แก่ “ผู้ให้เช่า” เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นข้อตกลงกำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้าในกรณีที่ผู้เช่าผิดสัญญาไม่สามารถส่งมอบอาคารที่เช่าคืนให้แก่ผู้ให้เช่าในทันที โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าเสียหายตามสัญญาเช่าข้อ 1 วรรคสอง ได้ แต่เบี้ยปรับที่กำหนดไว้นั้นสูงเกินส่วน ศาลมีอำนาจลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383
สัญญาเช่าอาคารห้องเลขที่ 11 ข้อ 8 วรรคสอง ระบุว่า เมื่อมีการบอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว ไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตาม “ผู้เช่า” จะต้องย้ายออกไปจากที่เช่าทันที ถ้าไม่ขนย้ายออกไปยอมให้ค่าเสียหายค่าปรับเป็นเงินวันละ 2,000 บาท แก่ “ผู้ให้เช่า” ทุกวันจนกว่าจะขนย้ายออกไป ซึ่งระบุเงื่อนไขในการยอมให้ค่าเสียหายเฉพาะกรณีมีการบอกเลิกสัญญาเช่าเท่านั้น แตกต่างจากสัญญาเช่าอาคารห้องเลขที่ 10 แต่แม้จะเป็นกรณีที่สัญญาเช่าสิ้นสุดหรือระงับลงเพราะครบกำหนดเวลาเช่าไม่เข้าเงื่อนไขที่โจทก์จะมีสิทธิเรียกค่าเสียหายฐานผิดสัญญาเช่า แต่โจทก์ก็มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยฐานละเมิดได้ซึ่งโจทก์ได้บรรยายมาในฟ้องและนำสืบถึงจำนวนค่าเสียหายที่เกิดจากการกระทำละเมิดแล้ว ศาลมีอำนาจกำหนดค่าเสียหายให้ตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 438 วรรคหนึ่ง
ทนายโทนี่ ทนายสุทธิชัย ปัญญโรจน์

by drsuthichai | Jun 28, 2025 | ทั่วไป
บอกเลิกสัญญา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7433/2538
โจทก์กับจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกันเป็นหนังสือแม้โจทก์ได้วางมัดจำด้วยก็ถือว่าการวางมัดจำเป็นเพียงข้อสัญญาข้อหนึ่งเท่านั้นหาใช่ทำสัญญากันด้วยการวางมัดจำไม่เมื่อตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินไม่มีข้อความตอนใดระบุให้จำเลยจะต้องจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทหรือทางเข้าออกแก่โจทก์ ณ สำนักงานที่ดินอำเภอเมืองลพบุรีในวันที่ 1กุมภาพันธ์ 2534 ดังนั้น การที่โจทก์นำสืบถึงข้อความเพิ่มเติมนอกจากที่ระบุไว้ในสัญญา โดยอ้างว่าโจทก์จำเลยตกลงโอนที่ดินกันภายใน 3 เดือน ซึ่งตรงกับวันที่ 1กุมภาพันธ์ 2534 แต่ผู้เขียนสัญญาลืมเขียนข้อความระบุวันนัดโอนนั้น เป็นการนำสืบพยานบุคคลเพิ่มเติมข้อความในเอกสารสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข) ดังนั้นแม้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2534 จำเลยไม่ไปสำนักงานที่ดินเพื่อจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทพร้อมทางเข้าออกให้โจทก์ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยผิดสัญญา ก่อนที่โจทก์จะบอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินโจทก์ได้มีหนังสือถึงจำเลยสองครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2534 เร่งรัดให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาและ ขอคำยืนยันจากจำเลยภายในวันที่ 29 มีนาคม 2534 ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้มีหนังสือชี้แจงให้โจทก์ทราบว่าสามารถโอนที่ดินตามสัญญาให้โจทก์ได้หรือไม่ ครั้งที่สองเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2534 โจทก์ขอให้จำเลยโอนที่ดินในวันที่ 19 กันยายน 2534 เวลา 13.30 นาฬิกา จำเลยได้รับหนังสือ ของโจทก์แล้ว แม้ว่าหนังสือของโจทก์ครั้งที่สองแจ้งให้จำเลย โอนที่ดินในระยะกระชั้นชิด แต่หนังสือของโจทก์ครั้งแรก ที่เร่งรัดให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาจนถึงวันที่โจทก์บอกกล่าวในครั้งที่สองเป็นเวลาห่างกันถึง 6 เดือน จำเลยกลับเพิกเฉยไม่ได้ดำเนินการอย่างใดเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินสำหรับเป็นทางเข้าออกจากที่ดินพิพาทเชื่อมถนนสาธารณะ ซึ่งได้ความว่าเจ้าของที่ดินได้ขอรับวัดแบ่งแยกที่ดินแล้วเสร็จ และเจ้าของที่ดินข้างเคียงได้ยื่นเรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินที่ใช้ทำเป็นทางเข้าออกเมื่อวันที่15 ตุลาคม 2534 การที่จำเลยกลับมีหนังสือถึงโจทก์ลงวันที่ 26 กันยายน 2534 อ้างว่า จำเลยพร้อมที่จะโอนที่ดินตามสัญญาให้โจทก์ และให้โจทก์ชำระราคาที่ดินที่เหลือณ สำนักงานที่ดินในวันที่ 11 ตุลาคม 2534 เวลา 10 นาฬิกานั้นปรากฏว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รังวัดแบ่งแยกที่ดินเสร็จและออกหนังสือ น.ส.3 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2534ถ้าหากโจทก์ไปสำนักงานที่ดินอำเภอเมืองลพบุรีในวันที่ 11 ตุลาคม 2534 ตามที่จำเลยนัดหมาย โจทก์ก็ไม่สามารถ รับโอนที่ดินตามสัญญาจากจำเลยได้ และการที่จำเลยไม่สามารถจัดซื้อที่ดินสำหรับเป็นทางเข้าออกตามสัญญาได้ แต่จำเลยมีหนังสือถึงโจทก์ลงวันที่ 26 กันยายน 2534 นัดโอนที่ดินกันจึงเป็นการประวิงการปฏิบัติตามสัญญาโดยไม่ได้คำนึงว่าจำเลยไม่สามารถโอนที่ดินพิพาทพร้อมทางเข้าออกให้โจทก์ตามสัญญาได้ จำเลยย่อมเป็นฝ่ายผิดสัญญาอยู่นั่นเองดังนั้นการที่โจทก์มีหนังสือถึงจำเลยให้จำเลยโอนที่ดินในวันที่ 19 กันยายน 2534 เป็นการกำหนดระยะเวลาให้จำเลยชำระหนี้ภายในเวลาพอสมควรแล้ว จำเลยไม่ชำระหนี้จึงถือได้ว่าจำเลยผิดสัญญาและต่อมาโจทก์ได้มีหนังสือถึงจำเลยแจ้งว่าจำเลยผิดสัญญาขอให้คืนเงินมัดจำ 480,000 บาท และชำระเบี้ยปรับ 960,000 บาท ภายในกำหนด 7 วัน หากพ้นกำหนดจะดำเนินคดีต่อไป ซึ่งจำเลยได้รับหนังสือดังกล่าวแล้วจึงเป็นกรณีที่ถือว่าโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาต่อจำเลยแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 387 ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้
ทนายโทนี่ ทนายสุทธิชัย ปัญญโรจน์

by drsuthichai | Jun 28, 2025 | ทั่วไป
เมื่อผิดสัญญา คู่สัญญาอีกฝั่ง ย่อมมีอำนาจฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1940/2520
สำนักงาน ก.พ. โจทก์ที่ 1 ซึ่งมีอำนาจหน้าที่จัดการควบคุมการศึกษาของนักเรียนฝ่ายพลเรือนที่ศึกษาอยู่ในต่างประเทศ ทำสัญญากับจำเลยที่ 1 ผู้รับทุน โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน เรื่องการรับทุนรัฐบาลไปศึกษาต่อในต่างประเทศตามความต้องการของกรมไปรษณีย์โทรเลขของโจทก์ที่ 2 ตามสัญญาการรับทุนนั้น เห็นได้ว่าเป็นเรื่องกระทำตามอำนาจหน้าที่ของโจทก์ที่ 1 มิใช่กระทำในฐานะตัวแทนโจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 1 กับจำเลยทั้งสองเป็นคู่สัญญาต่อกัน เมื่อจำเลยผิดสัญญาโจทก์ที่ 1 ย่อมมีอำนาจฟ้อง
ตามข้อบังคับของ ก.พ. กำหนดให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนักเรียนทุนในความดูแลของรัฐบาล ต้องรักษาชื่อเสียงมิให้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว จำเลยที่ 1 กระทำผิดฐานพยายามลักทรัพย์จนถูกศาลอาญาแห่งประเทศฝรั่งเศสพิพากษาลงโทษจำคุกและปรับ ย่อมถือว่าเป็นเรื่องผิดวินัยของ ก.พ. อันเป็นการผิดสัญญาที่ได้กระทำไว้แล้ว ต้องรับผิดชดใช้เงินทุนและเบี้ยปรับ
เงินทุนและเบี้ยปรับเป็นหนี้เงิน โจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดได้ตามกฎหมาย
ทนายโทนี่ ทนายสุทธิชัย ปัญญโรจน์

by drsuthichai | Jun 28, 2025 | ทั่วไป
บันทึกข้อตกลงหย่ากัน หากยังไม่ได้จดทะเบียนหย่าก็ยังถือว่าสมรสกันอยู่ ข้อตกลงหย่านี้ สามารถบอกล้างได้ในขณะที่สมรสหรือหลังจากจดทะเยียนหย่าก็ได้หากว่าบันทึกข้อตกลงหย่านั้น มีข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สิน สามารถบอกล้างในขณะที่เป็นสามีภริยาหรือภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ขาดจากการเป็นสามีภริยาก็ได้คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2039/2544บันทึกข้อตกลงตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย จ.5 แม้จะมีข้อตกลงว่าโจทก์และจำเลยตกลงหย่ากัน แต่ตราบใดที่ยังไม่ไปจดทะเบียนหย่าก็ต้องถือว่าโจทก์จำเลยยังเป็นสามีภริยากันเมื่อมีข้อตกลงเกี่ยวกับ ทรัพย์สินด้วย จึงเป็นสัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่ได้ทำไว้ต่อกันในระหว่างเป็นสามีภริยากัน ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะบอกล้างเสียในเวลาใดที่เป็นสามีภริยากันอยู่หรือภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ขาดจากการเป็นสามีภริยากันก็ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1469โจทก์ฟ้องขอหย่า การที่จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้งอ้างว่าบอกเลิกสัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่โจทก์จำเลย ได้ทำไว้ต่อกันในระหว่างเป็นสามีภริยากันแล้วย่อมถือได้ว่าคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยเป็นการแสดงเจตนา บอกล้างไปในตัว และเป็นการบอกล้างในขณะเป็นสามีภริยากันอยู่ยังไม่มีคำพิพากษาให้หย่าขาดจากกัน ถือได้ว่าบันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.5 ดังกล่าว จำเลยได้มีการบอกล้างแล้ว จึงไม่มีผลบังคับแก่โจทก์จำเลยอีก ศาลจึงไม่อาจพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 500,000 บาท เกี่ยวกับบันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.5 ให้แก่โจทก์ได้ หากโจทก์มีสิทธิเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาอย่างไรก็ชอบที่จะไปว่ากล่าวแก่กันตามสิทธิต่อไปจำเลยซึ่งเป็นสามีโจทก์มีฐานะดี ส่วนโจทก์ประกอบอาชีพเป็นพนักงานขายของประจำห้างสรรพสินค้า มีเงินเดือนเพียงเดือนละประมาณ 4,000 บาท โจทก์ยังต้องเช่าบ้านอยู่ การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกันและให้บุตรผู้เยาว์อยู่ในความปกครองและอุปการะเลี้ยงดูของจำเลยฝ่ายเดียวโดยไม่ให้โจทก์ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรทั้งสองให้จำเลยชอบแล้วทนายโทนี่ ทนายสุทธิชัย ปัญญโรจน์
