ประสบความสำเร็จในที่ทำงาน

ประสบความสำเร็จในที่ทำงาน

ทำไมท่านถึงไม่ประสบความสำเร็จในการทำงาน
โดย…สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com

คนที่ทำงานแล้วไม่ประสบความสำเร็จในที่ทำงาน ก็เนื่องมาจากหลายสาเหตุ เช่น
1.ไม่มีเป้าหมาย คนที่มีเป้าหมายมักจะเป็นคนที่กระตือรือร้นในการทำงานมากกว่าคนที่ไม่มีเป้าหมาย ซึ่งเป้าหมายอาจจะเป็นเรื่องของ ตำแหน่ง , ความก้าวหน้า , การพัฒนางานของตนเอง เป็นต้น
2.มีข้ออ้างตลอดเวลา ผมเคยเห็นคนแขนขาทั้งสองข้าง ว่ายน้ำได้ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น แต่ตรงกันข้าม คนแขนดีทั้งสองข้าง หลายคนว่ายน้ำไม่เป็นก็เนื่องมาจากการไม่ยอมที่จะลงมือกระทำและฝึกฝน แต่ตรงกันข้ามเขามักมีข้ออ้างต่างๆ มากมาย เช่น เขาไม่มีเวลา , การว่ายน้ำต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงเมื่อเทียบกับการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง , ไม่ได้ฝึกว่ายน้ำมาตั้งแต่เด็กหากฝึกมาตั้งแต่เด็กตอนนี้ก็คงเก่งแล้ว ฯลฯ คำพูดต่างๆเหล่านี้ ฟังดูแล้วอาจดูดี แต่บุคคลที่ประสบความสำเร็จเขามักจะไม่มีข้ออ้าง แต่เขาจะลงมือกระทำอย่างจริงจังเพื่อก่อให้เกิดผลงานที่สามารถจับต้องได้
3.ขาดความมั่นใจในตนเอง บางคนมีความรู้มาก แต่ขาดซึ่งความเชื่อมั่นในตนเอง เขามักไปไม่ได้ไกล แต่คนที่มีความรู้น้อยแต่คนๆนั้นมีความเชื่อมั่นในตนเอง เขาก็จะสามารถนำพาตนเองให้ประสบความสำเร็จได้มากกว่าคนซึ่งมีความรู้มากกว่า หากท่านต้องการที่จะประสบความสำเร็จท่านจำเป็นจะต้องพัฒนาตนเองให้เกิดความมั่นใจในตนเอง
4.ไม่ทำงานด้วยความมุ่งมั่น ไม่ขยัน ไม่มีความพยายาม ทำงานไม่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ บุคคลที่ประสบความสำเร็จ เขามักจะเป็นคนที่ทุ่มเทในการทำงาน บางคนทำงานตั้ง 12 ชั่วโมงต่อวันเลยก็มี เขาจึงประสบความสำเร็จมากกว่าคนทั่วไปที่ทำงานเพียงแค่วันละ 8 ชั่วโมง อีกทั้งการทำงาน 8 ชั่วโมง ของคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ยังขาดซึ่งคุณภาพและประสิทธิภาพอีกด้วย
5.มองหาแบบอย่างที่ดีๆมากๆ คนที่ประสบความสำเร็จ มักมองหาต้นแบบในการทำงาน เขาจะเรียนรู้ เขาจะศึกษาจากตำรา เขาจะซักถามบุคคลที่ประสบความสำเร็จ ว่าคนที่ประสบความสำเร็จเขาทำงานอย่างไร ถึงได้ผลลัพธ์มากมายถึงขนาดนั้น แล้วเขาก็ถอดแบบ เลียนแบบ บุคคลต้นแบบเพื่อใช้เป็นทางลัดในการที่เขาจะประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วขึ้น
6.ไม่มีการพัฒนาตนเอง คนที่ไม่ประสบความสำเร็จ เขามักจะเป็นคนที่เหมือนถ้อยชาที่มีน้ำอยู่เต็มแก้ว เติมเพิ่มไม่ได้แล้ว เพราะเขาคิดว่าตนเองรู้ทุกเรื่องแล้ว ใครสอนอะไร ใครบอกอะไร เขาก็มักจะไม่เชื่อ
7. ไม่เรียนรู้ ไม่หาวิธีการใหม่ๆ โลกในยุคปัจจุบัน เป็นโลกในยุคของการแข่งขัน การแก้ไขปัญหาและการทำงานจะต้องหาวิธีการทำงานใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ทันกับคู่แข่งขันและการเปลี่ยนแปลง
ดังนั้น หากว่าท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องการเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในการทำงาน ขอให้ท่านจงได้ขจัดสิ่งเหล่านี้ออกไป แล้วท่านก็จะเป็นคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการทำงาน

#image_title

ใช้ซิเดกร้าเพิ่มความสุขของคู่รัก

ใช้ซิเดกร้าเพิ่มความสุขของคู่รัก

ใช้ซิเดกร้าเพิ่มความสุข: ข้อควรระวังและข้อมูลที่ควรรู้

ซิเดกร้า (Sildenafil) เป็นยาที่ได้รับความนิยมมากในการรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไวอากร้า” ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะเพศ ทำให้ผู้ใช้สามารถมีความสามารถในการบรรลุการแข็งตัวของอวัยวะเพศได้ดีขึ้น ในบางกรณี ผู้ใช้บางคนอาจรู้สึกว่าซิเดกร้าเป็นวิธีในการเพิ่มความสุขในชีวิตคู่ แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อควรระวังที่ควรพิจารณาในการใช้ยาเหล่านี้เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์

ซิเดกร้าช่วยในการเพิ่มความสุขได้อย่างไร?
ซิเดกร้าทำงานโดยการเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในอวัยวะเพศชาย ซึ่งจะช่วยให้เกิดการแข็งตัวของอวัยวะเพศได้ง่ายขึ้นและนานขึ้น เป็นการช่วยให้ผู้ชายที่มีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) สามารถมีชีวิตเพศที่เต็มที่และมีความสุขมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถช่วยในเรื่องของความมั่นใจในตนเอง และลดความวิตกกังวลเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่สมบูรณ์

ข้อดีของการใช้ซิเดกร้า
เพิ่มความมั่นใจ: สำหรับผู้ชายที่มีปัญหาการแข็งตัวหรือหย่อนสมรรถภาพทางเพศ การใช้ซิเดกร้าสามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจและลดความเครียดเกี่ยวกับประสบการณ์ทางเพศ
เสริมสร้างความสัมพันธ์: การมีเพศสัมพันธ์ที่ดีสามารถช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแรงขึ้น ลดความตึงเครียดระหว่างคู่รัก
ช่วยในการบำบัดอาการ ED: การใช้ยานี้ช่วยให้ผู้ที่มีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศสามารถกลับมามีชีวิตเพศที่ดีอีกครั้ง

ข้อควรระวังในการใช้ซิเดกร้า
การใช้ซิเดกร้าหรือยาที่มีส่วนผสมของซิเดกร้าควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนเสมอ เนื่องจากมีข้อควรระวังหลายประการที่ต้องพิจารณา:

ปัญหาหัวใจ: ซิเดกร้าผู้ที่มีโรคหัวใจหรือปัญหาหัวใจบางประเภท เช่น ภาวะความดันโลหิตสูงหรือโรคหลอดเลือดหัวใจ ควรระมัดระวังในการใช้ซิเดกร้า เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดได้
ผลข้างเคียง: ผลข้างเคียงทั่วไปของซิเดกร้าอาจรวมถึงปวดหัว, คลื่นไส้, หน้ามืด, หรือการมองเห็นผิดปกติ (เช่น เห็นสีฟ้า)
ไม่ควรใช้ร่วมกับยาบางชนิด: หากคุณกำลังใช้ยากลุ่มไนเตรตสำหรับรักษาโรคหัวใจ การใช้ซิเดกร้าอาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิต
ผลระยะยาว: แม้ว่าซิเดกร้าจะช่วยแก้ไขปัญหาชั่วคราว แต่ก็ไม่ควรใช้เป็นทางเลือกถาวร หากมีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและการรักษาที่เหมาะสม

การใช้ซิเดกร้าในมุมมองทางจิตใจ
การใช้ยาเพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางเพศอาจไม่ได้ช่วยในการแก้ปัญหาจิตใจที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์หรือความเครียดที่เกิดขึ้นจากปัญหาทางเพศ การใช้ซิเดกร้าหรือยาอื่นๆ เพียงแค่ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกาย แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาทางจิตใจหรือความสัมพันธ์ที่มีอยู่ในคู่รักได้

การสื่อสารที่ดี: ความสัมพันธ์ทางเพศที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับการใช้ยาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการสื่อสารที่ดีระหว่างคู่รัก การเปิดใจพูดคุยเกี่ยวกับความต้องการและปัญหาทางเพศอาจช่วยลดความเครียดและซิเดกร้าเพิ่มความสุขทางเพศได้มากขึ้น
การเยียวยาจิตใจ: ในกรณีที่ปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศเกิดจากความเครียด, ความวิตกกังวล, หรือปัญหาทางอารมณ์ การปรึกษาจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในการแก้ไขปัญหาพื้นฐาน

สรุป
การใช้ซิเดกร้าอาจเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ผู้ชายสามารถเพิ่มความสุขในชีวิตทางเพศได้ หากมีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ แต่ควรใช้ภายใต้การดูแลและคำแนะนำจากแพทย์เท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหรือกำลังใช้ยาอื่นๆ รวมทั้งต้องไม่ลืมว่า ความสุขทางเพศไม่ได้มาจากการใช้ยาเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ เช่น ความสัมพันธ์ที่ดี การสื่อสาร และสุขภาพจิตที่ดีเช่นกัน

หากคุณกำลังพิจารณาใช้ซิเดกร้าหรือมีคำถามเกี่ยวกับการรักษาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางเลือกที่ดีที่สุดและปลอดภัยสำหรับคุณ.

 

ซิเดกร้า ไวอากร้าไทย รับรองของแท้

ซิเดกร้า ไวอากร้าไทย ยาปลุกอารมณ์ ของแท้  ช่วยทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้ดีขึ้น ชะลอการหลั่ง

เป็นยา ไวอากร้า ที่มีฤทธิ์กระตุ้นการขยายตัวของหลอดเลือด ช่วยให้สมองสั่งการผ่านเส้นประสาทไปยังอวัยวะเพศ ทำให้แข็งตัวขณะมีเพศสัมพันธ์ ช่วยให้การร่วมรักดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ยาวนาน และประทับใจ
อาการอวัยวะเพศอ่อนตัวขณะมีเพศสัมพันธ์ อาการ แข็งไม่สุด นกเขาไม่ขัน หรือเรียกอีกอย่างว่า อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ซิเดกร้า ไว้อากร้าไทย ของแท้ ช่วยปัญหาได้เป็นอย่างดี และมีความปลอดภัย รับรองโดยองค์การเภสัชกรรม (GPO) มีตัวยา ซิลเดนาฟิล ซิเตรท 100 % (Sildenafil Citrate) ซึ่งเป็น ตัวยาเดียวกับ ไวอากร้าอเมริกา

ติดต่อเรา
Line@ : @112cscdt
โทร : 086-380-7312

ข้อดีของแบตเตอรี่รถไฟฟ้า

ข้อดีของแบตเตอรี่รถไฟฟ้า

     แบตเตอรี่เป็นหัวใจสำคัญของรถไฟฟ้า (Electric Vehicle – EV) และมีบทบาทสำคัญในการกำหนดประสิทธิภาพและความทนทานของรถไฟฟ้า แม้ว่าแบตเตอรี่รถไฟฟ้าจะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและมีคุณภาพสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังคงมีปัจจัยหลายประการที่ส่งผลต่อความทนทานของมัน บทความนี้จะสำรวจถึงความทนทานของแบตเตอรี่รถไฟฟ้า พร้อมทั้งข้อดีและข้อควรระวังที่ควรรู้

 

 

ประสิทธิภาพและความทนทานของแบตเตอรี่รถไฟฟ้า

อายุการใช้งานของแบตเตอรี่: แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-Ion Battery) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันแพร่หลายสำหรับรถไฟฟ้านั้นมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน โดยทั่วไปแบตเตอรี่เหล่านี้สามารถใช้งานได้ระหว่าง 8-15 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาและการใช้งาน แต่การลดลงของความจุแบตเตอรี่เมื่อเวลาผ่านไปเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติและยังสามารถรับเทิร์นรถไฟฟ้าได้อีกด้วย

ความทนทานต่อสภาพแวดล้อม: แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมและอุณหภูมิที่หลากหลาย แต่การใช้งานในสภาพอากาศที่ร้อนจัดหรือเย็นจัดอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ การดูแลรักษาแบตเตอรี่ให้เหมาะสมและหลีกเลี่ยงการใช้งานในสภาพอากาศที่สุดขั้วจะช่วยยืดอายุการใช้งาน

เทคโนโลยีการจัดการแบตเตอรี่ (Battery Management System – BMS): เทคโนโลยี BMS ในรถไฟฟ้ามีบทบาทสำคัญในการรักษาความปลอดภัยและความทนทานของแบตเตอรี่ โดยระบบนี้ช่วยในการควบคุมการชาร์จและการคายประจุ, การควบคุมอุณหภูมิ, และการตรวจสอบสุขภาพของแบตเตอรี่ ซึ่งช่วยให้แบตเตอรี่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

ข้อดีของแบตเตอรี่รถไฟฟ้า

ความสามารถในการชาร์จเร็ว: การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ได้ทำให้การชาร์จแบตเตอรี่รถไฟฟ้าเร็วขึ้น ทำให้ผู้ขับขี่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ในเวลาอันสั้นและลดความยุ่งยากในการเดินทาง

การลดค่าใช้จ่าย: การใช้แบตเตอรี่ไฟฟ้ามักจะมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่ต่ำกว่ารถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน เนื่องจากมีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวน้อยลงและไม่ต้องการการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง

ความยั่งยืน: แบตเตอรี่รถไฟฟ้าช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงฟอสซิลและสามารถรับเทิร์นรถไฟฟ้า

ข้อควรระวังและการบำรุงรักษา
การลดความจุ: แบตเตอรี่รถไฟฟ้าสามารถสูญเสียความจุไปตามการใช้งานและการชาร์จที่บ่อยครั้ง แต่ส่วนใหญ่ความจุจะลดลงเพียงเล็กน้อยและไม่ทำให้การใช้งานลดลงอย่างมาก

ความเสี่ยงจากการเกิดอันตราย: แม้ว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจะปลอดภัย แต่ก็มีความเสี่ยงจากการเกิดปัญหาหรือความเสียหายที่อาจเกิดจากการชาร์จไม่ถูกวิธีหรือการบาดเจ็บจากการชน ดังนั้นการติดตามและบำรุงรักษาเป็นสิ่งที่สำคัญ

การจัดการเมื่อแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ: เมื่อแบตเตอรี่รถไฟฟ้าเสื่อมสภาพและต้องการการเปลี่ยนใหม่ การจัดการการรีไซเคิลแบตเตอรี่และการกำจัดอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

สรุป

แบตเตอรี่ในรถไฟฟ้ามีความทนทานสูงและมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยมีข้อดีหลายประการ เช่น อายุการใช้งานที่ยาวนานและความสามารถในการชาร์จเร็ว อย่างไรก็ตาม การดูแลรักษาและการใช้งานที่เหมาะสมยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ การพัฒนาเทคโนโลยีและการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้แบตเตอรี่รถไฟฟ้าสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

เนื่องด้วยจากความสะดวกในการขับขี่และการจอดรถที่ง่ายดาย รถสามล้อไฟฟ้าจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเดินทางในเมืองและการใช้งานประจำวัน โดยเฉพาะในยุคที่ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการประหยัดค่าใช้จ่ายเป็นสิ่งสำคัญโดยมีการรับเทิร์นรถไฟฟ้า

รถสามล้อไฟฟ้า UPOP

รถสามล้อไฟฟ้า ใช้ได้ทั้งผู้สูงอายุและใช้งานทั่วไป มีหลายรูปแบบให้เลือก รถสี่ล้อไฟฟ้านำเข้าหลายแบบ หลายขนาด รับประกันคุณภาพ ส่งถึงบ้าน พร้อมสอนการใช้งานรับเทิร์นรถไฟฟ้า
ข้อมูลการติดต่อ

LINE ID : 0993407776
เบอร์โทรศัพท์ : 099-340-7776

จงเรียนรู้ จงศึกษาด้วยตัวเอง

จงเรียนรู้ จงศึกษาด้วยตัวเอง

จงเรียนรู้ด้วยตนเอง
โดย…สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com

ผู้ที่ประสบความสำเร็จหลายๆท่าน ไม่ได้มีโอกาสที่จะเรียนในระบบหรือบางคนก็เบื่อหน่ายต่อการเรียนในระบบ ซึ่งการเรียนในระบบมักบังคับให้ผู้เรียนต้องเรียนทุกวิชา ที่ทางโรงเรียนกำหนดให้ ทั้งๆที่ผู้เรียนบางคนไม่ชอบเรียนบางวิชาแต่ก็ต้องฝืนใจเรียน อีกทั้งการเรียนในระบบในหลายๆวิชา ไม่สามารถนำเอาไปประยุกต์ใช้ได้ บุคคลที่ประสบความสำเร็จจึงมุ่งที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆด้วยตนเอง
เช่น โทมัส เอดิสัน เขาคิดค้นหลอดไฟฟ้าและสิ่งประดิษฐ์ต่างๆมากมายก็ด้วยการเรียนรู้ด้วยตนเอง เขาไม่ได้เรียนหนังสือในระบบมากมาย ตอนเรียนก็สอบได้ที่โหล่ จนพ่อและคุณครูต้องด่าเขาว่าเขาเป็นคนโง่ เนี่ยหากเราตั้งสมมุติฐานใหม่ หากว่า โทมัส เอดิสัน ได้เรียนจนจบถึงขั้นปริญญาตรี ทางวิศวกรรมศาสตร์ โลกก็คงมืดมิดอยู่ หลอดไฟฟ้าดวงแรกก็คงไม่เกิด แต่เขาเป็นคนชอบเรียนรู้ด้วยตนเอง เขาไม่เคยยอมแพ้ เขาจึงทุ่มเทเรียนรู้จากประสบการณ์ จากการทดลอง จากการลองผิดลองถูก จนเขาเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จในระดับโลก
2 พี่น้องตระกูลไรต์ ก็เช่นกัน เขาคิดและประดิษฐ์เครื่องบินลำแรกของโลกได้ ซึ่งในขณะนั้นไม่มีโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยใดสอนเกี่ยวกับการประดิษฐ์เครื่องบิน แต่ทั้ง 2 พี่น้อง ก็ช่วยการประดิษฐ์ จนเครื่องบินลำแรกได้เกิดขึ้น ก็เนื่องมาจากการเรียนรู้ด้วยตนเองของทั้ง 2 นั่นเอง
สำหรับการทดลองหลอดไฟฟ้าดวงแรกของโลก และ การทดลองประดิษฐ์เครื่องบินลำแรกของโลก ท่านไม่ต้องถามว่า เขาเหล่านี้ล้มเหลวกี่ครั้ง ทั้งนี้ คงไม่ใช่ 10 ครั้ง 100 ครั้ง 200 ครั้ง แต่เป็น พันๆครั้งขึ้นไป นั่นแสดงให้เห็นถึงความอดทน ความไม่ย่อท้อของพวกเขา
สำหรับการเรียนรู้ด้วยตนเอง ในยุคปัจจุบันเป็นยุคข้อมูลข่าวสาร เป็นยุคเทคโนโลยี เราสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้หลายๆทางเช่น การเรียนรู้จากอินเตอร์เน็ต การอ่านหนังสือพิมพ์ การอ่านวารสาร การเรียนการศึกษาผ่านทางไกล การดูโทรทัศน์โดยเฉพาะรายการที่ประเทืองความรู้
ดังนั้น ในยุคปัจจุบันเราสามารถศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองได้ง่ายกว่าบุคคลในอดีต ซึ่งบุคคลในอดีตต้องคิดค้น ทดลอง ลองผิดลองถูกมากกว่าคนในยุคปัจจุบัน ฉะนั้น เมื่อ โทมัส เอดิสัน และ 2 พี่น้องตระกูลไรต์ สามารถสร้างความยิ่งใหญ่จากสิ่งประดิษฐ์ของเขาได้ คนในยุคปัจจุบันยิ่งทำสิ่งต่างๆได้ง่ายดาย กว่าคนในยุคก่อน อีกทั้งคนในยุคก่อนไม่ได้เรียนจบปริญญาตรี แต่คนในยุคปัจจุบันเรียนจบปริญญาตรีกันเป็นจำนวนมาก ฉะนั้น เราเรียนรู้ทั้งในระบบ อีกทั้งยังสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองจากนอกระบบ เราจึงน่าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่าคนในยุคก่อนๆ จริงไหมครับ
การศึกษาที่แท้จริง ก็คือการศึกษาด้วยตนเอง

#image_title

5 ส.สร้างสุขในที่ทำงาน

5 ส.สร้างสุขในที่ทำงาน

5 ส. สร้างสุขในการทำงาน
โดย…สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com

-ในช่วงชีวิตของคนเราทุกคน ช่วงเวลาในการทำงานถือว่าเป็นช่วงที่ยาวนานที่สุด ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30-50 ปี ทั้งนี้แล้วแต่บุคคล ดังนั้น การทำงานจะมีความสุขหรือมีความทุกข์ทรมานในการทำงาน เป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ ในวันนี้กระผมมีเทคนิค 5 ส. มาฝากกัน
ส.ที่ 1 สดใส การทำงานในทุกๆวัน เราควรทำตัวเองให้ สดใส สดชื่น แจ่มใส มองโลกในแง่ดีหรือประโยชน์ที่ได้รับจากงาน การเริ่มต้นทำงานในทุกๆ เช้า ควรเริ่มต้นด้วย จิตใจที่เบิกบาน ตื่นตัวในการทำงานตลอดเวลา เมื่อเกิดความเครียดก็ควรพักผ่อน นั่งสมาธิ ออกกำลังกายเพื่อให้เกิดความสดใสในการทำงาน
ส.ที่ 2 สัมพันธ์ เราต้องยอมรับว่าในการทำงานทุกๆวัน ในองค์กรหรือนอกองค์กร เราต้องทำงานกับผู้คน การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คน จึงเป็นสิ่งที่ควรยึดถือปฏิบัติ เพราะคนเราหากมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ก็จะทำให้เกิดความร่วมมือกันในการทำงาน สำหรับการสร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงาน เราควรฝึกฝนและสร้างมนุษย์สัมพันธ์ในที่ทำงาน เช่น การจำชื่อบุคคลต่างๆ ทั้งในองค์กรและนอกองค์กรให้ได้ พยายามเรียกชื่อเขาให้ถูกต้อง เพราะคนเราโดยมากมักสนใจ พึงใจในชื่อของตนเอง , รู้จักยกย่องผู้อื่น เพราะคนเราชอบคนที่ใช้คำพูดสรรเสริญ ชมเชยตนเองมากกว่าคนที่ชอบนินทา , พยายามเป็นนักฟังที่ดี คนเรามักชอบคนที่ตั้งใจฟังตนเองมากกว่า พูดขัดคอ และจะให้ดีควรพูดหรือพยายามสนทนาในเรื่องที่คู่สนทนาให้ความสนใจ เป็นต้น
ส.ที่ 3 สื่อสาร การทำงานร่วมกันของคนเรา การสื่อสารเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้ ไม่ว่า การสื่อสารด้วยคำพูด การเขียน ดังนั้น เราควรฝึกฝนและระมัดระวังเรื่องของการ คำพูด การสื่อสาร เช่น เราควรใช้คำพูดที่สร้างสรรค์มากกว่าการใช้คำพูดที่ทำลายกัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ สร้างบรรยากาศในการทำงาน เช่น ใช้คำว่า “ สวัสดี” เมื่อต้องการทักทายกัน ใช้คำว่า “ ขอโทษ” หากว่าเราทำผิด ใช้คำว่า “ ขอบคุณ” เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่น
ส.ที่ 4 สนใจงาน การที่คนเราจะมีความก้าวหน้าในการทำงาน ความสนใจงาน การรู้จักเรียนรู้ และพัฒนาตนเอง จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการสนใจงาน จะทำให้เราเกิดสมาธิ เกิดความมุ่งมั่น เกิดการเอาใจใส่ในงานที่ตนเองทำ เมื่อเกิดความสนใจในงานที่ทำ รู้จักเรียนรู้ รู้จักลำดับความสำคัญของงานก่อนหลัง และพัฒนาตนเองแล้ว ก็จะเกิดความก้าวหน้าในการทำงาน อีกทั้งการสนใจในงานที่ทำจะทำให้เราพร้อมที่จะทำการสำรวจและประเมินตนเองอยู่ตลอดเวลา ว่าเรามีจุดอ่อนจุดแข็งอะไร ควรปรับปรุงแก้ไขตนเองในด้านใดบ้าง
ส.ที่ 5 สุขใจ ดังที่ได้กล่าวไว้แต่ตอนต้นแล้วว่า ช่วงเวลาของคนเรา ช่วงเวลาในการทำงานถือว่ายาวนานที่สุด ฉะนั้น เราต้องทำงานที่เรารัก เราต้องทำงานที่เราชอบ เราจึงจะเกิดความสุขใจ แต่หากว่าเราไม่สามารถทำงานที่เรารักได้ เราก็ควรปรับตัวให้ รักในงานที่เราทำในปัจจุบัน เราก็จะเกิดความสุขใจ สบายใจในการทำงาน
สุดท้ายนี้ การสร้างความสุขในการทำงานยังมีปัจจัยต่างๆ ประกอบด้วย เช่น การสร้างบรรยากาศในห้องทำงาน โต๊ะ เก้าอี้ แฟ้มเอกสาร หนังสือ อุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในการทำงาน ควรเก็บให้เป็นระเบียบเรียบร้อย อีกทั้ง หลักการในการทำงานที่ดี ไม่ใช่การทำงานหนัก แต่ควรทำงานอย่างสม่ำเสมอ เพราะบางคนทำงานหนักเพียงแค่วันสองวัน แล้วหยุดยาว ตรงกันข้าม การทำงานอย่างสม่ำเสมอ จะได้ผลงานที่มากกว่า และสิ่งที่สำคัญ ควรแบ่งเวลาหรือบริหารเวลาให้เกิดความสมดุลขึ้นในการดำรงชีวิต เช่น เวลาสำหรับครอบครัวเวลาสำหรับการพักผ่อน เวลาสำหรับการทำงานอดิเรก เวลาสำหรับการเข้าสังคม เป็นต้น

#image_title

จงทำงานอย่างมีความกระตือรือร้น

จงทำงานอย่างมีความกระตือรือร้น

จงทำงานอย่างมีชีวิตชีวา
โดย…สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com

คนที่ไม่ก้าวหน้าในสายงานอาชีพของตนเอง มักเป็นคนที่ทำงานอย่างขี้เกียจ ไม่มีความกระตือรือร้น คิดแต่เรื่องลบ และขาดซึ่งชีวิตชีวาในการทำงาน หากว่าคุณเบื่องาน ท้อแท้ ท้อถอย แต่ในทางกลับกันถ้าคุณอยากทำงานอย่างมีความสุข คุณควรจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงตนเองใหม่ เปลี่ยนแปลงทัศนคติต่อการทำงานเสียใหม่ คุณสามารถเปลี่ยนได้ดังนี้
ประการแรก คุณจงรักในงานที่คุณทำ หากคุณรักในงานที่คุณทำ คุณจะทำมันอย่างสนุก อย่างมีความสุข เอดิสัน เขาเอาอาหาร เครื่องดื่ม ไปทานในห้องทดลอง เขาเอาที่นอนไปนอนในห้องทำงาน เขามีความรักในงานที่เขาทำมาก เคยมีคนถาม เอดิสัน ว่า ทำอย่างไรให้มีความกระตือรือร้นในการทำงานอย่างเขา เขาตอบกลับไปว่า “ ผมไม่ได้ทำงาน แต่ ผมสนุกกับงานที่ผมทำต่างหาก” การที่เขามีความสนุกกับการทำงาน ทำให้เขาทำงานได้ตลอดคืน เขามีความเพลิดเพลินกับงานที่เขาทำ ดังนั้น จึงไม่ประหลาดใจเลยว่า ทำไม เขาถึงได้เป็น นักประดิษฐ์ นักวิทยาศาสตร์ เอกของโลก
ประการสอง คุณต้องหาปลาฉลามให้กับชีวิต ผมเคยได้รับ Forward mail เรื่องหนึ่งน่าสนใจมาก คือ คนญี่ปุ่นเขานิยมกินปลาและชอบเนื้อปลาสดๆ แต่ทะเลของญี่ปุ่นสมัยหนึ่งไม่มีปลาที่ชุกชุม ชาวญี่ปุ่นจึงต้องใช้เรือขนาดใหญ่ไปหาปลากลางทะเลลึก ซึ่งไกลจากฝั่งเป็นอันมาก การออกทะเลลึกแต่ละครั้งกินเวลาไป 3-4 วัน กว่าจะกลับเข้าฝั่ง ทำให้ปลาที่หามาได้ไม่สด คนญี่ปุ่นจึงไม่ชอบกิน
ต่อมาได้มีการคิดค้น ตู้แช่แข็ง กล่าวคือเมื่อจับปลาขึ้นมาได้ก็จะเก็บไว้ในตู้แช่แข็ง แต่ชาวญี่ปุ่นก็ไม่นิยมกินเช่นกันเพราะชาวญี่ปุ่นสามารถแยกรสชาติได้ ว่าอะไรคือรสชาติของปลาสดและรสชาติของปลาแช่แข็ง
เมื่อเป็นเช่นนี้ บริษัทประมงแห่งหนึ่งจึงเริ่ม ติดตั้งแท็งก์น้ำขนาดใหญ่บนเรือ แล้วเอาปลาที่จับได้ใส่ลงไป แต่พอปลาถูกอยู่ในพื้นที่ที่จำกัด และถูกเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาตามคลื่นทะเลอยู่หลายวัน สุดท้ายปลาก็ไม่ยอมว่ายน้ำ ซึม ขาดชีวิตชีวา แม้จะมีชีวิตอยู่ก็ตามแต่บางตัวก็ เหงา ซึม ไม่ยอมว่ายน้ำ จนตายในที่สุด ถึงแม้ปลาบางตัวที่ยังไม่ตาย เมื่อชาวญี่ปุ่นกินก็รู้และสัมผัสได้ถึงรสชาติว่า ปลาที่ไม่ได้ว่ายน้ำนานหลายวัน ซึม ใกล้ตายรสชาติแตกต่างกับปลาที่มีชีวิตชีวา ว่ายน้ำอย่างมีความสุขอย่างไร
คนญี่ปุ่นคนหนึ่ง จึงคิดไอเดียขึ้นมาได้ว่า เขาจะใส่ปลาฉลามเข้าไปในแท็งก์น้ำขนาดใหญ่ด้วย เขาให้เหตุผลว่า ปลาฉลามอาจกินปลาไปบางส่วนบ้าง แต่มันทำให้ปลาส่วนใหญ่มีชีวิตชีวามากขึ้น เนื่องจากต้องว่ายน้ำเพื่อเอาตัวรอดจากการถูกปลาฉลามกิน ทำให้ปลาส่วนใหญ่มีชีวิตชีวา มีความท้าทาย มากขึ้น
ตัวอย่างข้างต้นจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งก็ตาม แต่เนื้อเรื่องนี้มีความสนใจ เพราะถ้าหากท่านทำงานไปด้วยความเฉื่อยชา ไม่กระตือรือร้น ไม่มีความท้าทาย ขาดชีวิตชีวาในการทำงาน ไม่มีความสุขจากการทำงาน ท่านก็เหมือนปลาที่ไม่ได้ว่ายน้ำหลายวัน ซึม เหงา ใกล้ตาย ดังนั้น หากท่านอยากที่จะทำงานด้วยความกระตือรือร้น ท่านควรที่จะหาปลาฉลามใส่เข้าไปในชีวิตของท่านด้วย เพื่อให้ท่านเกิดความท้าทาย ในการที่จะทำงานอย่างกระตือรือร้น ปลาฉลามในที่นี้อาจเปรียบได้ดังเช่น ท่านควรมีการตั้งเป้าหมายขึ้นมาในชีวิต , ท่านควรมีความกล้าที่จะเปลี่ยนงานหากว่าท่านทำงานแล้วไม่เกิดความสนุก , ท่านควรหาความท้าทายใหม่ๆในการทำงาน เป็นต้น
ดังนั้น หากท่านมีความรักในงานที่ท่านทำ และท่านชอบหาความท้าทายในการทำงานอยู่เป็นประจำ ท่านก็จะเกิดความกระตือรือร้น ความมีชีวิตชีวา ขึ้นมาในงานที่ท่านทำ แล้วท่านจะทำงานอย่างมีความสนุกและเป็นสุขกับการทำงาน ท่านจะทำงานได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ท่านจะสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จงทำงานอย่างมีชีวิตชีวา แล้วชีวิตของท่านก็จะมีความสุขมากยิ่งขึ้น

#image_title