by mguru | Nov 1, 2024 | ทั่วไป
KSA Liveaboard Thailand (formerly Khao Lak Scuba Adventures) is a leading scuba operator and award-winning PADI 5 Star Career Development Center in Khao Lak. Founded in 2003, KSA Liveaboard is the most experienced scuba diving operator in the region. We offer 3 days 3 nights, 4 days 4 night and 5 days 5 nights liveaboard trips visiting all world-renowned best dive sites in the Andaman Sea at both the Similan Islands and Surin Islands National Marine Park, including highlight dive sites like Richelieu Rock, Koh Bon, Koh Tachai.
We promote dive safety first and foremost and we take pride in having a very well organized and professionally run dive centre aimed at excellent customer service in a fun environment onboard Manta Queen.
With over 60 multilingual highly experienced PADI Dive Professionals who speak all major Western languages you can be assured to receive the highest customer service for your liveaboard diving trip to the Similan Islands or PADI scuba diving course with KSA.
We offer the full range of PADI dive courses from introductory dives up to Instructor Level, and beyond. In our training facility, we offer the most up to date training material for the PADI individual learning process, modern classrooms and an in-house training pool for diving courses and scuba diving refresher programs.
All KSA Liveaboard divers are provided with annually maintained dive equipment from ScubaPro, one of the largest and most trusted dive equipment producers worldwide. Our in-house technicians clean and review all gear after use before it is handed out again.
Whether you’re interested in Similan Island dive, Similan liveaboards, Thailand liveaboards, or exploring the underwater wonders of Phuket liveaboard, KSA Liveaboard has you covered. Immerse yourself in the beauty of the Andaman Sea with our expert team. WELCOME ONBOARD THE MANTA QUEEN WITH KSA LIVEABOARD.
Contact Info
Tel: +66 83 636 1010
Email: contact@ksaliveaboard.com
Facebook: Khao Lak Scuba Adventures
by drsuthichai | Nov 1, 2024 | ทั่วไป
จงเชื่อมั่นในตนเอง
โดย…สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
คนที่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต ส่วนใหญ่แล้ว…มักไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง ซึ่งความไม่เชื่อมั่นในตนเอง ส่วนหนึ่งเกิดจากความกลัว โดย ดร.นโปเลียน ฮิลล์ ผู้เขียนหนังสือ “ ปรัชญาชีวิต ศาสตร์แห่งความสำเร็จ” ได้กล่าวไว้ว่า มนุษย์มีความกลัวพื้นฐาน 6 ประการคือ
1.ความกลัวยากจน
2.ความกลัววัยชรา
3.ความกลัวถูกวิพากษ์วิจารณ์
4.ความกลัวสูญเสียความรักของคนบางคน
5.ความกลัวสุขภาพทรุดโทรม
6.ความกลัวตาย
ความกลัวพื้นฐานเหล่านี้ เป็นบ่อเกิดแห่งการทำให้มนุษย์ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง จงขจัดหรือทำให้เบาบาง แล้วท่านจะเกิดความเชื่อมั่นในตนเองขึ้น
สำหรับเทคนิคในการทำให้เกิดความเชื่อมั่นในตนเอง มีดังนี้
1.จงทำตัวให้เคลื่อนไหวอย่างกระตือรือร้น เดินยืดอก ตัวตรง เดินอย่างผู้นำ กระฉับกระเฉง ว่องไว
2.ยิ้มแย้ม แจ่มใส เบิกบาน ไม่ทำใบหน้าอมทุกข์
3.จงพูดบวกกับตัวเองบ่อยๆ เช่น ฉันทำได้ , ฉันมีความเชื่อมั่นในตนเอง , ฉันสู้ ,ฉันมีพลัง ฯลฯ
4.ฝึกนั่งแถวหน้า ฝึกแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม
5.ฝึกช่วยตนเอง ฝึกพึ่งตนเองให้มากที่สุด จงคิดว่า ตนเป็นที่พึ่งของตน
หากท่านฝึกปฏิบัติ ตามคำแนะนำดังกล่าว กระผมเชื่อว่าจะทำให้ท่านเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง เพราะความเชื่อมั่นในตนเอง เป็นคุณสมบัติที่สำคัญของบรรดาบุคคลที่ประสบความสำเร็จในแวดวงต่างๆ ผู้ชนะ คนที่จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งใหญ่โต ไม่มีใครคนใดเลยที่ปราศจากความเชื่อมั่นในตนเอง หากว่าท่านเป็นผู้หนึ่ง ที่อยากเป็น ผู้ชนะ อยากดำรงตำแหน่งใหญ่โต จงฝึกมัน
เอดิสัน นักประดิษฐ์เอกของโลก หากไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง ท่านก็ไม่สามารถประดิษฐ์ หลอดไฟฟ้า ให้พวกเราได้ใช้กันทั่วโลก
ลินคอล์น มุสโสลินี ฮิตเล่อร์ เซอร์วินสตัน เชอร์ชิลส์ บุคคลเหล่านี้ หากไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง เขาเหล่านี้ ก็ไม่สามารถเป็น นักพูดเรืองนามระดับโลก
ไม่มีอิทธิพลอันใดหรือใครคนใดของโลก ที่จะกำหนดโชคชะตาให้แก่ท่าน ตัวของท่านเองต่างหาก ที่จะกำหนดโชคดีหรือโชคร้ายให้แก่ตัวเอง เราจะเป็นอะไร เราจะมีความสามารถเก่งแค่ไหน มันขึ้นอยู่กับตัวเราเองทั้งสิ้น จงเชื่อมั่นในตนเอง ว่า ท่านทำได้ ท่านก็จะทำได้
ไม่มีบุคคลที่ประสบความสำเร็จในโลกที่พบกับความสำเร็จ โดยบุคคลผู้นั้นขาดความเชื่อมั่นในตนเอง เราจงจำกัดความอ่อนแอในตัวเรา แล้วปลูกฝังความเชื่อมั่นในตนเอง แล้วท่านจะเป็นอีกผู้หนึ่งที่ประสบความสำเร็จ

#image_title
by SompitMekmok | Nov 1, 2024 | ทั่วไป
พื้นไม้โอ๊ค: มนต์เสน่ห์แห่งกาลเวลาที่ไม่เคยจางหาย
ไม้โอ๊ค เป็นไม้มีค่าที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานในการนำมาใช้เป็นวัสดุในการสร้างสรรค์เฟอร์นิเจอร์และพื้นไม้ โดยเฉพาะ พื้นไม้โอ๊ค นั้นได้รับความนิยมเป็นพิเศษ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่โดดเด่นหลายประการ ทั้งความแข็งแรง ทนทาน สวยงาม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้พื้นไม้โอ๊คกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยที่หรูหราและอบอุ่น
ความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์
พื้นไม้โอ๊คแต่ละแผ่นจะมีลายไม้ที่แตกต่างกันออกไป ทำให้เกิดความหลากหลายและความสวยงามที่เป็นธรรมชาติ ลายไม้ที่สวยงามเหล่านี้สามารถสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองให้กับห้องได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ พื้นไม้โอ๊คยังมีสีสันที่หลากหลายให้เลือก ตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีน้ำตาลเข้ม ทำให้สามารถเลือกสีที่เข้ากับสไตล์การตกแต่งของห้องได้อย่างลงตัว
ความทนทานและแข็งแรง
ไม้โอ๊คเป็นไม้เนื้อแข็งที่มีความทนทานต่อการสึกหรอและการขีดข่วนได้ดีเยี่ยม ทำให้พื้นไม้โอ๊คสามารถใช้งานได้ยาวนานหลายปีโดยไม่เสียรูปทรงหรือสีสัน นอกจากนี้ พื้นไม้โอ๊คยังมีความสามารถในการรับน้ำหนักได้ดี ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่มีการเดินผ่านบ่อยครั้ง เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และห้องนอน
ความคลาสสิกที่ไม่เคยล้าสมัย
ความสวยงามและความทนทานของพื้นไม้โอ๊ค ทำให้พื้นไม้ชนิดนี้เป็นที่นิยมมาอย่างยาวนานและไม่เคยตกยุค พื้นไม้โอ๊คสามารถเข้ากันได้กับการตกแต่งในหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์โมเดิร์น คลาสสิก หรือวินเทจ ทำให้พื้นไม้โอ๊คเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยที่สวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
การดูแลรักษาพื้นไม้โอ๊ค
แม้ว่าพื้นไม้โอ๊คจะมีความทนทานสูง แต่ก็จำเป็นต้องมีการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้พื้นไม้คงความสวยงามอยู่ได้นาน การดูแลรักษาพื้นไม้โอ๊คที่สำคัญ ได้แก่ การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ การหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับน้ำเป็นเวลานาน และการเคลือบผิวพื้นไม้ด้วยน้ำยาเคลือบเพื่อป้องกันรอยขีดข่วนและรอยด่าง
สรุปแล้ว พื้นไม้โอ๊คเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติโดดเด่นหลายประการ ทั้งความสวยงาม ความทนทาน และความคลาสสิก ทำให้พื้นไม้โอ๊คเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยที่สวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หากคุณกำลังมองหาพื้นไม้ที่สวยงาม ทนทาน และมีอายุการใช้งานยาวนาน พื้นไม้โอ๊คคือคำตอบที่คุณกำลังมองหา
by drsuthichai | Nov 1, 2024 | ทั่วไป
จงทำงานให้มีความสุข
โดย…สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
งานคือชีวิต ชีวิตคืองานบันดาลสุข
ทำงานให้สนุก เป็นสุขเมื่อทำงาน(สร้อย)
ชีวิตคือ ลมหายใจใครก็รู้
ชีวิตคือ การต่อสู้ควรศึกษา
ชีวิตคือ กิจการงานตระการตา
ชีวิตคือ กาลเวลาที่คุ้มครอง
ทำงานเพื่องานบันดาลผล ทำดีเพื่อดีดีดลผลให้
ทำหน้าที่ เพื่อหน้าที่ อย่างจริงใจ
สร้างไท ให้กับตัว อย่ากลัวเกรง
ข้อความข้างต้นนี้ เป็นบทประพันธ์ของหลวงพ่อพุทธทาสที่มีความหมายเป็นอย่างยิ่ง ต่อมาภายหลัง มีคนนำมาใส่ทำนองจึงออกมาเป็นบทเพลง ซึ่งเป็นบทเพลงที่ให้กำลังใจเป็นอย่างดีสำหรับคนที่อยู่ในวัยของการทำงาน
แต่สำหรับคนทำงานเป็นจำนวนมาก มักมีปัญหาเรื่องของการทำงาน กล่าวคือ เมื่อทำงานไปนานๆ มักเกิดอาการเบื่อหน่ายงาน ไม่มีความสุขจากการทำงาน ก็เนื่องมาจากหลายสาเหตุ เช่น มีปัญหากับเจ้านายเลยทำให้ทำงานไม่สนุก , การคาดหวังผลประโยชน์จากงานแล้วไม่ได้ตามคาดหวังเลยทำให้ท้อแท้ใจ , การมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน , การมีความคิดในแง่ลบตลอดเวลา ฯลฯ
ซึ่งกระผมเชื่อแน่ว่า หลายท่านที่มีปัญหาในที่ทำงานทุกๆคน จะมีปัจจัยที่แตกต่างกันที่ทำให้ตนเองไม่มีความสุขในการทำงาน หากท่านไม่มีความสุขในการทำงาน ท่านคงต้องพิจารณาถึงสาเหตุแล้วควรไปแก้ไขที่สาเหตุ ท่านไม่ควรใช้วิธีการของบุคคลอื่นเพื่อนำวิธีการของเขามาแก้ไขปัญหาของท่าน เพราะจะทำให้ท่านแก้ไขปัญหาไม่ถูกที่
หลายคนมักถามผมว่า ทำอย่างไรถึงจะทำงานให้มีความสุข ซึ่งกระผมมักตอบว่า เราสามารถทำงานให้มีความสุขได้โดยเริ่มต้นที่ตัวเราเองก่อนเป็นอันดับแรก ในการแล่นเรือในทะเล หากพวกเราสังเกตจะพบว่า คนที่บังคับเรือ เขาไม่สามารถปรับทิศทางลมได้ แต่เขาสามารถปรับหางเสือเรือได้ เหมือนกันในการทำงานเราไม่สามารถปรับสภาพแวดล้อม เราไม่สามารถเลือกเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานได้ แต่เราสามารถปรับตัวของเราเองได้ ซึ่งหลักในการปรับตัวเพื่อให้มีความสุขมีดังนี้
1.ท่านต้องสร้างทัศนคติที่ดีในการทำงานตลอดเวลา โดยเฉพาะการคิดในแง่บวก เพราะการคิดในแง่บวกจะทำให้ท่านมองโลกในแง่ดี แต่การคิดในแง่ลบ มักจะทำให้ท่านมองโลกในแง่ร้าย ท่านจะเกิดความคิดในเชิง โกรธ อิจฉา อยากที่จะทำลาย มากกว่าที่จะสร้างสรรค์งานใหม่ๆออกมา ทัศนคติของเรา ความคิดของเราจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่สุด เช่น หลายคนเห็นน้ำหมดไปครึ่งแก้ว แต่บางคนบอกว่าเหลืออีกตั้งครึ่งแก้ว
2.ท่านต้องสร้างมิตรมากกว่าสร้างศัตรูในที่ทำงาน สุภาษิตจีนกล่าวไว้ว่า “ มีเพื่อน 100 คนยังน้อยไปมีศัตรูคนเดียวมากเกินไปแล้ว ” ดังนั้นหากเพื่อนร่วมงาน ทำอะไรไม่ถูกใจเราหรือทำอะไรให้เราไม่สบายใจ หนักนิดเบาหน่อยก็ควรให้อภัยซึ่งกันและกัน การอภัยนั้น ทำได้ยากก็จริงอยู่ แต่การอภัยจะทำให้เราเกิดความสบายใจและมีมิตรมากกว่าศัตรูอย่างแน่นอน อีกทั้งการเลือกคบเพื่อนก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราเกิดความสุขในที่ทำงานและประสบความสำเร็จในที่ทำงาน บางคนฆ่าตัวตายก็เนื่องมาจากเพื่อนให้คำปรึกษาที่ไม่ดี ไม่คอยเป็นกำลังใจให้ ไม่รับฟังปัญหา แต่คนที่เลือกคบเพื่อนที่ดีก็มักจะแก้ปัญหาและหาทางออกได้ดีกว่า
- ท่านไม่ได้ทำงานเพื่องาน แต่ท่านทำงานเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง หากท่านทำงานเพื่องานท่านจะเกิดความสบายใจไม่เกิดอาการกดดัน แต่หากท่านมีความต้องการผลประโยชน์ส่วนตนแฝงท่านก็จะเกิดความเครียดหากว่าไม่ได้สิ่งเหล่านั้น เช่น ท่านทำงานเพื่อหวังตำแหน่ง หวังเงินเดือน โบนัสเพิ่ม แต่หากท่านไม่ได้ตามสิ่งที่หวัง ท่านก็จะไม่มีความสุขในการทำงาน แต่ในทางกลับกัน หากท่านทำงานเพื่อผู้อื่น ท่านก็จะได้รับความสุขในการทำงานมากขึ้น หากท่านเป็นนางพยาบาล มีผู้ป่วยมารักษา ท่านมีความคิดในการช่วยเหลือ อีกทั้งต้องการรักษาผู้ป่วยให้หายจากโรค ท่านจะบริการด้วยความสุขใจที่ท่านได้ทำงานนี้
4.ท่านต้องรักงานที่ท่านทำ การเลือกงานที่ท่านรักจะทำให้ท่านมีความสนุกในการทำงานมากกว่า การทำงานในสิ่งที่ท่านไม่รัก การรักงานที่ทำจะทำให้ท่านทำงานได้นานกว่าการทำงานตามปกติ หากท่านมีโอกาสเลือกงานได้ ท่านจงเลือกงานที่ท่านรัก แต่หากเลือกไม่ได้จริงๆ ก็ขอให้ท่านปรับความคิดเสียใหม่ คือ จงรักในงานที่ท่านทำ
ท้ายนี้กระผมขอฝากแง่คิดไว้ว่า ชั่วชีวิตของคนเราส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาในการทำงานมากกว่าใช้เวลากับสิ่งต่างๆ กล่าวคือ มากกว่าเวลาที่จะอยู่กับครอบครัว มากกว่าเวลากิน มากกว่าเวลานอน ดังนั้น หากว่าท่านไม่มีความสุขในการทำงาน ชีวิตของท่านก็จะเกิดความทุกข์ ฉะนั้นหากว่าท่านอยากมีความสุขในการทำงาน กระผมจึงอยากให้ท่านปรับทัศนคติเสียใหม่ , จงสร้างมิตรในที่ทำงานมากกว่าการสร้างศัตรู , จงทำงานเพื่อผลประโยชน์ของผู้อื่นและจงเลือกทำงานในงานที่ท่านรัก ท่านก็จะเกิดความสุขในการทำงานได้อย่างแน่นอน

#image_title
by drsuthichai | Nov 1, 2024 | ทั่วไป
จงทำงานให้มีความสุข
โดย…สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
งานคือชีวิต ชีวิตคืองานบันดาลสุข
ทำงานให้สนุก เป็นสุขเมื่อทำงาน(สร้อย)
ชีวิตคือ ลมหายใจใครก็รู้
ชีวิตคือ การต่อสู้ควรศึกษา
ชีวิตคือ กิจการงานตระการตา
ชีวิตคือ กาลเวลาที่คุ้มครอง
ทำงานเพื่องานบันดาลผล ทำดีเพื่อดีดีดลผลให้
ทำหน้าที่ เพื่อหน้าที่ อย่างจริงใจ
สร้างไท ให้กับตัว อย่ากลัวเกรง
ข้อความข้างต้นนี้ เป็นบทประพันธ์ของหลวงพ่อพุทธทาสที่มีความหมายเป็นอย่างยิ่ง ต่อมาภายหลัง มีคนนำมาใส่ทำนองจึงออกมาเป็นบทเพลง ซึ่งเป็นบทเพลงที่ให้กำลังใจเป็นอย่างดีสำหรับคนที่อยู่ในวัยของการทำงาน
แต่สำหรับคนทำงานเป็นจำนวนมาก มักมีปัญหาเรื่องของการทำงาน กล่าวคือ เมื่อทำงานไปนานๆ มักเกิดอาการเบื่อหน่ายงาน ไม่มีความสุขจากการทำงาน ก็เนื่องมาจากหลายสาเหตุ เช่น มีปัญหากับเจ้านายเลยทำให้ทำงานไม่สนุก , การคาดหวังผลประโยชน์จากงานแล้วไม่ได้ตามคาดหวังเลยทำให้ท้อแท้ใจ , การมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน , การมีความคิดในแง่ลบตลอดเวลา ฯลฯ
ซึ่งกระผมเชื่อแน่ว่า หลายท่านที่มีปัญหาในที่ทำงานทุกๆคน จะมีปัจจัยที่แตกต่างกันที่ทำให้ตนเองไม่มีความสุขในการทำงาน หากท่านไม่มีความสุขในการทำงาน ท่านคงต้องพิจารณาถึงสาเหตุแล้วควรไปแก้ไขที่สาเหตุ ท่านไม่ควรใช้วิธีการของบุคคลอื่นเพื่อนำวิธีการของเขามาแก้ไขปัญหาของท่าน เพราะจะทำให้ท่านแก้ไขปัญหาไม่ถูกที่
หลายคนมักถามผมว่า ทำอย่างไรถึงจะทำงานให้มีความสุข ซึ่งกระผมมักตอบว่า เราสามารถทำงานให้มีความสุขได้โดยเริ่มต้นที่ตัวเราเองก่อนเป็นอันดับแรก ในการแล่นเรือในทะเล หากพวกเราสังเกตจะพบว่า คนที่บังคับเรือ เขาไม่สามารถปรับทิศทางลมได้ แต่เขาสามารถปรับหางเสือเรือได้ เหมือนกันในการทำงานเราไม่สามารถปรับสภาพแวดล้อม เราไม่สามารถเลือกเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานได้ แต่เราสามารถปรับตัวของเราเองได้ ซึ่งหลักในการปรับตัวเพื่อให้มีความสุขมีดังนี้
1.ท่านต้องสร้างทัศนคติที่ดีในการทำงานตลอดเวลา โดยเฉพาะการคิดในแง่บวก เพราะการคิดในแง่บวกจะทำให้ท่านมองโลกในแง่ดี แต่การคิดในแง่ลบ มักจะทำให้ท่านมองโลกในแง่ร้าย ท่านจะเกิดความคิดในเชิง โกรธ อิจฉา อยากที่จะทำลาย มากกว่าที่จะสร้างสรรค์งานใหม่ๆออกมา ทัศนคติของเรา ความคิดของเราจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่สุด เช่น หลายคนเห็นน้ำหมดไปครึ่งแก้ว แต่บางคนบอกว่าเหลืออีกตั้งครึ่งแก้ว
2.ท่านต้องสร้างมิตรมากกว่าสร้างศัตรูในที่ทำงาน สุภาษิตจีนกล่าวไว้ว่า “ มีเพื่อน 100 คนยังน้อยไปมีศัตรูคนเดียวมากเกินไปแล้ว ” ดังนั้นหากเพื่อนร่วมงาน ทำอะไรไม่ถูกใจเราหรือทำอะไรให้เราไม่สบายใจ หนักนิดเบาหน่อยก็ควรให้อภัยซึ่งกันและกัน การอภัยนั้น ทำได้ยากก็จริงอยู่ แต่การอภัยจะทำให้เราเกิดความสบายใจและมีมิตรมากกว่าศัตรูอย่างแน่นอน อีกทั้งการเลือกคบเพื่อนก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราเกิดความสุขในที่ทำงานและประสบความสำเร็จในที่ทำงาน บางคนฆ่าตัวตายก็เนื่องมาจากเพื่อนให้คำปรึกษาที่ไม่ดี ไม่คอยเป็นกำลังใจให้ ไม่รับฟังปัญหา แต่คนที่เลือกคบเพื่อนที่ดีก็มักจะแก้ปัญหาและหาทางออกได้ดีกว่า
- ท่านไม่ได้ทำงานเพื่องาน แต่ท่านทำงานเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง หากท่านทำงานเพื่องานท่านจะเกิดความสบายใจไม่เกิดอาการกดดัน แต่หากท่านมีความต้องการผลประโยชน์ส่วนตนแฝงท่านก็จะเกิดความเครียดหากว่าไม่ได้สิ่งเหล่านั้น เช่น ท่านทำงานเพื่อหวังตำแหน่ง หวังเงินเดือน โบนัสเพิ่ม แต่หากท่านไม่ได้ตามสิ่งที่หวัง ท่านก็จะไม่มีความสุขในการทำงาน แต่ในทางกลับกัน หากท่านทำงานเพื่อผู้อื่น ท่านก็จะได้รับความสุขในการทำงานมากขึ้น หากท่านเป็นนางพยาบาล มีผู้ป่วยมารักษา ท่านมีความคิดในการช่วยเหลือ อีกทั้งต้องการรักษาผู้ป่วยให้หายจากโรค ท่านจะบริการด้วยความสุขใจที่ท่านได้ทำงานนี้
4.ท่านต้องรักงานที่ท่านทำ การเลือกงานที่ท่านรักจะทำให้ท่านมีความสนุกในการทำงานมากกว่า การทำงานในสิ่งที่ท่านไม่รัก การรักงานที่ทำจะทำให้ท่านทำงานได้นานกว่าการทำงานตามปกติ หากท่านมีโอกาสเลือกงานได้ ท่านจงเลือกงานที่ท่านรัก แต่หากเลือกไม่ได้จริงๆ ก็ขอให้ท่านปรับความคิดเสียใหม่ คือ จงรักในงานที่ท่านทำ
ท้ายนี้กระผมขอฝากแง่คิดไว้ว่า ชั่วชีวิตของคนเราส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาในการทำงานมากกว่าใช้เวลากับสิ่งต่างๆ กล่าวคือ มากกว่าเวลาที่จะอยู่กับครอบครัว มากกว่าเวลากิน มากกว่าเวลานอน ดังนั้น หากว่าท่านไม่มีความสุขในการทำงาน ชีวิตของท่านก็จะเกิดความทุกข์ ฉะนั้นหากว่าท่านอยากมีความสุขในการทำงาน กระผมจึงอยากให้ท่านปรับทัศนคติเสียใหม่ , จงสร้างมิตรในที่ทำงานมากกว่าการสร้างศัตรู , จงทำงานเพื่อผลประโยชน์ของผู้อื่นและจงเลือกทำงานในงานที่ท่านรัก ท่านก็จะเกิดความสุขในการทำงานได้อย่างแน่นอน

#image_title
by drsuthichai | Nov 1, 2024 | ทั่วไป
รู้จักตนเอง…เพื่ออนาคตการทำงานของตนเอง
โดย…สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
เด็กนักเรียน นิสิต นักศึกษา ควรทำการรู้จัก วิเคราะห์ตนเอง ว่าตนเองเป็นคนอย่างไร ชอบอะไร เพราะถ้าหากเรารู้จักตนเองดี ก็จะทำให้เราสามารถเลือกประกอบอาชีพที่ตนเอง มีความชอบ มีความถนัด มีความชำนาญได้ แต่ถ้าหากใครยังไม่รู้จักตนเอง ท่านสามารถวิเคราะห์ตัวท่านเองดังนี้
1.ท่านทำอะไรแล้วมีความรู้สึกว่าดี ทั้งทางด้านอารมณ์ จิตใจ ความชอบ ความสนุกกับสิ่งๆนั้น
2.ท่านเรียนรู้สิ่งใดได้อย่างรวดเร็ว เช่น บางคนเป็นนักเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เขาจะเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว จากการลองผิดลองถูก การศึกษาด้วยตนเอง การอ่านหนังสือ โดยที่ไม่ต้องมีใครมาบังคับให้ทำ
3.ท่านอยากทำสิ่งใดมากที่สุด หลายท่านชอบเล่นกีฬา หลายท่านชอบพูดและอยากเป็นวิทยากร จงค้นหาว่าตนเองอยากที่จะทำอะไรมากที่สุด
4.อะไรที่ท่านทำแล้วได้ผลลัพธ์ออกมาดีและสม่ำเสมอ เช่น หลายคนชอบร้องเพลง แล้วออกมาดี จนมีคนฟังชื่นชอบ หากว่าท่านได้พัฒนาสิ่งนั้นต่อไปเรื่อยๆ ก็จะทำให้ท่านได้เปรียบมากกว่าคนที่ร้องเพลงไม่เป็น อีกทั้งในอนาคตท่านสามารถเป็นนักร้องได้อีกต่างหาก ซึ่งยุคสมัยนี้ นักร้องไม่จำเป็นต้องหล่อและสวยเหมือนในอดีต นักร้องหลายๆคนในต่างประเทศ ไม่หล่อไม่สวยแต่เป็นนักร้องได้ดีมีชื่อเสียง เงินทองอีกต่างหาก
ทั้งนี้กระผมอยากให้ท่านทำการบ้าน โดยการนั่งเขียน นั่งวิเคราะห์ ว่าท่านเป็นคนอย่างไร โดยคำนึงถึงทั้ง 4 ปัจจัย ข้างต้นนี้ เช่น เมื่อท่านถ่ายรูปแล้วมีความรู้สึกที่ดี ท่านรักที่จะเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆในการถ่ายรูป ท่านอยากที่จะทำมันตลอดเวลา และ ผลลัพธ์จากการถ่ายรูปของท่านออกมาสวย เยี่ยมยอดอีกทั้งมีผู้คนขอซื้อภาพถ่ายต่างๆของท่าน ท่านก็สามารถพัฒนาตนเองให้เป็นนักถ่ายรูปอันดับต้นๆของเมืองไทยได้หรือเป็นวิทยากรฝึกอบรมทางด้านการถ่ายรูปหรือเป็นเจ้าของร้านขายกล้องถ่ายรูป ร้านอัดภาพ ได้ในอนาคต
จงเลือกอาชีพ เพราะท่านมีใจรัก มากกว่าเลือกอาชีพ เพราะเงินหรือเลือกอาชีพเนื่องมาจากปัจจัยอื่นๆ

#image_title